สอวช. มีคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนา ววน. มานานหลายปี   วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๗ เป็นการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๗   มีวาระเรื่อง โครงการต้นแบบนโยบายการส่งเสริมการขยับสถานะทางสังคม ของประชากรกลุ่มฐานราก : กลุ่มเด็กและเยาวชน เข้าสู่การเสวนา 

อีกชื่อหนึ่งของวาระนี้คือ กลไกการขับเคลื่อน Social Mobility : ด้านการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่อยู่ในชีวิตจิตใจผมมาตลอดชีวิต    ยิ่งในช่วง ๒๐ ปีหลังผมยิ่งเน้นทำงานเรื่องนี้เป็นงานหลัก  แต่เป็นงานอาสาเงียบๆ   ร่วมกับหลายหน่วยงาน ในหลากหลายชื่อโครงการ    

ที่จริงเรื่องการไต่บันไดทางสังคม โดยอาศัยการศึกษาเป็นบันได ได้เข้าสู่การเสวนาเวทีนี้เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗   และผมสะท้อนคิดไว้ที่ (๑) 

ทีมงานของ สอวช. นำเสนอโครงการต้นแบบดังนี้ 

 

ซึ่งผมมีความเห็นว่า เป็นโครงการที่ดีมาก   แต่ดีตามกระบวนทัศน์โบราณ หรือ conventional mindset     โดยที่หากต้องการผลแท้จริงและสูงยิ่ง  ต้องคิดใหม่ ใช้กระบวนทัศน์ใหม่    จากกระบวนทัศน์ช่วยเด็กจน  มาเป็น กระบวนทัศน์หนุนศักยภาพเด็ก    ตามในหนังสือ Hidden Potential  เขียนโดย Adam Grant     โดยมีความท้าทายสูงสุดที่ระบบการศึกษา  และกระบวนทัศน์ของคนไทย   

กล่าวใหม่ว่า แนวทางที่เสนอ เน้นการแก้ปัญหา    แต่ที่ผมคิดว่ามีพลังและผลกระทบสูงกว่า คือการหนุนศักยภาพ    ซึ่งต้องมีกระบวนการส่งเสริมให้เด็กค้นพบตัวเอง    แล้วมีกิจกรรมหนุนตามนั้น    ซึ่งโครงการดำเนินการในพื้นที่สูงที่อำเภออมก๋อยที่เสนอก็ได้ริเริ่มไปส่วนหนึ่งแล้ว   

ปัญหาใหญ่ที่สุด ในสายตาของผม (ไม่ทราบว่าผมมองถูกหรือผิด) คือกระบวนทัศน์ช่วยเหลือ หรือสังคมสงเคราะห์   ที่ทำให้คนจนหรือด้อยโอกาสมุ่งรอรับการช่วยเหลืออยู่เรื่อยไป    ผู้ให้ความช่วยเหลือทำตนเป็นตัวปัญหาภายใต้เจตนาดีและเป็นกุศล   การช่วยเหลือกลายเป็นตัวกดทับให้เขาไม่มีความมั่นใจในตนเอง ที่จะยกระดับตนเองขึ้นมาช่วยตัวเอง และช่วยหนุนคนอื่นได้   

ในที่ประชุม  มีกรรมการให้ความเห็นมากมาย มีประโยชน์มาก    ผมให้ความเห็นอีกประเด็นหนึ่งว่า    ระบบการศึกษาไทย มีส่วนสำคัญในการปิดกั้น การไต่บันไดทางสังคม  ด้วยนโยบายการศึกษาแบบคัดคนเก่งเข้ารับการดูแลอย่างเข้มข้น    ทำให้เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับการเอาใจใส่    และที่ร้ายคือถูกดูแคลน    ทำให้เด็กไม่พัฒนาความมั่นใจในตัวเอง (self-esteem)    กลายเป็นคนขาดความมั่นใจ  ไม่กล้าไปทุกอย่าง รวมทั้งไม่กล้าสร้างความเป็นผู้กระทำการ (agency)    เราจึงต้องการการเปลี่ยนขาด (transform) ระบบการศึกษา ให้เป็นระบบที่เห็น และให้คุณค่า ศักยภาพของเด็กทุกคน       

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.ย. ๖๗

ห้อง ๑๙๐๑   โรงแรมแคนทารี โคราช