“เริ่มปฏิบัติการตรวจสอบข่าว/ข้อมูลลวง โดยกลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์”
ประชุมคณะทำงานเท่าทันข่าวลวงออนไลน์ ครั้งที่ 2
วันอาทิตย์ที่ 30 -6 -67
วันนี้ เน้นไปที่ทีมพี่เลี้ยง และแกนนำเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์
ไทใหญ่ ปกาเกอะญอ กะแย ส่วนปะโอวันนี้ติดงาน ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยประสานเป็นกลุ่มเฉพาะไป
ไฮไลต์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็น Fact Checker
ตอนนี้ มีเยาวชนกลุ่มไทใหญ่ กับ ปกาเกอะญอ เริ่มใช้เครื่องมือ Line Open Chat ในการตรวจสอบข่าวและข้อมูลลวงเป็นแล้ว และจะทยอยส่งผลงานมาเรื่อยๆ
ทางกองเลขา คือ คุณนก ก็บอกเดี๋ยวจะทำสมุดบันทึกไว้ให้ลงว่า มีการเช็คข่าว/ข้อมูล กันอย่างไรบ้าง ผลจากการเช็คเป็นอย่างไร เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล สถิติ ในแต่ละทีม แต่ละเดือน ทีมไหนครบ 5 เรื่องแล้ว นอกจากจะได้ใบประกาศจากโครงการฯ ยังมีสิทธิ์ได้ทุนไปคลิปสั้นๆ สร้างการเรียนรู้เท่าทันข่าว/ข้อมูลลวง เป็นภาษาชาติพันธุ์ต่อ
ในส่วนพี่เลี้ยงทีมกะแย ก็พูดถึง ภูมิสังคมและบริบทเด็ก เยาวชน กะแยที่เข้าร่วมโครงการ บางคนเป็นแม่วัยใส บางคนต้องเรียน กศน, กลางวันทำงาน เย็นมาก็งานบ้านสารพัด บางคนกำลังวิ่งหางาน ไม่ได้คล่องเหมือนเด็กทีมอื่นที่อยู่ในเมือง และเด็ก เยาวชนมีความพร้อมการสนับสนุนจากครอบครัวมากกว่า ประกอบกับการที่เป็นเด็กชายขอบ ก็รู้สึกขาดความมั่นใจ ขาดหลังพิง Back up ที่มีพาวเวอร์พอ เวลาจะโพสต์ และเมื่อโพสต์ก็เกรงจะมีคนรู้สึกเสียหน้า และมีผลเชิงลบกลับมา ทีนี้ทำไง?
ผมก็เลยเสนอว่า อีกหน่อยเราอาจจะตั้ง Line Open Chat เฉพะขอกลุ่มแม่ฮ่องสอน แล้วดึง admin จาก COFACT ที่เป็นตัวหลักในการเป็นผู้ตรวจสอบมาร่วมกับเราดีไหม ทุกคนบอกเห็นด้วย
หรืออาจจะใช้อีกวิธีคือ ฝากข่าว /ข้อมูลมาให้ผม หรือ คุณนก ซึ่งเป็นกองเลขา ไปโพสต์ใน Line ของ Cofact ก็ได้ เด็กๆ ไม่จำต้องโพสต์เอง ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ หรือไม่ปลอดภัย
(อืม.... ในมิติ แจ้งข่าว นี่ก็มีเรื่องที่ผู้ใหญ่อย่างเราต้องคำนึง คือ การปกป้องคุ้มครองดูแล โดยเฉพาะเมื่อผู้แจ้ง เป็นผู้เยาว์ รวมถึงต้องสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่มีบรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการโพสต์แจ้งการตรวจสอบข่าว /ข้อมูล ให้กับพวกเขาด้วย อันนี้ ต้องขอบคุณทางคุณยา พี่เลี้ยงเครือข่ายกะแยมาก ที่เปิดใจ ให้เห็นมิติของ Fact Checker ที่มีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ Robot หรือ A.I )
เสียดาย ท่านอาจารย์เก กำลังเดินทางจากปาย สัญญาณเน็ตขาดๆหายๆ เลยร่วมประชุมออนไลน์กับเราได้ไม่นาน
ส่วนคุณโอม ประธานหอการค้า ท่านก็ชื่นชม และชวนคิดต่อว่า เราจะขยายการเรียนรู้ไปยังกลุ่มคนชาติพันธุ์ต่างๆ และหน่วยงานอีกหลายแห่งที่กำลังสนใจประเด็นเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งผมก็คิดว่าดีมาก เป็นไปตามที่เราหวัง เพราะหลังจากเราทำผลงานรูปธรรมเสร็จแล้วค่อยนำไปแสดงต่อผู้ขับเคลื่อนนโยบายในระดับจังหวัด
เข้าใจว่า ในระดับนโยบาย ไม่น่าห่วง คงมีการกระจายงาน+ทุนลงมา แต่ปัญหาสำคัญคือ Know How กระบวนการเรียนรู้และขับเคลื่อนในพื้นที่ที่มีบริบทเฉพาะอย่างแม่ฮ่องสอน จะเอายังไง อันนี้ โครงการเรา Focus ตรงนี้ และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ชุมชนคนแม่ฮ่องสอนกำลังต้องการมากๆ
รวมถึงการไปสัมภาษณ์ เก็บ Case ผู้ตกเป็นเหยื่อ ผู้ได้รับผลกระทบตามที่ประธานหอการค้าเสนอมา การพัฒนาฐานข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นระบบเป็นเรื่องน่าทำและจำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะได้ชวนพหุภาคีมาร่วมออกแบบและขับเคลื่อนในระยะต่อไป (ในไม่ช้าไม่นาน)
จากกลุ่มกะเหรี่ยงแดง หรือ กะแย ก็ทำให้เราเห็นว่า ถ้าจะพุ่งไปที่การเป็น Fact Checker ตามแผนงานโดดๆ ก็อาจทำให้เรามืดบอดต่อสิทธิ การปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชนชาติพันธุ์ ที่มีบริบททางสังคมวัฒนธรรมแตกต่าง ผมก็เลยลองถามสถานการณ์การชีวิต ความเป็นอยู่ของเด็ก เยาวชนปกาเกอะญอต่อ คุณบัวแก้ว พี่เลี้ยงทีมเด็กปกาเกอะญอ ก็เล่าถึงการรวมกลุ่มเด็กที่บ้านพะโข่โหล่ ที่กำลังขาดคลานเครื่องดนตรี เช่น กลอง กีตาร์ กำลังระดมทุนทรัพย์อยู่ ผมก็เลยได้โอกาสบอกบุญไปในที่ประชุม สรุปเด็กได้กีตาร์เบส กับเครื่องดนตรีอื่นๆจากพี่โอ๋ หนึ่งในคณะทำงานจะไปมอบให้ เดี๋ยวนัดวันกันเลย (ที่ประชุมยิ้ม-ปรบมือ) ส่วนผมก็ไปอ้อนภรรยา ขอขนม นม เนย มาเป็นเสบียงวันที่จะไปนัดมอบเครื่องดนตรีกัน (ต้องขอคุณ sponsor สุดที่รัก)
จากเครื่องดนตรีที่จะส่งมอบจากผู้ใจบุญ ผมก็เลยชวนคิดต่อว่า เด็กๆปกาเกอะญอ รวมถึงเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ก็อาจจะแต่งเพลง เป็นภาษาของเค้า แล้วเล่าเรื่องราวเตือนใจ กระตุ้นผู้คนให้ระวัง และเท่าทันข่าวข้อมูลลวงออนไลน์ ออกมาเป็นคลิปสั้นๆ และมีซับไตเติลภาษาไทยก็ได้นะ เป็นอีกสไตล์ของการสื่อสารที่น่าสนใจ ที่โครงการเล็กๆของเราพอมีงบสนับสนุนให้ ถ้าสนใจ เดี๋ยวนัดคุยกัน
ก่อนปิดประชุม ให้กำลังใจน้องๆ ทั้งแกนนำ คณะทำงาน เด็ก เยาวชนว่า อย่าประเมินตนเองต่ำเกินไป จริงๆ พวกเราแม้ดูขาดแคลน ห่างไกล แต่ถ้าใจถึง สิ่งอื่นๆก็จะค่อยๆตามมา
ขอให้กล้าคิดกล้าฝัน เหมือนหนังสั้นจากโรงเรียนบ้านแม่ลิด อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่อง “บันทึกความดี” ที่แม้เป็นภาษาปกาเกอะญอเกือบทั้งเรื่อง แต่ก็ถูกคัดเลือกให้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศเมื่อเดือนที่ผ่านมา สื่อวิดีโอที่สร้างจากครูและนักเรียนโรงเรียนในป่าเขา ไปเอาชนะโรงเรียนดังๆตั้งมากมาย เป็นไปได้อย่างไร
อยากเห็นภาพของโครงการในมุมของการให้กำลังใจกันและกัน ทุกกลุ่ม สามารถช่วยกันได้ ไม่ใช่แข่งเป็นทีม ทีมเราผ่านแล้วทีมอื่นไม่ส่ง หรือช้าไป ทั้งส่วนรวมก็พลอยกระทบไปด้วย อย่างนั้นก็คงไม่ดี ดังนั้น ไม่ว่าจะทีมไทใหญ่ กะแย ปกาเกอญอ ปะโอ นอกจากจะดูแลกันและกันในทีมแล้ว มีอะไรเราก็แบ่งปัน ช่วยกันได้อีกนะ เพราะเราต่างเป็นนิเวศการเรียนรู้ที่ช่วยกันและกันให้ปลอดภัยจากภัยออนไลน์ เราต่างเป็นการเติบโตของกันและกัน
บันทึกเป็น Story การประชุมไว้ ทบทวน และเดินหน้าต่อไปครับ
#เท่าทันข่าวและข้อมูลลวง
#โครงการพลเมืองชาติพันธุ์เท่าทันสื่อสร้างสรรค์สุขภาวะยุคดิจิทัลจังหวัดแม่ฮ่องสอน
#สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#everyoneisfactchecker



