อย่าหาว่าลุงสอน....
พออายุมากขึ้น ต้องหมั่นเตือนตัวเอง ว่าอย่าเที่ยวไปอวดภูมิรู้ภูมิธรรม นำประสบการณ์ความรู้ความสามารถไปพร่ำสอนคนอื่น แบบว่ามั่นใจในตัวเองเสียเหลือเกิน
เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ที่ผ่านมา..ก็ยังศึกษาเรียนรู้ได้ไม่หมด ส่วนปัจจุบันและอนาคต ที่เป็นโลกของคนรุ่นใหม่ พวกเขามีความฉับไวและมีทักษะเฉพาะทางสูงมาก
ดังนั้น ในความว่างเปล่าของบรรยากาศหลังเกษียณ ที่ผมไม่เคยรู้สึกหดหู่ใจ จึงดูสดใสและมีเวลาเฝ้ามองพัฒนาการของคนทำงาน ถึงแม้ผมจะไม่ได้ติดตามใกล้ชิด แต่ก็พอสัมผัสได้ถึงแนวคิดที่หลากหลายกำลังจะเปลี่ยนไป
ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาติดตาม ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานที่บอกว่าอ่านบทความแล้วมีความสุข อันนี้ก็ถือว่าการแบ่งปันได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว บอกตามตรงผมไม่มีเจตนาที่จะแสดงตน ว่าเป็นคนเก่งแต่ประการใดเลย
พอดีมีเวลาอ่านหนังสือทุกวัน ตามประสาคนสูงวัย เจออะไรดีๆก็จะบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ และจัดอย่างเป็นระเบียบให้ถูกที่ถูกทาง สักวันคงจะได้กลับมาอ่านทบทวนและนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์บ้าง
อย่างน้อยการใช้เวลาอ่านและเขียนเรื่องทำนองนี้ ก็ดีไปอย่างนึง ทำให้ไม่รู้สึกอยากที่จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับเรา..ไม่ต้องไปโฟกัสใคร มันเบาไปได้เยอะเลยทีเดียว
ช่วยให้ฝึกจิตฝึกใจ ให้อยู่ในกรอบของความพอดีพองามตามเรื่องของเรา ที่ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของคนอื่น ความคับข้องใจจึงไม่เกิดขึ้น
ผลพลอยได้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวในเวลานี้ก็คือ ผมมีความรู้สึกที่ไม่ชอบตัดสินผู้คนรอบข้าง เพราะผมไม่ได้ไปอยู่ในจุดยืนของเขา จึงทำให้ข้อเขียนของผม มีพลังเหนี่ยวนำไปในทิศทางที่ดีอยู่พอสมควร
พอกลับมายืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของคนสูงวัย ทำให้ต้องมองโลกอย่างเป็นกลาง มีคนชอบเรา ก็ย่อมจะมีคนเกลียดเรา ที่สำคัญอย่าแสดงตนว่าเป็นคนอ่อนแอ เรียกร้องแต่ความสนใจจากคนอื่นอยู่เสมอ และอย่าเอาแต่ใจตน ตลอดจนอย่าเป็นคนมักง่าย อย่าคิดว่าเรื่องง่ายๆสำหรับเรา มันจะง่ายสำหรับคนอื่นด้วย เพราะคนเราไม่เหมือนกัน
สิ่งที่คิดได้และเพิ่งจะทำได้ก็คือ การตัดสินใจที่จะไม่แคร์คำคน วันหนึ่งเราต้องตาย คนที่พูดใส่เรา นินทาว่าร้ายเราก็ตายเหมือนกัน เอาเวลาไปสนุกสุขสันต์กับชีวิต..บางครั้งมันอาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ท้อบ้างไรบ้าง แต่อย่าลืมชีวิต..มันสู้เราเสมอ คอยเตือนเราว่าอย่ายอมแพ้ ตราบที่ยังมีลมหายใจ
ในท้ายที่สุดนี้ เมื่อมาอยู่ในพื้นที่ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงพบว่าคนหนุ่มคนสาวรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำอาชีพการงานอย่างจริงจังและตั้งใจในชีวิตประจำวัน
ทำงานหนักและเหนื่อยเพื่อหาเงินและสะสมผลงาน ต้องพบปะผู้คน เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างไม่หยุดหย่อน จึงขอฝากเอาไว้ตรงนี้ว่า คนใกล้ชิดและคนรอบข้าง มิได้มีเวลาให้เราได้ตลอดไป
อย่าลืมดูแลหัวใจตัวเองบ้าง และทำความรู้จักมักคุ้นกับความเหงาไว้สักนิด เพราะความเหงามันจะเป็นเพื่อนเราไปตลอดชีวิต ลองคิดดูให้ดีหนา..อย่าหาว่าลุงสอนเลย...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗







