เน้นที่การจัดการเรียนรู้แบบ Active, Collaborative และ Dialogic 

สอนเสวนา ครูรัก(ษ์)ถิ่น  ๕. วันที่สี่   ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗  วันสุดท้าย 

ครุ่นคิดล่วงหน้า    วันแรก    วันที่สอง   วันที่สาม 

วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗   การเรียนรู้สำคัญในการประชุมปฏิบัติการ คือ การเรียนรู้จากประสบการณ์  กับการได้ฝึกสอน         

กิจกรรมที่ ๑   กระตุ้นสมองด้วยกิจกรรมโคลนดูด   นศ. สะท้อนคิดได้ดีกว่า การประชุมที่บางแสน    คุณพอล สะท้อนคิดว่า เอาไปใช้ในชั้นเรียนได้ดีมากในเรื่องการเรียนแบบช่วยเหลือกัน  ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง     โดยเคารพความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน   

กิจกรรมที่ ๒   การฝึกสอนอีก ๔ ชั้นเรียน    กลุ่มที่ผมสังเกต ออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนประเมินตนเอง ๑๐ ระดับ   โดยครูบอกคุณสมบัติ ให้นักเรียนเดินไปตรงจุดที่มีป้ายบอกระดับที่พื้น    แล้วให้นักเรียนอธิบายว่าทำไมจึงให้คะแนนระดับนั้น    ผมแนะนำ นศ. เป็นการส่วนตัวว่า สามารถใช้สร้าง Growth Mindset ของนักเรียนโดยถามคำถามว่า อยากปรับปรุงตนเองในเรื่องนั้นไหม    จะปรับปรุงอย่างไร   แม้เด็กที่ให้คะแนนตนเองเต็ม ๑๐ ก็ถาม    เพื่อให้ค่อยๆ เข้าใจว่าคนเราปรับปรุงตนเองได้ทุกเรื่อง    ผมตีความว่า เรื่องนี้เป็นไปตามหลัก ZPD ของ Vygotsky   

กิจกรรมสุดท้าย สิ่งที่อยากบอกมหาวิทยาลัย เพื่อการปรับปรุง    ให้เวลา ๒๐ นาที    แล้วแต่ละกลุ่มนำเสนอ   

แบ่ง นศ. เป็น ๖ กลุ่ม  กลุ่มละ ๔ คน (ตอนนี้ นศ. เหลือ ๒๔ คน ป่วย ๑ คน)    ได้ข้อเสนอแนะที่มีความสร้างสรรค์มาก    เน้นที่การจัดการเรียนรู้แบบ Active, Collaborative และ Dialogic   ข้อเสนอของ นศ. สะท้อนว่า มหาวิทยาลัยยังสอนแบบ passive อยู่มาก   รวมทั้งเสนอให้มีโอกาสเรียนและฝึกกับคนที่มีความแตกต่างหลากหลาย                 

ตามด้วย ข้อสะท้อนคิดของคุณพอล คอลลาร์ด   ที่ชมเปาะว่า นศ. คิดเก่งมากอย่างไม่น่าเชื่อ    ผมขอย้ำว่า นศ. ครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง  คะแนนสอบชั้นมัธยมไม่สูง    แต่ได้รับการพิสูจน์ว่า จริงๆ แล้วเขามีศักยภาพสูง    และสามารถหนุนให้พัฒนาได้ 

วิจารณ์ พานิช

๕ พ.ค. ๖๗

สนามบินเชียงใหม่