ครุ่นคิดล่วงหน้า    วันแรก

วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗   การเรียนรู้สำคัญในการประชุมปฏิบัติการ คือ กิจกรรมที่นำไปใช้ในห้องเรียนได้จริงและสนุกสนานรวมทั้งเกิดการพัฒนากระบวนทัศน์ที่ดี    โดยมีทั้งหมด ๑๑ กิจกรรม   

ผมลงมาที่ห้องประชุมตามนัด เวลา ๗.๓๐ น. เพื่อ BAR กัมทีม Fa ที่มี ศน. ๒ คน (ศน. อ๊อด - นายธีรวุฒิ ชุมทองโด  สพป. สุราษฎร์ธานี เขต ๑   กับ ศน. โอ๋ - ดร. กฤติญดา อ่อนคล้าน สพป. เพชรบูรณ์ เขต ๑)   นศ. ๒ คน (ไข่มุก - นส. อุไรพร อมรสิน  ม. กาฬสินธุ์  กับ เฟิร์น - นส. ลลิตา วิสัยยะ  มรภ. อุบลราชธานี)     ได้มีโอกาสแชร์หลักการพูดในเรื่องอ่อนไหว  หรือให้ feedback เพื่อการปรับปรุง ให้ผู้รับเกิดความรู้สึกเชิงบวก   เห็นมิตรภาพและความปรารถนาดีของผู้พูด 

ซึ่งเมื่อถึงกิจกรรมที่ ๓  ผมก็ตีความว่า เป็นการทำกิจกรรมเพื่อฝึกการให้และการรับ constructive feedback    และมีความเห็นว่า การให้คะแนนผลงาน น่าจะมีข้อจำกัด   น่าจะเป็นกิจกรรมให้ความชื่นชมตรงส่วนที่ทำได้ดี โดยบอกว่าดีหรือชอบเพราะอะไร   และส่วนคิดเป็น OFI – Opportunity for Improvement  ก็ให้คำแนะนำว่าควรปรับปรุงให้เป็นอย่างไร  โดยทำอย่างไร  ตามด้วยทีมเจ้าของผลงานสะท้อนคิดว่า feedback ให้ประโยชน์อย่างไร   ตรงไหนที่เป็น feedback เพื่อการปรับปรุง    วิธีเสนอแนะมีท่าทีสร้างสรรค์แค่ไหน   

หลังจากสังเกตพฤติกรรมของ นศ. จากการได้ feedback   ผมนึกถึง Growth Mindset  ที่ให้คุณค่าการได้รับ OFI     

กิจกรรมนี้วิทยากรเน้นการมีเกณฑ์เพื่อการประเมิน    แต่ผมมองเลยไปสู่ Growth Mindset  และ Constructive Feedback  และได้ให้ข้อสะท้อนคิดของผมต่อที่ประชุมสั้นๆ       

กิจกรรมที่ ๔ การเปลี่ยนแปลงจำเป็นไหม ที่โรงเรียนของเรา    ก็มีทั้งเพื่อเรียนรู้การคิดร่วมกันเป็นทีม   ตามด้วยการให้ feedback แก่เพื่อน   นำสู่การสะท้อนคิดของ นศ. ที่สร้างสรรค์ดีมาก    โดยเฉพาะคนที่บอกว่าจะนำไปใช้ในโรงเรียน และใช้กับชุมชน    ผมตีความว่า นี่คือเครื่องมือสำหรับครูนำไปใช้พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ของนักเรียน    โดยใช้เครื่องมือนี้ระดมความคิดร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย    และมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ผลลัพธ์การเรียนรู้แบบองค์รวมของนักเรียน    และผมคิดว่าเป็นการใช้ฐาน Growth Mindset สู่การเป็นผู้ก่อการ   

กิจกรรมที่ ๕  การวาดภาพผีเสื้อจากการจำภาพที่ได้ดู ๓๐ วินาที   ก็เป็นการเรียนรู้ประโยชน์ของการได้รับ feedback แล้วปรับปรุง   ตามด้วย feedback วนเวียนหลายๆ รอบ    ก็จะได้ภาพที่เหมือนและสวยงาม    ซึ่งผมก็ตีความว่า ในระหว่างกิจกรรม มี Growth Mindset เป็นพลังขับเคลื่อน   ซึ่งวิดีทัศน์ประกอบภายหลังก็ให้แนวทางที่ใช้อิทธิบาท ๔ (Grit) ในการทำงาน   

กิจกรรมที่ ๖ เก้าอี้ทายคำ    เป็นกิจกรรมปลุกสมองช่วงบ่าย    มีเพื่อนในกลุ่มเป็นผู้ออกท่าทางใบ้คำ    สลับกันนั่งเก้าอี้ทายคำ   

กิจกรรมที่ ๗  ตั้งคำถามเพื่อเปลี่ยนมุมมอง    จากเรื่องเล่าของคู่กิจกรรม    นศ. และกระบวนกรบอกว่าได้ฝึกการพูด  การฟัง การแชร์อารมณ์  ฯลฯ   แต่ไม่ได้ยินการสะท้อนคิดเรื่องวิธีถามเพื่อโน้มน้าว (nudging)    

กิจกรรมที่ ๘ กล่องของใคร   เป็นกิจกรรมที่กระบวนกร ดร. โอ๋ (กฤติญดา อ่อนคล้าย) ศน. สพป. เพชรบูรณ์ เขต ๑ โชว์ลีลาของกระบวนกรดีเลิศ   ชวนให้กลุ่ม นศ. สืบหาข้อมูลหลักฐานทายเจ้าของกล่องได้ถูกหมดทุกกลุ่ม   ว่าเป็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ   เป็นการฝึกการคิดแบบคาดเดา และจินตนาการร่วมกัน 

กิจกรรมที่ ๙ ผังความคิด  เชื่อม galaxy ความคิด    โดยให้คำหลัก ๒ คำต่อกลุ่ม ได้แก่ การเรียนรู้ – ทะเล, การเรียนรู้ - ชุมชน, อนาคต - ทะเล, อิสระเสรี - ป่า, อิสระเสรี - อนาคต, ชุมชน - ความรัก   ให้แต่ละกลุ่มคิดคำที่เชื่อมโยงกับคำหลักที่ให้   ได้เป็น ๒ galaxy คำ   แล้วหลังจากนั้นกระบวนกรบอกให้เชื่อม 2 galaxy เข้าด้วยกัน    เป็นการฝึกคิดเชื่อมโยงกิจกรรมที่เอาไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนได้หลายรูปแบบ  โดยผมคิดว่าสำคัญที่สุดที่การปลุกให้ครูใช้ทรัพยากรในชุมชนโดยรอบเพื่อการเรียนรู้เชิงรุกของนักเรียน   

กิจกรรมที่ ๑๐ แต่ละคนสร้างภาพหุ่นนิ่ง แสดงสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้    แล้วจับกลุ่ม ๓ คน เอาโมเดลมาเชื่อมต่อกัน เพื่อแสดงข้อเรียนรู้ในวันนี้   แล้วแต่ละกลุ่มอธิบาย    ซึ่งก็พบว่า นศ. อธิบายเชิงสะท้อนคิดบทบาทของครูต่อนักเรียนได้อย่างลึกซึ้งกินใจ    

ผมสะท้อนคิดว่า กิจกรรมทั้ง ๔ วันนี้ นศ. ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ฝึก เข้าใจ และคุ้นเคยกับการทำงานในเวลาจำกัด   เกิดทักษะการทำงานในสถานการณ์ที่คับขันอยู่ตลอดเวลา    โดยผมไม่ได้ยินเสียงบ่นว่าเวลาไม่พอเลย 

กิจกรรมที่ ๑๑  นศ. ให้ข้อสะท้อนคิด และให้ feedback  แก่กระบวนกร   จบกิจกรรม ๑๗ น.  ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้และปรับตัวของกระบวนกรมาก

ทีมกระบวนกร AAR กันต่อ        

คุณ พอล คอลลาร์ด ให้คำแนะนำทั้งเชิงหลักการและวิธีการแก่ทีมกระบวนกรยืดยาวกว่าครึ่งชั่วโมง    ผมได้เรียนรู้มาก    โดยเฉพาะ ที่เริ่มต้นว่า เป้าหมายของการประชุมปฏิบัติการนี้คือ ทุกคนคิดอยู่ตลอดเวลา    กับคำกล่าวที่ว่า “ตอนครูพูดนักเรียนไม่ได้เรียนรู้    นักเรียนได้เรียนรู้ตอนที่นักเรียนพูด”   ตามด้วยทีมกระบวนกรสะท้อนคิดตนเอง   ช่วยให้ผมได้เข้าใจความรู้สึกของ นศ. ที่เป็นกระบวนกรมือใหม่    รวมทั้ง ศน. อดีตครูที่อดบรรยายไม่ได้   

ตามด้วยการย้ำประเด็นเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรมของวันรุ่งขึ้น (วันที่ ๓)    เน้นว่าการเรียนที่แท้คือการฝึกคิด ไม่ใช่การจำวิชา ที่ต้องเริ่มให้เป็นนิสัยติดตัวตั้งแต่อนุบาลและประถมต้น    เอาไปใช้ตลอดชีวิต    คุณพอลปล่อยให้เราคุยกันเองตอน ๑๘ น. 

ทีมกระบวนกร สะท้อนคิดกันต่อ    ทั้ง AAR และ BAR    เราจบกิจกรรมเมื่อ ๑๘.๕๐ น.   

ที่โต๊ะอาหารเย็น ผมได้เรียนรู้เรื่องระบบซื้อหนังสือเรียนของโรงเรียน    ที่มีผลประโยชน์หลายฝ่ายเข้าเกี่ยวข้อง    รวมทั้งผลลบที่ทำให้ครูออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ของนักเรียนไม่เป็น    กลับเข้าห้องพัก ๑๙.๓๐ น.    รวมเวลาทำกิจกรรม ๑๒ ชั่วโมงเต็ม   

วิจารณ์ พานิช

๔ พ.ค. ๖๗