สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ จัดการอบรม THAILAND HEALTH LEADERSHIP FORUM Global Health Program for Executives “Charting the Future of Global Health: Bridging Gaps & Building Sustainability” ระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน - ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ และเชิญผมไปร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่อง Integration of Global Health Program for Higher Education เป็นเวลา ๓๐ นาที ในบ่ายวันที่ ๑ พฤษภาคม
จึงเอา ppt ที่ใช้ในการนำเสนอของผม มา ลปรร. ที่นี่ แก่นของความเห็นของผมคือ วงการสุขภาพไทยต้องสร้างความรู้วิชาการ (หลักการหรือทฤษฎี) สุขภาพโลกจากมุมมองหรือบริบทของเราเอง เอาออกแลกเปลี่ยนกับวงการสุขภาพโลกในระดับโลก ต้องไม่เผลอเดินตามกระแสของประเทศตะวันตกอย่างเชื่องๆ
เราโชคดีที่มีบทบาทสำคัญในการจัดเวทีวิชาการเชิงระบบของระบบสุขภาพโลกทุกปีที่ประเทศไทย คือ PMAC – Prince Mahidol Award Conference เราจึงอยู่ในฐานะที่ดี ที่จะยกระดับบทบาทในการสร้างและเสนอหลักการและแนวทางใหม่ๆ ด้านสุขภาพโลก ที่มองจากบริบทประเทศรายได้ปานกลางอย่างประเทศไทย โดยที่ระบบสุขภาพของไทยอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ดีกว่าของประเทศรายได้สูง อย่างสหรัฐอเมริกา
ผมไปฟังการประชุมวันที่ ๑ พฤษภาคม ทั้งวัน เพื่อเรียนรู้เรื่อง Global Health เพิ่มเติมจากความรู้ที่ผมมีน้อยนิด และเพื่อสังเกตว่า ผู้นำในประเทศไทยมองเรื่อง Global Health อย่างไร
หลังไปร่วมกิจกรรมวันที่ ๑ พฤษภาคม โดยไม่ได้ฟัง Dinner Talk ข้อตกผลึกของผมคือ ประเทศไทยต้องสร้างความเข้มแข็งด้าน GH เพื่อยกระดับสุขภาวะของประเทศไทยขึ้นไปอีก และปกป้องสังคมไทยจากด้านลบของกิจกรรมหลากหลายด้านของ GH
และตอนนี้กระแสที่มาแรงคือ AI
วิจารณ์ พานิช
๑ มิ.ย. ๖๗