พกชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๖. พกชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๓๖)
ว่าด้วยนกยางเจ้าเล่ห์
(ฝูงปลาเห็นนกยางจึงกล่าวว่า)
[๑๗๑] นกตัวนี้ดีจริงหนอ มีปีกเหมือนดอกโกมุท หุบปีกทั้ง ๒ จับเจ่าซบเซาอยู่
(ปลาโพธิสัตว์มองดูนกยางนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)
[๑๗๒] พวกเจ้าไม่รู้ปกติของมัน เพราะไม่รู้จึงพากันสรรเสริญ นกยางตัวนี้ไม่ได้คุ้มครองพวกเราหรอก เพราะเหตุนั้น มันจึงไม่ขยับปีก
พกชาดกที่ ๖ จบ
-----------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
พกชาดก
ว่าด้วย นกเจ้าเล่ห์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุโกหกรูปหนึ่ง ตรัสธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
ความย่อมีอยู่ว่า พระศาสดาทรงเห็นภิกษุโกหกรูปหนึ่งซึ่งถูกนำตัวมาเฝ้า ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้มิใช่โกหกในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็โกหก แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เป็นปลามีบริวารมากอาศัยอยู่ในสระแห่งหนึ่งในหิมวันตประเทศ. ครั้งนั้น มีนกยางตัวหนึ่ง คิดว่าจักกินปลา จึงยืนก้มหัวกางปีกทำเซื่องๆ มองดูปลาในที่ใกล้สระ คอยดูปลาเหล่านั้นเผลอ.
ขณะนั้น พระโพธิสัตว์แวดล้อมด้วยฝูงปลาเที่ยวหาเหยื่อกินไปถึงที่นั้น
ฝูงปลาเห็นนกยางนั้น จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
นกมีปีกตัวนี้ดีจริง หุบปีกทั้งสองไว้ ง่วงเหงาซบเซาอยู่.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์มองดูนกยางนั้น กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
เจ้าทั้งหลายไม่รู้จักกิริยาของมัน พวกเจ้าไม่รู้จึงพากันสรรเสริญ นกตัวนี้ไม่ได้คุ้มครองรักษาพวกเราดอก เพราะเหตุนั้น นกตัวนี้จึงไม่เคลื่อนไหวเลย.
เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวอย่างนี้ ฝูงปลาก็พ่นน้ำให้นกยางหนีไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
นกยางในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุโกหกในครั้งนี้
ส่วนพญาปลาคือ เราตถาคต นี้แล.
จบ อรรถกถาพกชาดกที่ ๖
-----------------------------------------------------