ลูกชายคนเล็ก


   ลูกชายเริ่มตื่นตาตื่นใจและมีความสุขกับการท่องเที่ยวในตลาดหนังสือ ไม่บ่นหิวข้าวหิวขนมเลยสักคำ เดินจับมือผมก่อนจะหยุดลงตรงหน้าร้านหนังสือขนาดใหญ่ มีหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ลูกชายคนเล็ก

          ในวันที่ภรรยาของผม ต้องไปประชุมสัมมนา ณ หอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมรู้สึกกระตือรือร้นเป็นยิ่งนัก จนภรรยารู้สึกแปลกใจ ผมเลยต้องบอกความจริงให้ทราบว่า ที่หอประชุมที่คุณจะไปอบรมนั้น เขากำลังจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

          ผมพาลูกชายไปด้วย หลังจากส่งภรรยาเข้าห้องประชุมแล้ว ผมกับลูกชายเดินไปตั้งหลักที่ป้ายประชาสัมพันธ์ที่มีแผนผังการเข้าชมงาน ในป้ายจะบอกว่ามีรายการอะไรบ้าง

          ในแผนผังยังบอกด้วยว่านักคิดนักเขียนจะมาเสวนากันด้วยเรื่องอะไร หรือร้านจำหน่ายหนังสืออยู่ทางไหน ชั้นบนหรือชั้นล่าง แต่ผมมองไปทางไหนก็เห็นว่ามีร้านหนังสือแทบจะทุกจุด

          เผลอแผล็บเดียวผู้คนก็เข้ามาเต็มบริเวณงาน เสียงจ้อกแจ้กจอแจทั้งของคนซื้อและคนขายหนังสือเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยใช้เสียงผู้หญิงเป็นสื่อเชื้อเชิญท่านผู้เกียรติทั้งหลายให้ไปชมนิทรรศการร้านหนังสือที่มีชื่อเสียง พร้อมทั้งเอ่ยชื่อหนังสือและนักเขียนเป็นข้อมูลให้รีบเดินไปดูในทันที มิฉะนั้นหนังสือจะหมดหรือไม่ก็นักเขียนอาจจะกลับบ้านไปเสียก่อน

          ร้านหนังสือบางร้าน คนขายท่าจะแรงดี ตะโกนสุดเสียงให้คนเข้าร้าน แนะนำหนังสือแทบจะไม่ได้เว้นวรรคคำพูด ไม่ใช่เสียงดังธรรมดาแต่ดังมากๆ จนเป็นที่สนใจของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แล้วยิ่งคนขายร้านฝั่งตรงกันข้ามขอเล่นด้วย เพื่อมิให้เป็นการน้อยหน้า ฟังดูแล้วจึงเหมือนคนทะเลาะกัน หรือจะให้ใกล้เคียงหน่อยก็เหมือนกับว่ากำลังเข้าไปในตลาดสด ที่ไม่ใช่ขายเนื้อขายปลาแต่ขายหนังสือ

          ลูกชายผมทำหน้างงๆ มองทางโน้นทีทางนี้ที ผมเดาว่าแกคงไม่เคยเห็นหรือไม่ก็เริ่มเบื่อหน่ายแล้ว เราสองคนจึงรีบเดินจากไป หาร้านที่ไม่ค่อยมีคนเบียดเสียดยัดเยียด เพื่อจะได้ยืนเปิดหนังสืออ่านได้อย่างสบายๆ

          เห็นได้ชัดว่า ในยุคนี้มีหนังสือให้อ่านหลากหลายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเล่มเล็กเล่มใหญ่ ครอบคลุมเรื่องราวทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษา ประเภทหนังสือที่มาแรงแบบบอกเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองและดาราที่คนชื่นชอบ มีวางขายเต็มไปหมด พอๆกับหนังสือปรัชญาชีวิตและความรัก แทบจะมีขายกันทุกร้าน

          “พ่อครับ ไม่เห็นมีหนังสือเรียนเลยสักเล่ม” สงสัยลูกชายคงทนไม่ไหวจึงถามผม

          “หนังสือเรียนต้องหาดูตามร้านข้างนอก ที่นี่จะมีแต่หนังสือทั่วไป ลูกอยากได้หนังสืออะไรล่ะ เดี๋ยวพ่อซื้อให้” ผมบอกลูกชาย

          “ผมจะซื้อหนังสือการ์ตูนครับ” ลูกชายพูดอย่างมั่นใจ แล้วจูงมือผมให้เดินต่อ

          เดินดูหนังสือไปทีละร้านแต่ไม่แวะนาน กลัวลูกชายจะเบื่อ และผู้คนก็เดินเบียดเสียดจึงเลือกดูหนังสือไม่ค่อยจะถนัดนัก หูก็ต้องคอยฟังว่าเขาประกาศเรื่องอะไร มีการเอ่ยชื่อพิธีกรชื่อดังทั้งชายและหญิงที่หันมาเอาดีทางการเขียนหนังสือ

          เอ่ยมาแต่ละชื่อ ทำเอาลูกชายหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มอยู่เรื่อยๆ

          “พ่อ ผมรู้จัก”

          “พ่อครับ ผมอยากเห็นตัวจริง”

          “พ่อ นั่นคุณหมอพรทิพย์ ผมจำทรงผมได้” ลูกชายชี้ให้ผมดูคุณหมอแห่งสถาบันนิติเวช วึ่งผมเองก็ประทับใจในผลงานของท่านและก็เพิ่งเห็นตัวเป็นๆวันนี้เอง นึกในใจว่าช่างคุ้มค่าจริงๆที่ตัดสินใจมาเที่ยวชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในปีนี้

          ลูกชายเริ่มตื่นตาตื่นใจและมีความสุขกับการท่องเที่ยวในตลาดหนังสือ ไม่บ่นหิวข้าวหิวขนมเลยสักคำ เดินจับมือผมก่อนจะหยุดลงตรงหน้าร้านหนังสือขนาดใหญ่ มีหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

          บ่งบอกว่าเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำ มีหนังสือแปลเล่มหนาๆ วรรณกรรมเด็กและเยาวชน ตลอดจนหนังสือชุดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คล้ายๆกับหนังสือสารานุกรม เหมาะที่จะอยู่ในห้องสมุดโรงเรียน ราคาแต่ละเล่มคงจะแพงแน่ๆ

          “พ่อครับ ผมอยากได้เล่มนี้”

          ลูกชายยืนจ้องหนังสือเล่มหนาก่อนหยิบขึ้นมาถือแล้วส่งให้ผมดู เป็นหนังสือเด็กเรื่อง “ไซอิ๋ว” มีเรื่องและภาพประกอบน่าสนใจ มี ๔๐๐ กว่าหน้า ราคา ๒๑๘ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ลดแล้ว ผมมองว่าเป็นหนังสือที่แพงเกินไป สำหรัยบเด็กที่อายุ ๙ ขวบ ถ้าซื้อไปแล้วไม่อ่าน ก็ยิ่งน่าเสียดาย ผมจึงจับมือลูกชายเตรียมจูงมืออกจากร้าน แต่ว่าลูกชายไม่ยอมขยับ และยื่นมือไปเปิดหนังสือทีละหน้าด้วยอาการจดจ่อ

          “พ่อครับ ซื้อเหอะ” ลูกชายทำหน้าละห้อย คะยั้นคะยอให้ผมซื้อให้

          “ถามจริงๆเถอะ ลูกชอบหนังสือเล่มนี้ตรงไหน” ผมถาม

          “ไซอิ๋วสนุกนะครับ ภาพก็สวยด้วย” ลูกชายยืนยัน

          ผมจึงตัดสินใจควักกระเป๋า ขืนช้าต่อไปคงไม่ได้เที่ยวงานแน่ ลูกชายมีสีหน้าสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น เดินถือหนังสืออย่างทะนุถนอม ผมเริ่มเมื่อยขา เลยพาลูกชายเข้าห้องประชุม สัมผัสแอร์ที่เย็นฉ่ำและอยู่ในบรรยากาศของพิธีการมอบรางวัลนักเขียนเรื่องสั้นดีเด่น

          กิจรรมต่อจากการมอบรางวัลก็เป็นการอภิปรายผลงานนักเขียน ผมมีโอกาสได้เห็นหน้านักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน และฟังนักเขียนพูดจนถึงเวลาอาหารว่าง หันไม่มองลูกชายยังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น เหมือนจะอ่านให้จบวันนี้เลย

          ลูกชายผมไม่ยอมออกไปหาอะไรกิน ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง กลัวแกจะหิว จึงออกปากชวนอยู่หลายครั้ง แต่ลูกชายไม่ยอมไป บอกอยากอ่านหนังสือในห้องแอร์ และขี้เกียจเดินแล้ว

          ผมฟังนักเขียนพูดจนจบรายการ เป็นเวลาเที่ยงพอดี ภรรยาผมคงรออยู่หน้าห้องอบรม ผมกับลูกชายรีบเดิน ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่มากมายเหลือเกิน สักพักลูกชายก็ชี้ให้ผมดู

          “พ่อครับ แม่มาแล้ว” ลูกชายพูดพร้อมกับวิ่งไปหาแม่

          “ได้หนังสืออะไรมาล่ะลูก” ภรรยาผมถามลูกชาย

          “ไซอิ๋วครับ พ่อซื้อให้” ลูกชายตอบ

          “ดีจังเลยลูก เดี๋ยวกินข้าวก่อน ตอนบ่ายกลับเข้ามาแม่จะซื้อบางระจันกับเปาบุ้นจิ้นฉบับการ์ตูนให้ลูกอีกสองเล่มดีไหม”

          “ไชโย แม่ใจดีจังเลย” ลูกชายคนเล็กของผมออกอาการดีใจจนออกนอกหน้า

          งานนี้ต้องยอมรับเลยว่าภรรยาของผมส่งเสริมลูกชายคนเล็กให้เป็นนักอ่านได้ดีจริงๆ ผมเสียอีกตั้งใจมาหาหนังสืออ่านให้จุใจ ครึ่งวันแล้วยังไม่ได้ซื้อหนังสือสักเล่ม สงสัยจะอ่านหนังสือสู้ลูกชายไม่ได้เสียแล้ว

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒  มิถุนายน  ๒๕๖๗

 

           

          

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 718393เขียนเมื่อ 2 มิถุนายน 2024 19:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มิถุนายน 2024 19:27 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท