[บันทึกที่ 12] สะท้อนคิดเกี่ยวกับวงแห่งกัลยาณมิตร (Mentoring Community)


2 - 3 วันมานี้ยังคงอ้อยอิ่งและครุ่นคิดอยู่กับบทสนทนาของพระอมรมิตร (เจ้าอาวาส วัดถ้ำเมืองเทพ จังหวัดอุทัยธานี) กับอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิรพันธุ์ / บรรยากาศการสนทนาในกลุ่มไลน์ Retreat and Reflection / การได้มานั่งค่อย ๆ ตัดคลิปวิดิโอของตัวเอง และประกอบกับเมื่อวันก่อนได้ดู Facebook Live ของสวนโมกข์ กรุงเทพฯ ที่ได้เชิญสตรีที่มีบทบาทในการช่วยดูแลพระศาสนาอย่างภิกษุณีจากหมู่บ้านพลัม (ประเทศไทย) เสถียรธรรมสถาน และอีก 2 แห่งจำชื่อไม่แล้ว

ทำให้สะดุดใจคิดขึ้นมาถึงคำว่า “Mentoring Community” ที่อาจารย์ชัยวัฒน์พูดและย้ำเตือนให้พวกเร่เห็นความสำคัญของบ่อย ๆ และเมื่อย้อนกลับไปอ่านบางข้อความที้อาจารย์เคยเขียนไว้ในกลุ่มไลน์ มันยิ่งทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นว่า “Mentoring Community” นั้นมีส่วนสำคัญมาก ๆ ต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของเรา เพราะมันช่วยให้เราได้ยกระดับความรู้ความเข้าใจผ่านการร่วมมอง ร่วมสังเกตในจุดต่าง ๆ ได้เก็บเกี่ยวทรัพยากรอันมีค่าตามแต่จริตของแต่ละคน ได้มีพื้นที่ที่หยุดนิ่งหรือช้าลงเพื่อการใคร่ครวญ ได้ลองตั้งคำถามและทบทวนเรื่องอย่างลึกซึ่ง และบางครั้งได้รับการดูแลและเยียวยาผ่านการสนทนาไปในตัว เมื่อได้แนวคิด ไอเดียใหม่ ๆ ก็นำไปทดลองในพื้นที่ของและนำผลลัพธ์ที่ได้ทั้งบวกและลบมาตั้งวงคุยให้เพื่อการพัฒนาและต่อยอดต่อไป เหมือนกับการส่องกล้องสลับลายที่เราเคยเล่นกันต่อเด็ก ๆ ที่แม้จะมีวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ไม่กี่ชิ้น แต่เมื่อเราส่องผ่านรูกล้องเข้าไป วัตถุนั้นสะท้อนภาพกลับกระจกที่ทำมุมเป็นสามเหลี่ยมทำให้เกิดลายที่สวยงามขึ้นนั้น

คราวนี้ Mentoring Community เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองลอย ๆ ไม่ได้ ทุกสิ่งล้วนมาจากเหตุปัจจัยใฟ้เกิดขึ้นทั้งนั้น สิ่งที่เราพบจากการอ่านบทสนทนา การนึกถึงบรรยากาศในวงสนทนา การนั่งตัดต่อคลิปวิดิโอ ฟรือดูไลฟ์ทำให้เราเข้าใจว่า… การจะเกิด Mentoring Community ได้นั้นมันมาจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่พื้นฐานความสนใจหรือความตั้งใจบางอย่างคล้ายกัน เข้ามารวมตัวกัน เริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์ทำความรู้จักกันผ่านการสนทนา หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันอย่างต่อเนื่องและยาวนานจนจากกลุ่มคน คือ คนมากกว่า 1 คนที่เข้ามารวมตัวกัน

เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กันแนบแน่นมากขึ้นจากกลุ่มคนก็กลายมาเป็น “วง” คือ การค่อย ๆ หลอมรวมปัจเจกบุคคลเข้าเป็นกลุ่มเป็นก้อน เริ่มมีความรู้สึกถึงความเป็น “พรรคพวก” มากขึ้น

และเมื่อเราดูแล “วง” ให้แข็งแรงมากพอก็พัฒนาสู่ความเป็นชุมชน / สังฆะ คือ พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเนื่องมาจากการมีวิถีการอยู่ร่วมและวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มเกิดขึ้น เรามีวัตรปฏิบัติและการดูแลกันและกันในแบบฉบับของพวกเรา ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดมาจากการสั่งการ แต่มันเกิดจากการค่อยสร้างสัมพันธภาพ สังเกต เรียนรู้ และปรับตัวเข้าหากัน โดยมีแกนหลักคือความตั้งใจหรือคุณค่าร่วมบางอย่างที่ยืดโยงเราไว้

นี่คือภาพที่มันปรากฏชัดขึ้นมาในใจของเรา แต่มันก็มีอีกส่วนที่ทำให้เราค่อย ๆ ได้มองลึกลงไปได้อีกคือ… การเกิดสังฆะแห่งกัลยาณมิตรนี้มันสัมพันธ์เรื่องของกาลเวลา ยุคสมัย สภาพสังคม การแสวงหาและการปรารถนาของผู้คนอีกด้วย ดูอย่างสมัยพุทธกาลที่การบูชาผีพื้นบ้านเทพพื้นถิ่นหรือการทำพิธีกรรมอย่างพวกพราหมณ์หรือการถือวัตรอย่างนักบวชอื่น ๆ ไม่ตอบโจทย์การดับทุกข์ ผู้คนก็ต่างพยายามแสวงหาการหลุดพ้น เมื่อมีพระสัมมาสัมพุทธะ ผู้ที่ปรารถนาจะพ้นทุกข์จึงเข้ามาสู่สำนักนี้ หรือในยุคที่วิทยาการก้าวหน้า วิทยาศาสตร์รุ่งเรืองผู้คนก็ต่างพยายามศึกษา ค้นคว้า และวิ่งหาครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในรั่วมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อดำเนินตามรอยเท้าอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์ หรือในยุคนี้ที่ความผันผวนสูงลิบ ความไม่แน่นนอนมีมาก เสียงแห่งความทุกข์ยากระงมอยู่ทุกที่ ผู้คนจึงแสวงหาบางที่ที่ช่วยจุดประกายและให้ความหวัง ให้พลังในการออกไปรับทำงาน รับใช้ผู้คนต่อไป

และไม่ว่าจะยุคไหน สมัยใดได้ก็ตาม Mentoring Community จะเกิดไม่ได้หากปราศจากพื้นฐานมันสำคัญคือ… จิตที่มีความปรารถนาในช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์ หรือที่ในพุทธศาสนาเราเรียกว่า “เมตตา” และการลดละอัตตาตัวตนของตัวเอง

หลายที่พยายามสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง แต่ผู้นำ หรือคนในชุมชนกับเป็นพวกถือดี นักจัดการ และไม่ฟังใครนี่จึงเป็นอุปสรรคใหญ่ให่ชุมชนไม่แข็งแรง หรือในอีกทางคือผู้นำหรือคนในชุมชนนั้นไม่สามารถดูแลความกลัวในใจตัวเองได้ จึงตามใจทุกคน ไม่กล้าขัดใจใครอันนี้ก็ทำให้ชุมชนไปไม่รอดเช่นกัน การดูแลและจัดการตัวเแงนั้นจนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และการจะทำให้ผู้คนได้ดูแลและจัดการตัวเองได้นั้น เราก็ต้องมีพื้นที่ที่ทำให้พวกเขาได้กลับมารู้จัก สัมผัส มองเห็นคุณค่า จุดแข็ง ความเปราะบาง หรือทรัพยากรอันมีค่าในตัวเอง มีพื้นที่ให้เขาคนนั่นได้เรียนรู้และผลิบานด้วยตัวเขาเอง การค่อย ๆ ได้ให้เขานั้นมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ได้เห็นชัดในคุณค่าภายในตัวเองที่สอดคล้องกับความเป็นชุมชน รับรู้และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง จนเกิดการความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมเกิดขึ้น

เมื่อทุกคนดูแลและจัดการตนเองได้ เราจะช่วยกันดูแลพื้นที่และนิเวศน์นี้ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตัวเองและเพื่อน ๆ ไปพร้อมกัน

คำสำคัญ (Tags): #Mentoring Community
หมายเลขบันทึก: 718364เขียนเมื่อ 29 พฤษภาคม 2024 18:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤษภาคม 2024 18:20 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท