อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 232 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ 130 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่ราบห่างจากแม่น้ำป่าสักไปทางทิศตะวันออกราว 4 กิโลเมตร ในอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 60 - 80 เมตร ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ มีพื้นที่ราว 4.7 ตารางกิโลเมตร หรือราว 2,900 ไร่
ภายในพื้นที่ของอุทยานประกอบด้วยชุมชนโบราณในลักษณะเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ และกลุ่มโบราณสถานสำคัญที่มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นศูนย์กลางทางการแลกเปลี่ยนสินค้าที่สามารถติดต่อกับภูมิภาคอื่นๆได้สะดวก และความเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องกันถึง 3 ยุค ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ยุคทวาราวดี จนถึงยุคขอมเรืองอำนาจ ในวันที่ 19 กันยายน 2566 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก โดยยูเนสโก ภายใต้ชื่อ " เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวาราวดีที่เกี่ยวข้อง"
เมืองโบราณศรีเทพมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8 - 18 เป็นเมืองที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งในสมัยทวาราวดี มีการติดต่อรับคติความเชื่อทางศาสนาหลายศาสนาและนิกาย มีทั้งพุทธศาสนาแบบเถรวาทและมหายาน รวมถึงศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ในสาวระนิกาย(นับถือพระสุริยะ) ไวษณพนิกาย (นับถือพระวิษณุ) และไศวนิกาย (นับถือพระศิวะ) มีการติดต่อสัมพันธ์กับวัฒนธรรมใกล้เคียง ตั้งแต่วัฒนธรรมอินเดีย ขอม และทวาราวดีจากแหล่งอื่นๆ โดยยังหลงเหลือหลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรม สามารถแสดงความเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมและการค้า แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของชุมชนที่ต่างศาสนาในระยะเวลาเดียวกัน
ด้วยเอกลักษณ์และความสำคัญของเมืองศรีเทพ จึงมีนักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่าเมืองศรีเทพเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมทวาราวดี หรือเมืองศรีเทพนั้นคือ ทวาราวดี ไม่ใช่เมืองนครปฐมโบราณ หรือเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีตามที่เชื่อกันมา
เมืองเก่าศรีเทพ เดิมมีชื่อว่า "เมืองอภัยสาลี" หรือ "เมืองไพศาลี" สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงค้นพบเมื่อเสด็จไปตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ ครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เมื่อ พ.ศ. 2447-2448 และได้ทรงเรียกเมืองนี้เสียใหม่ว่า " เมืองศรีเทพ" ตามชื่อเมืองที่ปรากฏในทำเนียบของรายชื่อหัวเมืองในสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรจึงได้ใช้ชื่อเรียกเมืองโบราณที่สำรวจพบว่าเมืองศรีเทพ จนกว่าจะค้นพบหลักฐานเอกสารที่ยืนยันชื่อที่แท้จริงของเมืองโบราณแห่งนี้
หลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ได้ขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพเป็นโบราณสถานของชาติ เมืาอวันที่ 25 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2478 จนกระทั่ง พ.ศ. 2527 เมืองโบราณศรีเทพได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ภายใต้การบริหารจัดการในรูปแบบอุทยานประวัติศาสตร์ โดยการกำกับดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กรมศิลปากร
ปัจจุบันบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพประกอบไปด้วยสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นพื้นที่ในส่วนเมืองโบราณศรีเทพ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,889 ไร่ หรือประมาณ 4.7 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นเมืองที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบแบบเมืองในวัฒนธรรมทวาราวดีที่ยังคงสามารถรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แบ่งพื้นที่ภายในเป็นสองเมืองที่นับได้ว่าเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะที่พบไม่มากนักในเมืองร่วมสมัยเดียวกันที่พบในปัจจุบัน โบราณสถานซึ่งได้รับการขุดแต่งและบูรณะแล้วทั้งหมดประมาณ 40 แห่ง ประกอบด้วย
โบราณสถานเขาคลังใน
เป็นศาสนสถานสำคัญประจำเมืองที่มีขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12 มีลั กษณะก่อด้วยศิลาแลง บริเวณฐานยังหลงเหลือประติมากรรมปูนปั้นรูปคนแคระที่มีศีรษะเป็นบุคคลหรือสัตว์ต่างๆในท่าแบกประกอบกับลวดลายพันธ์พฤกษา ซึ่งพบและหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
โบราณสถานปรางค์สองพี่น้อง
เป็นสถาปัตยกรรมเนื่องในวัฒนธรรมเขมร มีลักษณะเป็นปราสาททื่ก่อด้วยอิฐสององค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยเนื่องในศาสนาฮินดู
โบราณสถานปรางค์ศรีเทพ
เป็นสถาปัตยกรรมเนื่องในวัฒนธรรมเขมร มีลักษณะเป็นปราสาทก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดูเช่นเดียวกับปรางค์สองพี่น้อง
อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี

เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้าง ที่ขุดค้นเมื่อปีพ.ศ. 2531
นอกจากนั้นบริเวณนอกเมืองโบราณศรีเทพไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ยังมีโบราณสถานเขาถมอรัตน์ เป็นภาพสลักบนผนังถ้ำ เป็นรูปพระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์ที่สร้างขึ้นตามความเชื่อของพุทธศาสนาลัทธิมหายานเนื่องในวัฒนธรรมทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 14 อันมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับคติความเชื่อของผู้คนในเมืองโบราณศรีเทพในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย
ขอขอบคุณ
- ผศ.ประทีป เล้ารัตนอารีย์ แห่ง มศว.ประสานมิตร วิทยากรพิเศษประจำทริปเพชรบูรณ์-ศรีเทพ-ภูทับเบิก
- มิตรไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน
- บันทึกต่อไป เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร (3) โบราณสถานเขาคลังนอก



















































