ถอดบทเรียนวิชาPTOT366อุปกรณ์ช่วยและเทคโนโลยี
สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวรัญชิดา ใจซื่อสมบูรณ์ เป็นนักศึกษาคณะกายภาพบำบัด สาขากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่3 มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันนี้จะมาถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนความรู้หลังจากการที่ดิฉันได้ไปศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ ณ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ ในรายวิชา PTOT366 อุปกรณ์ช่วยและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักกิจกรรมบำบัด ซึ่งเรื่องที่ดิฉันจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้คือ Assistive technology for hearing impairment & Communication มีทั้งหมด 3 หัวข้อด้วยกันนั่นคือ
1.ความรู้สึกที่ได้เรียนรู้
ดิฉันมีความรู้สึกประทับใจในตัวอาจารย์ทุกๆท่านที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในหัวข้อนี้ ทำให้พวกเรานักศึกษาทุกคนได้มีโอกาสออกมาเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งได้มีการบรรยายความรู้ให้นักศึกษาติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง อาจารย์มีความตั้งใจ ใส่ใจในตัวนักศึกษา และมีวิธีการสอนที่ทำให้นักศึกษาทุกคนเข้าใจเนื้อหาบทเรียนโดยง่าย ในท้ายคาบอาจารย์ยังได้พานักศึกษาไปชมดูแผนกต่างๆ ทำให้พวกเราได้เห็นภาพการทำงานที่มากขึ้น เข้าใจบริบทจริงที่มากขึ้น
2.สิ่งที่ได้เรียนรู้
- ได้เรียนรู้คำนิยามของคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายมีความหมายอย่างไร
- ได้รู้ประเภทของผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน เช่น หูตึง/หูหนวก หรือสื่อความหมาย เช่น พูดติดอ่าง/เสียงแหบ ห้าว มีลมแทรก/พูดไม่ชัด ฯลฯ
- รู้บทบาทหน้าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่ามีความเหมือน/ต่างกันอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร มีทั้งแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล นักแก้ไขคำพูด นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด จิตแพทย์
- รู้ประเภทของเทคโนโลยีเครื่องช่วยต่างๆมากมายที่เราไม่เคยเห็น หรือเคยเห็นแต่ไม่รู้จักการทำงานของมัน เช่น เครื่องช่วยฟังระบบFMแบบไร้สาย/กระดานสื่อสาร/บัตรภาพ บัตรคำ
- รู้วิธีดูแลเบื้องต้นของอุปกรณ์ ทั้งวิธีการถอด ใส่ ทำความสะอาด การเก็บรักษา และวิธีการแก้ไขเบื้องต้นเมื่ออุปกรณ์ที่ใช้มีปัญหา
3.ความรู้ที่ได้จะนำไปพัฒนาต่อยอดทางกิจกรรมบำบัดอย่างไร
เริ่มจากการนำข้อมูลตัวโรค พยาธิสภาพต่างๆของผู้พิการทางการสื่อสารและการได้ยินมาเรียนรู้และเข้าใจในตัวผู้รับบริการ และรู้วิธีการพูดคุยสื่อสารกันให้เกิดความเข้าใจในฐานะผู้บำบัดและผู้รับบริการ ผู้บำบัดสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาวิเคราะห์กิจกรรมของผู้รับบริการให้มีความละเอียดและตรงกับความต้องการของผู้รับบริการให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการให้ความรู้ในตัวโรคแก่ผู้รับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญเพิ่มมากขึ้น และสามารถรับมือกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงขึ้นได้
นักกิจกรรมบำบัดเราเมื่อเจอกับผู้รับบริการคนนึงที่มีความบกพร่อง เราสามารถคอยให้คำแนะนำต่างๆ เช่น การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการทำกิจวัตรประจำวันในชีวิต เหมาะกับบริบท สภาพแวดล้อม และเศรษฐานะของผู้รับบริการ ให้วิธีการดูแลอุปกรณ์ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ