เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 3 ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ สถาบันสิรินธร เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยทั้งสำหรับผู้พิการทางการสื่อสารและการมองเห็น ถูกบรรยายโดย นักเวชศาสตร์การสื่อความหมายชำนาญการพิเศษ สมจิต รวมสุข บันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา PTOT 366 อุปกรณ์ช่วยและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักกิจกรรมบำบัด ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจในการเลือกแนะนำอุปกรณ์ช่วยที่เหมาะสมกับความบกพร่องของผู้รับบริการแล้วช่วยให้พวกเขาได้กลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำกิจกรรมได้เทียบเท่ากับคนทั่วไป
ความรู้สึกที่ได้จากการเรียนรู้ในวันนี้
- รู้สึกตื่นตาตื่นใจ กับอุปกรณ์ช่วยต่างๆที่ถูกนำมาพูดถึง บางชิ้นเราไม่เคยเห็นที่ไหนและคิดไม่ถึงว่าจะมีอุปกรณ์ช่วยแบบนั้นอยู่ บางชิ้นเคยเห็นจากบทเรียนแต่ไม่เคยได้จับของจริงก็ได้มาเห็นจริงที่นี่ทำให้เข้าใจการใช้งานมากขึ้น
- ช่วงที่ได้เดินดูพื้นที่การทำงานให้ความรู้สึกเป็นกันเอง อาจารย์พร้อมให้ความรู้และทบทวนเนื้อหาที่นักศึกษาเคยเรียน
- รู้สึกประทับใจ ในการเตรียมการสอนของอาจารย์ วิดิโอที่นำมาใช้ในการทำแลปช่วยทำให้เข้าใจและสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้ มีการเตรียมรางวัลที่ช่วยให้นักศึกษาพยายามตอบคำถามและรางวัลนั้นก็นำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตได้
- รู้สึกเห็นภาพ เข้าถึงการทำงานของสหวิชาชีพที่ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือผู้รับบริการต่างๆตอนเดินดูงาน
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
-ได้ทบทวนตัวโรคทั้งโรคที่เกี่ยวกับการมองเห็นและการได้ยิน การประเมินการมองเห็นและการได้ยิน บทบาทของนักกิจกรรมบำบัดรวมไปถึงการทำความรู้จักกับทีมสหวิชาชีพ
-ได้ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ช่วยมากมายและเทคนิคในการปรับสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้แนวทางให้การช่วยเหลือผู้รับบริการในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น

communication book(1)
-ได้เรียนรู้ว่าเครื่องช่วยฟังมีหลายประเภท ถ่านที่ใช้ต้องเป็นแบบเฉพาะไม่ใช่ถ่านนาฬิกาและได้เรียนรู้วิธีการเก็บรักษา ถนอมเครื่อง รู้วิธีแก้ไขปัญหากับตัวเครื่อง เช่น เมื่อเครื่องช่วยฟังไม่มีเสียงให้ตรวจสอบว่าเปิดเครื่องหรือยัง ตรวจสอบพิมพ์หูและตัวเครื่องว่าสะอาดหรือไม่แล้วลองใช้แปรงขัดดูก่อน เป็นต้น
-ได้แนวทางในการออกแบบการสื่อสารทางเลือกให้เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละช่วงวัยและตัวโรคที่เป็น
-ได้รู้มุมมองการทำงานของนักแก้ไขการพูด
ความรู้ที่ได้จะนำไปพัฒนาต่อยอดทางกิจกรรมบำบัดอย่างไร
- นำความรู้เรื่องตัวโรคมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการบำบัดและการเข้าหา(approach)ที่เหมาะสม เกิดความเข้าใจในตัวผู้รับบริการที่มีความบกพร่องด้านนี้มากขึ้น
- นำไปออกแบบหรือแนะนำอุปกรณ์ช่วยให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์ช่วยที่ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริง
- ประยุกต์ใช้ความรู้ในการปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมและปลอดภัยต่อผู้รับบริการที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็นและการได้ยิน
- นำไปให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้รวมถึงวิธีการเก็บรักษาอุปกรณ์ช่วยแก่ผู้รับบริการ อย่างการดูแลเครื่องช่วยฟังซึ่งมีราคาสูง หากดูแลไม่ถูกวิธีแล้วเสียไวจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
จัดทำโดย ธวัลพร ศรีเกียรติณรงค์
อ้างอิง (1):https://www.amazon.com/PECS-Communication-Picture-Exchange-System/dp/B0019CXM7G