GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

80 ความดีเพื่อในหลวง (1) : ทำความดีวันละ 1 อย่าง

ตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่างน้อยวันละ 1 ความดี

Hi....!!!!...อยากเล่นเกมส์ถามตอบมั๊ยคะ ?

วันนี้ดิฉันมีคำถามที่อยากจะถามคุณ ๆ ทั้งหลายค่ะ

คำถามที่ 1...

ถามว่า...."คุณเคยได้รับการผ่าตัดมั๊ย ?"

ถ้าคุณเคยผ่าตัดมาแล้ว...

คำถามที่ 2 ....

ถามว่า..."แล้วคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องผ่าตัด ?"....

คิดนานละเซ้...อ่ะ...ให้เวลาคิดคำตอบ...ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...

 

กริ๊ง....หมดเวลาแล้วค่ะ...มาเฉลยดีกว่า

 

คำตอบที่ดิฉันมักได้ยินและรับทราบจากผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้เฒ่า ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือแม้กระทั่งผู้ชายตัวโต ๆ อกสามสี่ศอก คือ.... 

"กลัวค่ะ(ครับ) กลัวการดมยา กลัวจะไม่ฟื้น" ....

ปฏิกิริยาถ้าเป็นเด็กก็แหงอยู่แล้ว ร้องไห้แง ๆ

ถ้าเป็นผู้ใหญ่..บางคนก็จะบอกมาตรง ๆ ว่ากลัว

แต่ก็มีบางคนที่ไม่บอก...แต่พยาบาลอย่างเราสามารถรับรู้ความรู้สึกกลัวของผู้ป่วยได้โดยที่ผู้ป่วยแสดงให้เห็นทางสีหน้า แววตา

เมื่อผู้ป่วยกลัวการผ่าตัด..บทบาทที่สำคัญของพยาบาลห้องผ่าตัดก็คือการพูดคุยปลอบโยน ให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้ป่วยลดความกลัวหรือวิตกกังวลลง...

และปีใหม่ปีนี้ดิฉันตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่างน้อยวันละ 1 ความดี ซึ่งในวันนี้ดิฉันได้ทำความดี 1 อย่างแล้วค่ะ

...เย็นวันที่ 4 มค. 49 เวลาประมาณ 17.00 น มีผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งอายุ 44 ปี เป็นไส้ติ่งอักเสบ ศัลยแพทย์จะทำผ่าตัดตัดไส้ติ่งให้  เผอิญว่าวันนั้นดิฉันเยี่ยมผู้ป่วยหลังผ่าตัดเสร็จพอดีและกำลังจะกลับห้องผ่าตัด จึงอาสาเจ้าหน้าที่ตึกศัลยกรรมว่าจะพาผู้ป่วยไปส่งให้ที่ห้องผ่าตัดเอง

และในขณะที่ดิฉันเดินไปหาผู้ป่วยนั้น...ดิฉันเห็นผู้ป่วยรายนี้กำลังนอนน้ำตาไหลพราก ....

ดิฉันนึกเดาว่าเธอคงกลัว...จึงถามผู้ป่วยว่า

"คุณเป็นอย่างไรคะ ? กลัวการผ่าตัดใช่มั๊ยคะ ? "

เธอพยักหน้าและนำตายังคงไหลออกมา..

ดิฉันจึงพูดคุยอธิบายให้ทราบเกี่ยวกับสาเหตุที่ต้องผ่าตัดว่าเพื่อตัดไส้ติ่งที่กำลังอักเสบทิ้ง การผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาเฉลี่ยโดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่นานเพียง 10-15 นาทีก็ผ่าตัดเสร็จ เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว ขณะที่เริ่มรู้สึกตัวอาจจะเจ็บแผลผ่าตัดและรู้สึกอึดอัดจากการที่มีท่อทางเดินหายใจในปาก ไม่ต้องตกใจเมื่อคุณหายใจได้เองตามปกติจึงจะนำท่อทางเดินหายใจออกให้ หลังจากนั้นจึงจะย้ายเข้าห้องพักฟื้น ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหลังผ่าตัดในห้องพักฟื้นประมาณ30-45 นาที จนผู้ป่วยรู้สึกตัวดีจึงจะทำการย้ายกลับมานอนที่หอผู้ป่วยเดิม

 

หลังจากที่ดิฉันพูดคุยกับเธอไปตลอดทางจนถึงห้องผ่าตัด  รู้สึกว่าเธอจะคลายความกลัวลงบ้าง ดิฉันคิดว่าเธอคงอยากได้เพื่อนคุยเพื่อให้กลัวลดลง ซึ่งดิฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำบทบาทตนเองและสามารถช่วยผู้ป่วยที่กำลังมีความทุกข์อยู่ ดิฉันได้ทำความดีดังที่ตั้งใจไว้แล้ว....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71435
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

  • เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยดีค่ะ เพราะเราจะกลัวในสิ่งที่เราไม่มีโอกาสเห็นเลย แล้วยิ่งถ้าเราไม่มีสติ เขาทำอะไรกับเราบ้าง เราก็ไม่มีโอกาสรู้ งานนี้ ต้องขอชื่นชม พยาบาลแสนดี ที่เล่าสิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องเจอ ให้ผู้ป่วยฟัง แทนที่จะปล่อยให้ผู้ป่วยต้องคาดเดาเอาเอง แล้วก็วิตกจริตไปเอง
  • สำหรับดิฉัน ก็กลัวการผ่าตัดเหมือนกันค่ะ คลอดลูก 2 คน ภาวนาตลอดว่า ขอให้คลอดเองเถอะ เพราะเป็นคนกลัวเครื่องมือแพทย์มาก ๆ แม้กระทั่งทำฟัน ต้องขอร้องให้คุณหมอเอาผ้ามาปิดตา เพราะไม่อยากเห็นเครื่องมือ แต่จะถามคุณหมอตลอดว่า ตอนนี้ คุณหมอ กำลังทำอะไรกับฟันตัวเองบ้าง อ้อ อีกอย่าง ที่กลัวการผ่าตัด คือ กลัวว่า ตอนดมยาสลบ จะนอดหลับไปแล้วเผลอกรนใส่พยาบาลแสนดี กะคุณหมอผู้น่ารัก จนวิ่งหนีกันหมดหมด  (ไม่อยากเป็นเรื่องเล่า บนเตียงผ่าตัดหนะคะ กลั๊ว กลัว)

อยากให้หมอ+พยาบาลทุกคน ใจดีเหมือนคุณศุภลักษณ์ ครับ

เคยผ่าตัดใส้ติ่ง ช่วงที่เค้าเข็นเตียงออกจากห้องแล้วนอนมองเพดาน มองเห็นไฟเลื่อนผ่านไปทีละดวงๆ เหมือนฉากในหนังมากๆ เลยครับ บรรยากาศหดหู่ ไม่มีเสียงพูดจาอะไรจากคนเข็นทั้งสิ้น   พอเข้าไปแล้วไม่ได้ดมยา แต่บล๊อกหลัง ตอนบล๊อกหลังทรมานสุดๆ  จำได้ว่าไม่เห็นมีใครจะพูดกับผมซักคน มีแต่เสียงพูดคุยกันเอง   ตอนกำลังผ่า ผ้าปิดตาไม่สนิทอีกต่างหาก เลยแอบดูภาพหวาดเสียวผ่านแว่นตาของคุณหมอ เป็นระยะๆ  อิอิ   แต่สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดีครับ

งานนี้ต้องเรียกคุณติ๋ว กฤษณา มาแจมด้วยค่ะ

คำถามที่ 1...

ถามว่า...."คุณเคยได้รับการผ่าตัดมั๊ย ?"

ไม่เคยค่ะ

ถ้าคุณเคยผ่าตัดมาแล้ว...

คำถามที่ 2 ....

ถามว่า..."แล้วคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องผ่าตัด ?"

ไม่เคย ต้องคิดนาน ๆ ก่อน ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก อาจจะไม่กลัวเพราะไม่เคย 555  แต่ถ้าต้องโดนผ่าตัดจริง ๆ คงไม่กลัว  เพราะพี่ ๆ พยามาร เอ้ย พยาบาลที่รู้จักเยอะ ยกเว้นหมอดมยา อาจต้องออร์เดอร์คุณเล็กหรือคุณติ๋วมาหรือเปล่าหนอ อิอิอิ

  • ไม่กลัวการผ่าตัดหรอกเจ้าค่ะ
  • แต่ กลัวตอนโดนวางยาสลบ     นะสิเจ้าคะ
  • เพราะเดี๋ยวตอนหลับคุณหมอแอบผ่าเอาน้องออกจากปากไปล่ะก็ เสียฟอร์มแย่เลย เจ้าค่ะ อิๆๆๆ
พวกเรานับว่าโชคดีที่มีโอกาสได้ทำความดีตลอดเวลา ถือว่าปฏิบัติธรรมขณะทำงาน ไม่ต้องไปแสวงหาบุญที่วัด

เห็นการทำงานของพี่เล็กของหมูแล้ว จากัวการผ่าตัดไปทามาย น่ารักและใจดีแบบนี้ไม่ต้องกัวค๊าฟ

เป็นกำลังใจให้พยาบาลที่สวยและแสนดี อย่างพี่เล็กเสมอคับ

  • แวะมาทักทายนะครับ
  • วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม ผมสัมภาษณ์นิสิตที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลฯ ที่ ม.มหาสารคาม ในโควตาศิลปวัฒนธรรม
  • เธอเล่าว่า  ครั้งหนึ่งเคยผ่าตัด แรกเริ่มหวาดกลัวไม่อยากผ่าตัด แต่เมื่อผ่าตัดแล้ว ได้รับการดูแลที่ดีจากพยาบาล เธอจึงรักและศรัทธา ใฝ่ฝันที่จะเป็น "นางฟ้าในชุดขาว" 
  • นี่คือเรื่องจริงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเมื่อเร็ววันนี้

แวะเข้ามากับคำถามชวนแลกเปลี่ยนคะ  ...ขอตอบบ้างนะคะ

ข้อแรก ตอบว่า  เคยคะและเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต...ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าขนาดนี้..เริ่มสงสัยแล้วละซิว่าทำอะไร...เป็นการผ่าตัดขากรรไกรทั้งบนและล่างคะ เพื่อช่วยให้การบดเคียวดีขึ้น ใช้เวลา 12 ชั่วฌโมงถึงจะเสร็จ..โล่งอกทั้งคนผ่าและหมอ

ข้อสอง ตอบว่า กลัวในตอนแรก..แต่ว่าผ่อนคลายบ้าง (ไม่ได้หายกลัวนะคะ)...เมื่อคุณหมอและทีมผ่าตัดเข้ามาคุยและบอกวิธีการรักษาให้คนไข้ฟัง ซึ่งพอฟังแล้วก็ผ่อนคลายคะ และได้รับการเอาใจใส่จากพยาบาลก็ขอบอกว่า การผ่าตัดครั้งนี้ไม่รู้สึกกลัว..และฝากบอกต่อกับผู้ป่วยคนอื่นและผู้ทำการผ่าตัดเองคะ ว่าการผ่าตัดใหญ่ๆ หรือเล็ก ถ้าผู้ป่วยเปิดใจยอมรับฟังวิธีการจากคุณหมอ และคุณหมอก็ต้องยอมเปิดใจพูดให้คนไข้สบายใจน่าจะเป็นการดีกับทั้ง 2 ฝ่ายคะ

 

อิอิอิ เป็นประสบการณ์ตรงจากคนเคยเข้ารับการผ่าตัดคะ

 

ขอตอบด้วยคนค่ะ

ข้อแรก

เคยค่ะ ที่บำราศฯนี่แหละ ผ่าตัดเนื้องอกที่หน้าอก

ข้อสอง

รู้สึกกลัวค่ะ แล้วก็อายด้วย(ก็ต้องเปิด....นี่คะ) แต่ก็อุ่นใจค่ะเพราะได้รับคำแนะนำและปฏิบัติด้วยความเข้าใจ(ว่าอายนะ)

ยังประทับใจชุมชนคนชุดเขียวมาถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะน้องจินตนา และน้องอ้วน(ประยูร)ค่ะ