Research Paradigm
ในยุคแรกของการศึกษาระดับปริญญาโท ประมาณปี ค.ศ 1960s เป็นต้นมากรอบหรือรูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบของทางวิทยาศาสตร์ “Scientific Paradigm”
หรือ “Traditional Science Paradigm”
ต่อมาพบว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้หมด โดยเฉพาะปรากฎการณ์เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ความเชื่อ ค่านิยม วิถีชีวิต และ วัฒนธรรมของมนุษย์ จึงเกิดมี
“Socio-Anthropological Paradigm
Paradigm in Nursing Research
 1.“Traditional Science” Paradigm
 (The positivist paradigm) 
 Quantitative Research     
 2.“Socio-anthropological” Paradigm
 (Naturalistic paradigm)
 Qualitative Research

Characteristic of Scientific Method
- Order มีลำดับ มีขั้นตอน
- Control มีการควบคุมตัวแปรที่รบกวน
- Empiricism สิ่งที่จะศึกษานั้นเป็นจริง สามารถรับรู้ได้โดยทางตรงหรือทางอ้อมจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็น objective reality
- Generalizability สามารถสรุปและนำไปทำนายในกลุ่มประชากรอื่น ๆ ได้

Logical reasoning
- Logical reasoning
Inductive reasoning
is the process of
developing conclusion
and  generalization from  
specific observations
- Deductive  reasoning
is the process of 
developing specific
predictions  from
general  principles
ประโยชน์การวิจัย
*การวิจัยทำให้ผู้วิจัยได้รู้จักแหล่งความรู้ วิธีการหาความรู้ ด้วยการศึกษาค้นคว้าเอกสารและสิ่งที่ผู้อื่นได้ศึกษาค้นคว้าไว้แล้ว
*การวิจัยทำให้ผู้วิจัยได้พัฒนาทักษะการคิดอย่างมี ระบบและเป็นเหตุผล
*การวิจัยทำให้ผู้วิจัยได้พัฒนาทักษะปฏิบัติการ อย่างเป็นระบบและมีหลักการ
*การวิจัยทำให้สามารถแก้ปัญหาในหน่วยงานอย่างมีหลักการ และมีประสิทธิภาพ
*การวิจัยทำให้มีวิชาชีพพยาบาลมีความเป็นวิชาชีพเท่าเทียมกับวิชาชีพอื่น
*การวิจัยทำให้ปฏิบัติการวิชาชีพมีหลักการ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และผู้ป่วยมีความปลอดภัย

ประเภทต่าง ๆ ของการวิจัย
1.จำแนกตามศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
* natural science research
* social science research
2.จำแนกตามความมุ่งหมายที่ทำวิจัย (pursose)
* basic research (pure research)
* theoretical research
* apply  research,  action  research
3.จำแนกตามวิธีการวิจัย (approach)
* การวิจัยเพื่อค้นหา  (exploratory  research)
* การวิจัยเชิงพรรณนา  (descriptive  research)
* การวิจัยเพื่ออธิบาย   (explanatory research)
* การวิจัยเพื่อการทำนาย (predictive research)
4.จำแนกตามกระบวนการเก็บข้อมูล
* การวิจัยแบบสังเกตุ (observational research)
* การวิจัยสำรวจ  (survey research)
*การวิจัยแบบทดลอง  (experimental research)
5.จำแนกตามระยะเวลาการเก็บข้อมูล เช่น
* การศึกษา หรือ วิจัย ย้อนหลัง (retrospective  study, case history, historical research) 
* การศึกษาติดตามอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลา(longitudinal study,cohort study,prospective study, panel or follow upstudy)
* การเลือกเวลาศึกษาเวลาเดียว(cross-sectional study)
ขั้นตอนการวิจัย
*การเลือกปัญหาการวิจัย
*การตั้งคำถามการวิจัย
*กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย
*การทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
*การกำหนดกรอบแนวคิดและทฤษฎี
*การตั้งสมมุติฐาน
*การกำหนดตัวแปรที่จะศึกษา
*การออกแบบการวิจัย
*การเตรียมเครื่องมือการวิจัย
*การกำหนดกลุ่มประชากรและการเลือกตัวอย่าง
*การเก็บรวบรวมข้อมูล
*การเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์
*การวิเคราะห์ข้อมูล
*การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล
*การเขียนรายงานการวิจัย
*การเผยแพร่ผลการวิจัย

วิจัยทางการพยาบาล 
*การค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการศึกษา ด้านบริการ ด้านบริหารการพยาบาล
*ทดสอบ  ทำให้ดีขึ้น  ในด้านความรู้ของพยาบาล เพื่อพัฒนาด้านการศึกษาพยาบาล
*พัฒนารูปแบบ
The purpose of Nursing research
จุดมุ่งหมายในการวิจัยพยาบาล
1.Identification (จำแนก แยกแยะ บ่งชี้)
2.Description (เพื่อพรรณนา บรรยาย)
3.Exploration (เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ)
4.Explanation (เพื่ออธิบาย ขยายความ)
5.Prediction and control (เพื่อทำนายและ  ควบคุม)

พยาบาลกับการวิจัย
การวิจัยทางการพยาบาล
*วิจัยประวัติการพยาบาล ประวัติบุคคลสำคัญทางการพยาบาล  (วิจัยประวัติศาสตร์ หรือวิจัยเอกสาร)
*วิจัยการเคลื่อนไหวทางวิชาชีพ เช่น การผลิตพยาบาล ความต้องการพยาบาล  การคงอยู่ในวิชาชีพของพยาบาล
*วิจัยการพยาบาลเฉพาะทางคลินิก เช่น วิจัยการทำแผลประคบแผลด้วยน้ำผึ้งกับการหายของแผล
*วิจัยรูปแบบการพยาบาลที่ให้ผลดีแก่ผู้ป่วย เช่น การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในแผนการรักษาของตนเองต่อการลดระยะเวลาการอยู่โรงพยาบาล/การกลับเป็นซ้ำ
*วิจัยวิธีการพยาบาลแบบต่าง ๆ วิจัยกับผู้ป่วยในคลินิก เช่น ผลการสอนอย่างมีแบบแผน ฯ ต่อ …..
*การวิจัยบุคลากรทางการพยาบาล ภาวะสุขภาพจิตฯ ความเครียดของพยาบาลฯ
*การวิจัยระบบการศึกษาพยาบาล
*การวิจัยผู้บริหารการพยาบาล เช่น การรับรู้ของผู้บริหารต่อ…กับการให้การสนับสนุน
*การวิจัยผู้เข้าศึกษาวิชาชีพพยาบาล นักศึกษาพยาบาล เช่น ความเครียดในนักศึกษา ความฉลาดทางอารมณ์
*การวิจัยวิธีการเรียนการสอนพยาบาล วิธีการสอนแบบต่าง ๆ กับผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียน หรือ กับความพึงพอใจในบทเรียน
อะไรที่ไม่ใช่การวิจัย
*การแสวงหาข้อมูลอย่างเดียวไม่ใช่การวิจัย
*การเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเดียวไม่ใช่การวิจัย
*การนำข้อเท็จจริงจากแหล่งหนึ่งไปเผยแพร่ไม่ใช่การวิจัย
*การพูดเพื่อให้ดูมีสาระเพื่อให้ผู้ฟังสนใจไม่ใช่การวิจัย
*การเขียนที่มีการอ้างอิงถึงผู้เขียนคนอื่น ๆ ไม่ใช่การวิจัย

โครงร่างการวิจัย
1.ปัญหาการวิจัย
2.ความสำคัญของปัญหา(หลักการและเหตุผล)
3.วัตถุประสงค์การวิจัย
4.คำถามการวิจัย
5.สมมุติฐานการวิจัย
6.ข้อจำกัดการวิจัย (ขอบเขตการวิจัย)
7.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
8.นิยามศัพท์การวิจัย
9.กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่ใช้
10.วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
11.วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
12.วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้
13.แผนการดำเนินการวิจัย
14.เอกสารอ้างอิง

จริยธรรมการวิจัย
*การวิจัยที่ทำในมนุษย์จะต้องได้รับการคุ้มครอง หรือมีการพิจารณาในเรื่องสิทธิความเป็นมนุษย์
*ผู้ถูกวิจัยจะต้องรับรู้ว่าตนเองถูกวิจัย ผู้ทำวิจัยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถูกวิจัย ต้องบอกกล่าวผู้ถูกวิจัยและเซ็นใบยินยอม (informed consent)
*ไม่ให้ข้อมูลแก่ผู้ถูกวิจัยที่เกินเลยความเป็นจริง
*ไม่เป็นการวิจัยที่ไร้มนุษยธรรม เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคแต่ไม่รักษา  เพื่อดูอาการ และความเป็นไปของโรค
*จริยธรรมนักวิจัย  เสนอโครงการถูกต้องตามหลักวิชา แต่ไม่ได้ทำตามที่เสนอไว้เพราะมีความยุ่งยาก
*การเสนอผลการวิจัยต้องไม่ทำให้ผู้ให้ข้อมูลเป็นอันตราย
*การคัดลอกงานผู้อื่นผู้อื่นถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณนักวิจัย
*การเอางานผู้อื่นไปใช้โดยไม่อ้างอิงถือเป็นการทำผิดจริยธรรมการวิจัย
*การวิจัยในสัตว์ทดลองต้องมีจริยธรรมในการทดลองในสัตว์เช่นกัน เรียกว่า จริยธรรมในการวิจัยในสัตว์ทดลอง เพื่อคุ้มครองสัตว์ทดลองไม่ให้ทุกข์ทรมาน
*การอ้างอิงที่ไม่ถูกต้องจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาถือเป็นการทำผิดจริยธรรมการวิจัย

ที่มา:เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิจัยทางการพยาบาลของ รศ.สุวนีย์ เกี่ยวกิ่งแก้ว