ผมเคยได้ทบทวนวรรณกรรม เพื่อเตรียมการดำเนินการพัฒนาองค์การ (Organization Development - OD) ของ คปสอ.บางแก้ว (คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ) ต่อในทันที หลังจากที่ได้ร่วมกันยกร่างแผนยุทธศาสต์สุขภาพอำเภอบางแก้ว (ระยะ 3 ปี) และ คปสอ.บางแก้ว ก็ได้ผ่านความเห็นชอบประกาศใช้ ในช่วงปี 2547 – 2549 แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ร่วมกิจกรรมการดำเนินงานนี้ต่อ เนื่องจากย้ายมาอยู่เสียที่ สสจ. ได้แต่สอบถามข่าวคราว หลายท่านก็ตอบว่าเยี่ยมมาก บางท่านก็เฉย ๆ ที่รู้สึกแย่ ๆ มี 2 คน แต่นั่นเป็นเพียงการละลายพฤติกรรมแล้วกลับมาทำงานต่อ โดยไม่ได้ทำอย่างเต็มรูปแบบของคำว่า “OD” เลย มาวันนี้จำเป็นต้องนำมาใช้อีกครั้ง ใน 3 สาเหตุ คือ

          1) การที่ผมต้องเป็นวิทยากรนำเพื่อยกร่างแผนยุทธศาสต์สุขภาพอำเภอเขาชัยสน จึงจำเป็นต้องทบทวนซ้ำ และจะต้องนำไปใช้ในวันที่ 29 พ.ย. 2548 นี้ (ตามที่ได้เคยบันทึกไว้ที่ เส้นทางการยกร่างยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอเขาชัยสน)
          2) เพิ่งจะได้พูดคุยทางโทรศัพท์และอธิบายทำความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่อง “การทำ OD” กับคุณหลานตาแขกไป เมื่อสัก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็น "OD กับเครือข่าย อสม."
          3) ขอต่อยอด แผ่ขยายกิ่งก้านความรู้จากที่ นพ.พิเชษฐ์ฯ รพ.บ้านตาก ได้กล่าวไว้ที่ กิจกรรมพัฒนาองค์การหรือโอดี (Organization Development) ขอเชิญคลิ้กไปดูรายละเอียดได้

     คำอธิบายต่อไปนี้ จะยกมาจากสันทัด และคณะ ที่ได้กล่าวไว้เมื่อ ปี พ.ศ. 2536 ก่อนที่ผมจะได้สรุปในตอนท้ายอีกครั้ง ดังนี้

     ความหมายของการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ จะเป็นกระบวนการที่ประกอบด้วย โครงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนซึ่งบังเกิดต่อระบบงานทั้งหมด เป็นการบริหารงานจากเบื้องบนมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเจริญก้าวหน้าขององค์การบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยการใช้ความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ ตามคำกล่าวของ Richard beckhard ซึ่งในกระบวนการพัฒนาองค์การจะต้องตอบคำถามว่า องค์การมีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ต้องการให้องค์การเป็นอย่างไร และจะสามารถบรรลุสิ่งที่ต้องการให้เป็นไปได้อย่างไร สำหรับขั้นตอนการพัฒนาองค์การ จะแบ่งออกเป็น 4 ขั้น คือ

          1. ขั้นการรวบรวมข้อมูล เป็นการรวบรวมสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ในองค์การเพื่อตรวจวินิจฉัยและกำหนดแนวยุทธศาสตร์ใส่สิ่งสอดแทรกที่เหมาะสม ตัวแปรที่ใช้ศึกษาพฤติกรรมขององค์การตามแนวพฤติกรรมศาสตร์ ได้แก่ ภาวะผู้นำ แรงจูงใจ การสื่อสาร การติดต่อประสานงาน การตัดสินใจ การกำหนดเป้าหมายในองค์การ การควบคุมงาน และการปฏิบัติงาน วิธีการรวบรวมข้อมูลอาจจะใช้การสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม วิธีใดวิธีหนึ่งหรือร่วมกัน

          2. ขั้นการตรวจวินิจฉัยปัญหา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เครื่องมือทางสถิติแล้วนำมาสรุปว่า พฤติกรรมขององค์การในแต่ละด้านที่ศึกษาเป็นอย่างไร นำสภาพที่เป็นปัญหานั้นมาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา กำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างๆ วิเคราะห์แรงดัน-แรงดึงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง

          3. ขั้นกำหนดยุทธวิธีหรือการกำหนดสิ่งสอดแทรก ตัวอย่างของสิ่งสอดแทรก ได้แก่ การฝึกอบรม (education training), ตาข่ายการบริหาร (management grid), การให้คำปรึกษาหารือในเชิงกระบวนการ (process consultation), การยุติข้อพิพาทโดยใช้ที่ปรึกษา (third-party peacement), การสำรวจหาข้อวิพากษ์ (survey feedback), การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์และผลงาน (management by objective and results), การประชุมเพื่อพัฒนาการสร้างทีมระหว่างกลุ่ม (intergroup building), การพัฒนาการสร้างทีม (team building), การสำรวจองค์การโดยให้งานอื่นเป็นกระจกเงา, การประชุมแบบเผชิญหน้า (confrontation building), การประชุมเพื่อกำหนดเป้าหมายขององค์การ (goal setting meeting), การปรับปรุงงานและโครงสร้างองค์การ (techno-structural approach), การวางแผนชีวิตและอาชีพ (lift/career planning), การวิเคราะห์บทบาท (role analysis planning), การสอนแนะและให้คำปรึกษา (coaching and counseling) การฝึกอบรมโดยให้ห้องปฏิบัติการ (laboratory training)

          4. ขั้นการประเมินผล มีเป้าหมายเพื่อให้รู้ว่าการใส่สิ่งสอดแทรกชนิดใดได้ผลที่สุด ปรับปรุงทักษะการแนะนำ ปรึกษาของบุคคลในองค์การ ทราบความคืบหน้าของการพัฒนาองค์การ และเสริมสร้างระเบียบวินัยที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น

     ฉะนั้นโดยสรุปจากการที่ผมได้ลงไปช่วยดำเนินการที่อำเภอเขาชัยสน ตอนนี้เราเดินมาถึงขั้นที่ 2 แล้ว และกำลังจะถึงขั้นที่ 3 ในวันที่ 29 พ.ย. 2549 นี้ ส่วนขั้นที่ 4 นั้นเป็นขั้นตอนที่จะได้กำหนดในลำดับต่อไปว่าจะเอากันอย่างไร เมื่อผมได้ยินมาจากทีมนำว่า “วันที่ 29 พ.ย. 2548 นี้ คปสอ.เขาชัยสน จะไปทำ OD ที่ทะเลน้อย” ก็อยากบอกว่า ในขณะนี้เราก็กำลังทำ OD กันอยู่แล้ว เพียงแต่วันที่ 29 พ.ย. 2548 ที่จะถึงนั้น เราไปทำ OD ขั้นตอนการกำหนดยุทธวิธีครับ! ก็ไม่ได้บอกในตอนที่ได้ยินในทันที เพราะเข้าใจว่าบางเรื่องถ้าเรารีบอัดลงไปมาก ๆ เร็ว ๆ จะสำลักได้ครับ อาศัยช่องทาง GotoKnow.org ช่วยสื่อไปบ้างอย่างช้า ๆ ครับ