การที่คนเราไปวัดทุกวันอาทิตย์ ก็เพื่อแสวงหาธรรมะ เพื่ออบรมจิตใจให้เกิดปัญญา เพื่อให้รู้เท่าทันในสิ่งนั้นๆ ตามสภาพที่เป็นจริง เวลาได้ก็จะไม่ต้องเป็นทุกข์ เวลาเป็นก็จะไม่ต้องเป็นทุกข์ เวลาเรามีอะไร ก็จะไม่เป็นทุกมากเกินไป เพราะเรามีปัญญากำกับจิตใจ เรารู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร มันมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปอย่างไร เราก็ไม่หลงใหลมัวเมาในสิ่งนั้น ไม่เพลิดเพลินจนเกินเหตุแต่ว่าเราใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์ในวิถีของเรา โดยไม่ทำให้เราต้องุกข์

        เหมือนเรากินปลา เรารู้ว่ามันมีก้าง เราจะต้องกินอย่างไรอย่าให้ก้างติดคอ อย่าให้ก้างมันตำเหงือกและบาดเจ็บ เราต้องกินด้วยปัญญา กินด้วยความฉลาดก่อนจะเอาเนื้อปลาใส่เข้าปาก ก็ต้องดูเสียก่อนว่า มีก้างขนาดไหน พอจะเคี้ยวได้หรือไม่ ถ้าเป็นก้างใหญ่มันจะเคี้ยวไม่ไหว ก็ทอดทิ้งเสีย เอาแต่เนื้อปลาเข้าไป ก้างปลานั้นก็จะไม่ตำเหงือกตำคอเรา ฉันใด

การเป็นอยู่ในโลก
ก็เหมือนกับคนกินปลามีก้าง
ถ้ากินด้วยความตะกละตะกลาม
ด้วยความอยากที่รุนแรง
ไม่มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาสิ่งนั้นๆ
ก้างมันก็ติดคอเราบ่อยๆ

(คัดจาก : ธรรมะหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)