ในงานวิจัยมีข้อผิดพลาดอยู่ 2 ประเภท เรียกว่า ข้อผิดพลาดหรือความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 (Type I Error) และข้อผิดพลาดหรือความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 2 (Type II Error) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องในการทดสอบสมมติฐาน 

ข้อผิดพลาด หรือ ความคลาดเคลื่อน ประเภทที่ 1 

ข้อผิดพลาดประเภทที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อเราปฏิเสธสมมติฐานว่างทั้งที่เป็นจริง พูดง่ายๆ ก็คือ เราพบหลักฐานของผลกระทบที่ไม่มีอยู่จริง ตัวอย่างเช่น หากเรากำลังทดสอบยาตัวใหม่และสรุปว่าได้ผลทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้ผล แสดงว่าเราทำผิดพลาดประเภทที่ 1

ข้อผิดพลาด หรือ ความคลาดเคลื่อน ประเภทที่ 2 

ข้อผิดพลาดประเภทที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเราไม่ปฏิเสธสมมติฐานว่างทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเท็จ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเราพลาดผลกระทบที่มีอยู่จริง เหมือนพลาดโอกาส ตัวอย่างเช่น หากเรากำลังทดสอบยาตัวเดียวกับด้านบนและสรุปว่ามันไม่ได้ผลทั้งที่ส่งผลจริง แสดงว่าคุณทำข้อผิดพลาดประเภทที่ ​2

ในการวิจัย เราต้องการลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดทั้งสองประเภทให้น้อยที่สุด ข้อผิดพลาดประเภทที่ 1 มักจะแสดงด้วยตัวอักษรกรีก alpha (α) และข้อผิดพลาดประเภทที่ 2 จะแสดงด้วยเบต้า (β) 

พลังของการทดสอบทางสถิติ

พลังของการทดสอบทางสถิติ (Statistical power) คือ 1 - β ซึ่งเป็นความน่าจะเป็นที่จะปฏิเสธสมมติฐานว่างได้อย่างถูกต้องเมื่อเป็นเท็จ

นักวิจัยสามารถควบคุมโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาด Type I และ Type II และเพิ่มพลังของการทดสอบได้

พลังของการทดสอบทางสถิติได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงขนาดตัวอย่าง (ยิ่งตัวอย่างมาก พลังยิ่งสูง) ขนาดของผลกระทบ (ผลกระทบยิ่งมาก พลังยิ่งสูง) และระดับนัยสำคัญ (ระดับนัยสำคัญยิ่งมาก พลังยิ่งสูง)