หนังสือ The Learning and Development Handbook โดย Michelle Parry-Slater บอกว่าการเรียนรู้เกิดในทุกที่ ไม่เฉพาะในห้องเรียน หรือในสถานที่ทำงาน ปัจจัยสำคัญที่สุดคือแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้ของตัวเราเอง
แน่นอนที่สุด สำหรับคนทำงาน การเรียนรู้ในที่ทำงานมีความสำคัญ โดยในยุคนี้สถานที่ทำงาน และงาน เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และสมรรถนะเพื่อการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต สถานประกอบการรู้ดีว่าต้องให้บริการ upskilling และ reskilling แก่พนักงาน
หลายองค์กรยังหลงส่งคนของตนเข้ารับการอบรม โดยผลงานวิจัยบอกว่าผู้เข้ารับการอบรมจะลืมร้อยละ ๗๕ ของสิ่งที่เรียนภายในเวลาไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง และการรู้กับทำได้เป็นคนละสิ่ง เขาแนะนำว่า การสนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้เองดูจะได้ผลกว่า
ไม่มีวิธีเรียนแบบใดแบบหนึ่งที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้เพื่อเป้าหมายทุกรูปแบบ ต้องใช้วิธีเรียนรู้แบบผสม (blended) การเรียนรู้แบบพบหน้า มีตวามจำเป็นต่อการฝึกทักษะ แต่ต้องจัดการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) โดยจัดให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน เกิดการสร้างสัมพันธ์ทางสังคม เกิดความเป็นเพื่อน ระหว่างกัน
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การเรียนรู้ที่ดีที่สุด ที่ใช้กันมาแต่โบราณ คือการเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (social learning) สถานประกอบการจึงต้องคำนึงถึงการจัดให้พนักงานเรียนรู้ร่วมกัน และเรียนรู้จากกันและกัน ที่เรียกว่า PD – Professional Development หรือ PLC – Professional Learning Community โดยนัยนี้ องค์กร ต้องจัดให้มี “คุณอำนวย” ช่วยจัดกระบวนการเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติงาน ที่อาจเรียกชื่อตำแหน่งว่า นักวิชาชีพเรียนรู้และพัฒนา (L&D - Learning and Development Professional) โดยมีเทคโนโลยีไอทีช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยทั้งการเรียนรู้แบบพบหน้า และแบบทางไกล
โดยผมขอเพิ่มเติมว่า LDP ต้องเข้าใจ Kolb’s Experiential Learning Cycle และใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเรียนรู้และพัฒนางาน ที่เกิดการเรียนรู้ในระดับยกระดับความเข้าใจหลักการหรือทฤษฎีขึ้นไปเรื่อยๆ
วิจารณ์ พานิช
๓๐ มี.ค. ๖๖