3. We are Women #3 M :  Mom's Mind  มีจิตใจของการให้ในฐานะแม่

การมีจิตใจของความเป็นแม่  หมายถึง  การเป็นผู้เสียสละ  อดทน และเผชิญกับความลำบาก ความเจ็บปวด  ด้วยต้องทำหน้าที่ของผู้นำอย่างเต็มภาคถูมิ  รวมถึง “การให้” ที่ยิ่งใหญ่ด้วย

“แม่”  มีคำนิยาม หมายถึง ความเป็นผู้นำ ความสำคัญ ภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ความเสียสละ  ความอดทน ที่คนเป็นแม่จะส่งต่อให้กับบุคคลรอบข้างโดยไม่คำนึงถึงความลำบากของตัวเอง

แม่ คือ ผู้ให้กำเนิดลูก คือการเสียสละชีวิตเพื่อให้อีกหนึ่งชีวิตก่อร่างสร้างตัวขึ้นภายในร่างกาย   ซึ่งหมายถึงภาวะแห่งความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่างๆตลอด ๙ เดือน   ภาวะที่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ตลอดเวลาแห่งการตั้งครรภ์  ต้องยอมสละความสวยงามของรูปร่าง  ยอมสละความแข็งแรงของกระดูกและฟันเพื่อเป็นร่างกายของลูก   เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  ที่จะมาเยือนทุกเมื่อจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ต่างๆของร่างกาย  แม่บางท่านมีอาการแท้งคุกคาม  ต้องรักษาชีวิตของลูกไว้ด้วยการนอนนิ่ง กินข้าว อาบน้ำ ขับถ่ายบาเตียง จนกว่าจะคลอดเพื่อป้องกันการแท้งลูก  การคลอดลูก โดยเฉพาะ การคลอดแบบธรรมชาติ  สร้างความเจ็บปวดมหาศาล  ช่วงวินาทีชีวิตนี้ มีความเสี่ยงของความเป็นความตาย  เฉกเช่นเดียวกับการสู้รบในศึกสงครามที่อาจจะเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ   นีคือ  ความหมายของการมีจิตใจของความเป็นแม่ในมิติที่ ๑

แม่ทัพ  แม่บท  แม่พิมพ์  แม่สี  แม่น้ำ ฯลฯ   คำศัพท์เหล่านี้  ที่ประกอบขึ้นจาก คำว่า “แม่”  ล้วนแต่เป็นตำแหน่งหรือสิ่งที่มีความสำคัญ  มีบทบาทในฐานะผู้นำที่จะนำพาผู้คนไปสู่ความสำเร็จ  ความเจริญก้าวหน้า ได้อย่างเต็มความสามารถ   นีคือ  ความหมายของการมีจิตใจของความเป็นแม่ในมิติที่ ๒

แม่ หรือ มารดา เป็นคำที่เรียกผู้ให้กำเนิด  ในความหมายโดยทั่วไป คือ แม่เป็นบุคคลสำคัญของครอบครัวซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของครอบครัว แบบ พ่อ-แม่-ลูก ในเชิงจริยธรรมยึดถือให้แม่เป็นผู้มีพระคุณต่อลูกเพราะเป็นผู้ให้กำเนิด

ในขณะเดียวกัน ในภาษาไทย คำว่า “แม่” ยังใช้เป็นคำนำหน้าในความหมายอื่นที่เกี่ยวกับ เพศหญิง หรือ ความยิ่งใหญ่  ความเป็นผู้นำ   ความเป็นเป็นหัวหน้า  อาทิ

  • ใช้เรียกผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่าด้วยความสนิทสนม เช่น นางพลอย จะเรียกว่า แม่พลอย  หรือ 
    แม่หญิง      เป็นสรรพนามเรียกสุภาพสตรีในสมัยโบราณ
  • ใช้นำหน้านามเพศหญิงผู้เป็นหัวหน้าหรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น แม่ค้า, แม่ครัว, แม่ยก, แม่บ้าน
  • ใช้เรียกคนผู้เป็นหัวหน้าหรือเป็นนายโดยไม่จำกัดเพศ เช่น แม่ทัพ แม่กอง(บาลี)
  • ใช้นำหน้าเพื่อเป็นคำยกย่องเทวดาผู้หญิงบางองค์ เช่น แม่คงคา แม่ธรณี แม่โพสพ, บางทีก็ใช้ว่า เจ้าแม่ เช่น เจ้าแม่กาลี หรือ พระแม่ เช่น พระแม่มารีย์
  • เรียกสิ่งที่เป็นประธานหรือเป็นหลักใหญ่สำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในพวกเดียวกัน เช่น แม่กระได แม่แคร่ แม่แบบ แม่สี แม่แรง 
  • เรียกสิ่งที่เป็นชิ้นใหญ่กว่าในของที่เป็นคู่ เช่น แม่กุญแจ – ลูกกุญแจ
  • เป็นคำขึ้นต้นของธารน้ำขนาดใหญ่ คือ แม่น้ำ
  • เป็นคำแรกแผนการทำงาน  เช่น แผนแม่บท
  • เรียกมาตราตัวสะกดในภาษาไทย 8 มาตรา คือ แม่กก  แม่กบ แม่กด แม่กน แม่กม แม่เกย 
    แม่เกอว   แม่กง
  • ฯลฯ

ในเชิงวัฒนธรรม แม่มักจะมาคู่กับการยกย่องโดยเฉพาะความรักของแม่ที่มีต่อลูกที่มักพบในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น มีบทประพันธ์แปลเกี่ยวกับความรักของแม่ของพระราชธรรมนิเทศ ไว้ดังนี้

ในโลกอันหนาวทรวงลวงหลอกนี้ 

ช่างไม่มีธารรักอันศักดิ์สิทธิ์ที่ซึมซาบดื่มด่ำอมฤตเหมือนในจิตของแม่รักแท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง :  https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88

สำหรับความหมายที่ผู้เขียนตั้งใจใช้ใน บทความนี้ คือ  หัวใจแห่งการเป็นแม่ที่มีความรักแก่ลูกแบบไม่มีเงื่อนไข   หมายถึงความรักคือการให้เพื่อเติมเต็มให้ลูกทุกๆคนอย่างล้นเหลือ   ขยายความ  “การให้” ในหัวใจของความเป็นแม่ได้ ดังนี้ ค่ะ

  • ให้ชีวิต   แม่ตั้งครรภ์นานถึง 9 เดือน   มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติในทุกระบบที่อาจจะส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพในระหว่างการตั้งครรภ์   เช่น ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  อาการครรภ์เป็นพิษ ภาวะแท้งคุกคาม  การสูญเสียแคลเซี่ยม ภาวะกระดูพรุน ฟันผุ  ความอ้วน  หน้าท้องลาย ภาวะอวัยวะหย่อนคล้อยและรูปร่างเปลี่ยนแปลง  และบางครั้งภาวะซึมเศร้าชั่วคราวหลังคลอดลูก เป็นต้น   สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของแม่เปลี่ยนแปลงโดยสิ้งเชิง  แม่ต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหาร การรับประทานยา การระมัดระวังในการใช้ชีวิต  การหลีกเลี่ยงสภาะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงเพื่อปกป้องลูกในครรภ์ให้ปลอดภัย  ความทุกข์ทรมาณในอาการหอบเหนื่อยในช่วงท้องแก่จนไม่สามารถนอนราบได้  ต้องนั่งหลับ   การต่อสู้กับอาการปวดหลังเนื่องจากการแบกน้ำหนักไว้ตลอด 9 เดือน  ความเจ็บปวดจากการคลอดลูก (คลอดธรรมชาติ) ที่เปรียบเทียบเฉกเช่นเดียวกับการออกรบของเพศชาติที่เจ็บปวดอย่างมากและเสี่ยงอันตรายจนอาจถึงแก่ชีวิตได้   นี่คือ  ความยิ่งใหญ่ของการให้ของแม่ 
  • ให้อาหารและให้ภูมิคุ้มกัน ในเมืองไทยมีกฏหมายคุ้มครองแรงงาน  ที่อนุญาตให้แรงงานหญิงสามารถลาคลอดและลาเลี้ยงบุตรได้ถึง 90 วัน  เพื่อให้นมและเลี้ยงลูก   สารอาหารที่ดีที่สุดคือนมแม่ที่กลั่นมาจากเลือดภายในกายของแม่กลายเป็นน้ำนมสีขาวบริสุทธิ์   
    นมแม่สร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ดีที่สุด ซึ่งการให้ลูกดื่มนมมีผลต่อความทรุดโทรมและสุขภาพโดยรวมของแม่  หากแม่ไม่รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ มีสารอาหารครบถ้วน และวิตามินที่ทรงคุณค่า  แม่ที่ให้นมลูกจะมีความเสี่ยงต่อการล้มป่วยด้วยโรคขาดสารอาหาร  ความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและหักได้ง่าย   มีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางและความสมบูรณ์ของร่างกายโดยรวมที่อาจทำให้เกิดโรคต่างๆได้ง่าย
  • ให้การศึกษาและอาชีพในอนาคต ให้การดูแล  เลี้ยงดู จนเติบใหญ่ สั่งสอน แนะนำ  และสนับสนุนให้มีหน้าที่การงานที่ดี ได้มีฐานะที่ดีในด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนเป็น
    คนดีของสังคม
  • ให้ความคิด ความรักและปรารถนาดี แม่มีแต่ความจริงใจ แม้ลูกจะทำความผิด ทำความผิดพลาด แม่ไม่ถือโกรธและให้อภัยลูกเสมอ แม่พร้อมจะช่วยแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้องทุกครั้ง  ไม่มีแม่คนใดที่อยากเห็นลูกประพฤติผิดต่อบุคคลรอบข้าง ต่อกฏเกณฑ์  ดังนั้น  คำสั่งสอนแรกจากที่บ้านจากแม่ จึงสำคัญและพร้อมที่จะซึมซับเข้าในตัวลูกตั้งแต่เยาว์วัยจากการลี้ยงดูของแม่  การบ่มเพาะและปลูกจิตสำนึกในการเป็นคนดีจึงควรเริ่มต้นจากที่บ้าน  ถ่ายทอดจากแม่เป็นคนแรก
  • ฯลฯ

ความหมายของ “หัวใจแห่งการให้ในฐานะแม่”  จึงหมายถึง การให้อย่างจริงใจ  จริงแท้ และปรารถนาดีต่อผู้รับโดยไม่หวังผลตอบแทน โดยมุ่งหวังให้ผู้รับได้ประโยชน์และมีความสุขอย่างเต็มที่

สำหรับการเป็นผู้หญิงในศตวรรษที่ 21 ที่มีหัวใจแห่งการให้  หมายถึง การเป็นบุคคลที่พร้อมที่จะให้
มีความเมตตา มีความปรารถนาดี  มีความจริงใจ  พร้อมเสียสละอย่างไม่ต้องการการตอบแทน

นักวิจัยของมหาวิทยาลัย Stanford ศึกษาบันทึกทางการแพทย์ของผู้ป่วยกว่า 72,000 คนและพบว่า ผู้หญิงรายงานความรู้สึกว่าเจ็บปวดมากกว่าผู้ชายราว ๒๐  % โดยในบรรดาความเจ็บปวดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ๔๗  ประเภทนั้น ผู้หญิงรายงานว่ารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าผู้ชายใน ๑๔  ประเภทด้วยกัน โดยคนไข้ได้รับการขอให้ประเมินค่าความเจ็บปวดจากระดับ ๐ ถึง ๑๐  ซึ่งหมายถึงไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย และ ๑๐  คือเจ็บปวดมากที่สุดเท่าที่จะคาดคิดได้ และความแตกต่างในการรายงานเรื่องความเจ็บปวดระหว่างเพศหญิงและชายที่เห็นได้ชัดนั้นเป็นในเรื่องการปวดข้อและกระดูก ปัญหาระบบการหายใจ และปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

เครดิตข้อมูล  https://www.voathai.com/a/do-women-feel-more-pain-than-men-ct-138099083/925338.html

เครดิตรูป : http://www.keziahshouse.com/nursing-fathers/

https://shorturl.asia/e5Ub7