ดังได้เล่าในตอนที่ ๑๙๑ ว่า วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๖ ผมไปพบคุณ Victoria Subirana วิทยากรด้าน mindfulness จากประเทศสเปน และเนปาล    โดยลูกชายชวนไป   นอกจากประวัติในเว็บไซต์ Victoria Subirana แล้ว    ทำความรู้จักชีวิตในการไปเป็นครูที่ประเทศเนปาลของเธอได้จากภาพยนตร์  Kathmandu A Mirror in the Sky ที่ set ให้มี subtitle ภาษาอังกฤษได้   

ผมได้เรียนรู้หลากหลายด้าน   เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา   ที่ขอนำมาเล่าในบันทึกนี้คือ ได้แนวความคิดพัฒนาครูไทย ให้ลุกขึ้นมาเป็นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย    โดยใช้แนวทาง Pedagogy for Transformation and Evolution  ที่คุณวิกตอเรีย เรียนรู้มาจากการไปทำปริญญาโทด้านการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท    และนำมาประยุกต์ใช้ที่ประเทศเนปาล ที่เธอไปทำงานอยู่ถึง ๒๘ ปี   โดยเธอบอกว่า ใช้หลักการของทางตะวันออกคือ The Tao of Learning   ที่เมื่อค้นใน กูเกิ้ล ก็พบหลักการของ The Tao of Learning ที่ผมชอบมากคือ 

Graphical user interface, textDescription automatically generated

 

และอีกหลักการคือ

Graphical user interfaceDescription automatically generated with medium confidence

โดยขอย้ำว่า  ถ้อยคำที่ cut & paste มาทั้งสองรายการนี้    ไม่เกี่ยวกับคุณวิกตอเรีย  และไม่เกี่ยวกับ MSU ที่เธอไปเรียนมาสมัยสาวๆ    แต่เป็นหลักการที่เธอเล่าให้ผมฟังว่าเธอใช้   

ที่ผมตีความว่า การเรียนรู้ที่แท้ ที่นำสู่ปัญญา คือการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ตามด้วยการใคร่ครวญสะท้อนคิด   ตามแนวทางของ Kolb’s Experiential Learning Cycle นั่นเอง     แต่ที่ผมติดใจจากที่คุณวิกตอเรียเล่าคือ วิธีตั้งคำถามให้ผู้เรียนสะท้อนคิด ตั้งแต่คำถามเรื่องตนเอง    ออกไปภายนอกตนเอง สู่ครอบครัว  ชุมชนที่ตนมีชีวิตอยู่   สังคมวงกว้าง   และผมคิดต่อว่าในสมัยนี้ ต้องตั้งคำถามเรื่องตนเองกับโลกด้วย   โดยเป็นคำถามว่าตนเองคิดอย่างไร  จะทำอะไรเพื่อบรรลุผลตามที่คิด    

โดยครูทำหน้าที่โค้ช   คือช่วยตั้งคำถามให้เหมาะสมต่อบริบทของผู้เรียนแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่ม     ผมฟังคุณวิกตอเรียแล้ว    ก็เห็นชัดว่า ท่านเชี่ยวชาญการตั้งคำถามมาก   

ผมชอบมากตรงคำถามต่อเนื่องว่า ตนจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุผลตามที่คิด หรือตามความฝันนั้น   เพราะมันชักนำให้มีจริตของผู้ก่อการ (agency)  หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent)   

จึงขอเสนอต่อ กสศ. ว่า   น่าจะหาทางเชิญคุณวิกตอเรียมาหารือ   เพื่อร่วมมือกันพัฒนาครูแกนนำในเรื่องดังกล่าว    สำหรับทำหน้าที่ trainer แก่ครูท่านอื่นๆ อีกต่อหนึ่ง    เพื่อให้วงการศึกษาไทยมีสมรรถนะเรื่อง Pedagogy for Transformation and Evolution   โดยที่ผู้ปฏิบัติเป็นประจำมีทั้งครู และนักเรียน    ในวงหารือน่าจะเชิญ รศ. ประภาภัทร นิยม มาร่วมด้วย  เพราะท่านสนิทสนมกับคุณวิกตอเรีย   รวมทั้งน่าจะให้คำแนะนำวิธีออกแบบโครงการนำ Pedagogy for Transformation and Evolution เข้าสู่ระบบการศึกษาไทย    โดยผมได้เกริ่นกับคุณวิกตอเรียไว้แล้ว    เธอแสดงความสนใจอย่างกระตือรือร้น    

วิจารณ์ พานิช

๖ ม.ค. ๖๖