ปณิธานจัดทำหนังสือ เพื่อครูและนักเรียน เป็นนักพัฒนาตนเอง
บทที่ ๒ ร่วมกันออกแบบการเรียนที่เน้นเรียนรู้จากประสบการณ์
เพื่อ เรียนรู้ครบด้าน (holistic learning) เรียนสู่การประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงที่หลากหลาย (transfer learning) เรียนสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นอัตโนมัติ (mastery learning) เรียนรู้สมรรถนะแห่งอนาคต (future skills, transferable skills, meta-skills)
ในบทที่แล้ว นักเรียนได้ทำข้อสอบวัดความรู้ของตนเอง ว่าทุนเดิมที่จะใช้ทำข้อสอบวัดความรู้ตอนปลายปีของตนเป็นอย่างไร ในวันที่ ๒ ของปีการศึกษา นักเรียนจะร่วมกันออกแบบห้องเรียนเพื่อให้ทุกคนสามารถทำข้อสอบ O-Net ชั้น ป. ๖ ได้ รวมทั้งมีกระบวนการเรียนรู้ที่สนุก ท้าทาย และเกิดการเรียนรู้อีก ๓ ด้านไปพร้อมๆ กัน
วันที่ ๒
หลังจาก brain gym หรือกระบวนการจิตศึกษา สั้นๆ ก็เข้าสู่บทเรียน
คาบที่ ๑ ตีความผลการทดสอบเมื่อวาน (๖๐ นาที)
- แบ่งกลุ่ม ๔ (กลุ่มต่างจากเมื่อวาน) แบ่งกันตีความโจทย์ในข้อสอบ (กลุ่มละ ๕ ข้อ) ว่าเป็นเรื่องอะไร จะทำโจทย์ได้ต้องผ่านประสบการณ์ใดบ้าง โจทย์ข้อนั้นช่วยบอกเรื่องการออกแบบห้องเรียนอย่างไร หรือควรทำกิจกรรมการเรียนรู้จากโครงงานอย่างไรบ้าง ในระหว่างปีการศึกษา ให้เวลา ๒๐ นาที ครูคอยทำหน้าที่ให้ scaffolding
- แต่ละกลุ่ม ผลงานนำเสนอต่อชั้น ให้เวลากลุ่มละ ๕ นาที
- มีทีม note-taker สองคน บันทึกและสรุปหัวข้อที่นักเรียนต้องการเรียน และวิธีเรียนเชิงรุกแบบที่ชอบ เสนอต่อชั้น ๕ นาที ได้ “หัวข้อที่พวกเราอยากเรียน” ที่ถือว่าเป็นหัวข้อตามความเข้าใจในชั้นต้นของนักเรียน ที่ครูรักศิษย์จะนำมาใช้เป็นแนวทางจัดการชั้นเรียน
- ครูคอยให้ scaffolding และคอยเตือนว่ากระบวนการในชั่วโมงนี้จะยังไม่จบภายใน ๑ ชั่วโมง จะดำเนินไปตลอดวัน รวมทั้งนักเรียนยังมีโอกาสร่วมกันปรับปรุง “หัวข้อที่พวกเราอยากเรียน” ในโอกาสต่อๆ ไปด้วย ตลอดปี
- ให้เวลานักเรียน ๒ นาที เขียนบัตรจบคาบเรียน
คาบที่ ๒ นักเรียนนักออกแบบการเรียนรู้ของตนเอง (๙๐ นาที)
- ครูรักศิษย์ บอกนักเรียนว่า นักเรียนจะได้รับโอกาสร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ของตนเอง ในหมวดวิชาบูรณาการ ที่เป็นวิชาที่เน้นการปฏิบัติ เพื่อฝึกใช้ความรู้ทุกวิชา ฝึกทุกด้านของ VASK ในสถานการณ์จริงหรือชีวิตจริง ในคาบนี้นักเรียนจึงจะได้ฝึกออกแบบการเรียนรู้ของตนเองในหมวดการเรียนนี้ ที่ต่อไปจะได้ใช้ทำให้การเรียนรู้สนุกสนานมาก และอาจได้ทำประโยชน์เล็กๆ ให้แก่ชุมชนด้วย นักเรียนจะได้สัมผัสความรู้สึกภาคภูมิใจว่าการที่พวกตนได้ร่วมกันทำประโยชน์แก่ส่วนรวมนั้น ก่อความอิ่มเอมในจิตใจอย่างไร
- ครูรักศิษย์บอกนักเรียนว่า มีหลักการที่ใช้ในการออกแบบกันอย่างแพร่หลายในทุกวงการ เรียกว่าการคิดเชิงออกแบบ (design thinking) ที่มีหลักการตามใน เอกสารแจกที่ ๒.๑
- ครูรักศิษย์ แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ๔ (สมาชิกต่างจากเดิม) ให้หาหัวข้อที่สนใจจะลองออกแบบกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้จากการประยุกต์ใช้ความรู้อย่างบูรณาการ โดยครูมีหัวข้อตัวอย่างให้ในเอกสารแจกที่ ๒.๒ นักเรียนไม่จำเป็นต้องเลือกหัวข้อในเอกสารแจก จะคิดขึ้นเองก็ได้ ขอให้แต่ละกลุ่มไม่ปรึกษากัน ดังนั้นคาดว่าแต่ละกลุ่มจะคิดหัวข้อต่างกัน แต่จะเหมือนกันก็ไม่เป็นไร
- ให้เวลา ๓๐ นาที ศึกษาเอกสารแจกทั้งสอง แล้วแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อกิจกรรม และใช้หลักการคิดเชิงออกแบบในการออกแบบกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ ที่จะดำเนินการตลอดปีการศึกษา คาดหวังว่า ในเวลา ๓๐ นาทีจะได้แนวคิดเชิงหลักการ ยังไม่ได้แผนกิจกรรมที่จะดำเนินการจริง ในขั้นนี้ต้องการเน้นการทำความเข้าใจและทดลองใช้แนวคิดเชิงออกแบบ เป็นสำคัญ ครูคอยให้ scaffolding ว่าเป็นโอกาสที่นักเรียนจะได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้งานได้จริง ไม่เพียงคิดตามแบบที่มีอยู่เดิม
- เมื่อครบ ๓๐ นาที แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานกลุ่มละ ๕ นาที โดยไม่คาดหวังว่าทุกกลุ่มจะทำงานเสร็จ มี note-taker สองคนทำหน้าที่จับประเด็นสำคัญ เพื่อนำเสนอต่อชั้นเรียน ครูคอยช่วยให้ scaffolding แก่ note-taker ทั้งสอง
- note-taker ทั้งสอง ช่วยกันนำเสนอวิธีออกแบบการเรียนรู้ที่ดี จากผลงานของเพื่อนทั้ง ๖ กลุ่ม โดยครูคอยช่วย scaffolding
- ครูบอกนักเรียนว่า นี่คือสถานการณ์สมมติ สถานการณ์จริงจะตามมาภายหลัง
- ให้เวลานักเรียน ๒ นาที เขียนบัตรจบคาบเรียน
คาบที่ ๓ หลักการทำงานกลุ่มที่ให้ผลคุณภาพสูง ประสิทธิภาพสูง (๙๐ นาที)
- ในวันที่สองช่วงบ่ายนี้ นักเรียนได้ผ่านกระบวนการกลุ่มกับเพื่อนที่เปลี่ยนหน้าอยู่ตลอดตั้งแต่วันแรก รวม ๕ ครั้ง ได้ประสบพฤติกรรมที่หลากหลายของเพื่อน และได้ประสบการณ์ด้วยตนเอง ว่าการทำงานกลุ่มที่ให้ผลคุณภาพสูง ประสิทธิภาพสูง ควรเป็นอย่างไร
- แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ๔ (ต่างจากเดิม) ให้ระดมความคิดว่าหลักการทำงานกลุ่มที่ให้ผลคุณภาพสูง ประสิทธิภาพสูง โดยเน้นสรุปจากประสบการณ์ตรงในกระบวนการกลุ่ม ๕ ช่วงที่ผ่านมา หรือจะค้นจากอินเทอร์เน็ตมาเสริมบ้างก็ไม่ห้าม แต่อยากให้เน้นสรุปจากประสบการณ์ตรงของตนเอง ตามหลักการในกรอบ ๑.๑ วงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติ เท่ากับกระบวนการกลุ่มครั้งที่ ๖ นี้ เป็นการฝึกประยุกต์ใช้วงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติ ในขั้นตอนที่ ๑, ๒ และ ๓ แต่ละกลุ่มสรุปเตรียมนำเสนอ รายการ สิ่งที่พวกเราจะปฏิบัติ และรายการ สิ่งที่พวกเราจะไม่ปฏิบัติ เมื่อทำกิจกรรมกลุ่ม ทั้งที่ทำในห้องเรียน และที่ทำกันเองนอกเวลาเรียนตามปกติ พร้อมทั้งเตรียมเสนอเหตุผล ให้เวลา ๓๐ นาที
- แต่ละกลุ่มเสนอรายการ สิ่งที่พวกเราจะปฏิบัติ และสิ่งที่พวกเราจะไม่ปฏิบัติ พร้อมคำอธิบาย กลุ่มละ ๕ นาที มี note-taker สองคน ช่วยกันสรุปรวมข้อเสนอของทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน
- Note-taker เสนอ รายการ สิ่งที่พวกเราจะปฏิบัติ และสิ่งที่พวกเราจะไม่ปฏิบัติ ในการประชุมกลุ่ม ของทั้งชั้น และทุกคนช่วยกันปรับปรุง (๒๐ นาที) ได้เอกสารสิ่งที่พวกเราจะปฏิบัติ และสิ่งที่พวกเราจะไม่ปฏิบัติ ในการประชุมกลุ่ม ติดไว้ที่ผนังห้องเพื่อเตือนสตินักเรียนตลอดทั้งปี เอกสารนี้ปรับปรุงได้หากมีความจำเป็น
- ให้เวลานักเรียน ๒ นาที เขียนบัตรจบคาบเรียน
คาบที่ ๔ ออกแบบการเรียนรู้ที่บ้าน (๙๐ นาที)
- ครูรักศิษย์บอกนักเรียนว่า การเรียนรู้ของคนเราเกิดขึ้นตลอดเวลา คือตลอด ๒๔ ชั่วโมงใน ๑ วัน ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนหรือในโรงเรียน ดังนั้นนักเรียนแต่ละคนควรออกแบบการเรียนรู้ที่บ้านและในชุมชน รวมทั้งในพื้นที่ไซเบอร์ด้วย
- ครูเตือนนักเรียนว่า คำว่าเรียนรู้หมายรวมการเรียนรู้ ๔ ด้าน (VASK) ที่ V (ค่านิยม) และ A (เจตคติ) เป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ที่อาจมีผลสร้างหรือทำลายอนาคตของนักเรียนก็ได้ ครูอยากให้นักเรียนออกแบบการเรียนรู้ที่ป้องกันอันตรายสู่การเสียคนในช่วงวัยรุ่น ของตนเอง และให้ตนเองคอยเตือนสติตนเองและเพื่อนได้
- แบ่งกลุ่ม ๔ (กลุ่มใหม่) ให้ระดมความคิด ว่าจะใช้กิจกรรมที่บ้าน และในชุมชน เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาทั้ง ๔ ด้าน (VASK) ของตน ได้อย่างไร จะรวมกลุ่มนักเรียนตามความสนใจเพื่อเรียนรู้กันเองอย่างไร เพื่ออะไร จะแสวงหา โค้ช การฝึกทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างไร จะกำหนดกติกาการเสพสื่อให้แก่ตนเอง เพื่อไม่ให้ได้รับโทษจากการเสพสื่อหรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ได้อย่างไร นักเรียนจะช่วยเตือนสติเพื่อนที่เริ่มพลาดพลั้งได้อย่างไร (๓๐ นาที) มีเอกสารแจกที่ ๒.๓ ช่วยประกอบ โดยนักเรียนอาจค้นจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มก็ได้
- แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน ๕ นาที มี note-taker สองคนคอยสรุปเป็น ข้อพึงกระทำที่บ้าน และในชุมชน
- note-taker สรุป ข้อพึงกระทำที่บ้าน และในชุมชน เพื่อการเรียนรู้และอนาคตของตนเอง นักเรียนทุกคนช่วยกันปรับปรุง (๒๐ นาที) ได้เอกสาร ข้อพึงกระทำที่บ้าน และในชุมชน เพื่อการเรียนรู้และอนาคตของตนเอง ติดไว้ที่ผนังห้อง
- ให้เวลานักเรียน ๒ นาที เขียนบัตรจบคาบเรียน
- เนื่องจากพอมีเวลา ครูรักศิษย์ถามนักเรียนว่า สงสัยไหมว่า การเขียนบัตรจบภาคเรียนมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร ให้นักเรียนสองสามคนให้ความเห็น แล้วครูแจกเอกสารแจกที่ ๒.๔
.....................................
วิจารณ์ พานิช
๒๔ มี.ค. ๖๕