วิทยุจุฬา สัมภาษณ์เลขาธิการ สพฐ. ออกอากาศเช้าวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๖ ฟังได้ที่ (๑) ทำให้ผมเข้าใจ root cause ของปัญหา ว่าอยู่ที่ระบบการศึกษาที่ผิดพลาด ที่ไม่มุ่งหนุนให้เด็กพัฒนาค่านิยมด้านดีใส่ตัว กลับไปโทษสื่อ โทษครอบครัว
เพราะฟังการให้สัมภาษณ์แล้ว เห็นชัดเจนว่า สพฐ. มุ่งแก้ปัญหา ไม่ได้มุ่งป้องกันปัญหา ที่ผมมองว่ารากฐานของปัญหาอยู่ที่เป้าหมายการศึกษาไทย ที่ละเลยเรื่องการหนุนให้ผู้เรียนพัฒนาค่านิยมด้านดี หรือด้านคุณธรรม ใส่ตน คือเน้นที่ KSA (Knowledge, Skills, Attitude) โดยลำดับคำเน้นที่ความรู้เป็นอันดับแรก เจตคติเป็นอันดับสุดท้าย และไปไม่ถึงค่านิยม (Values)
ข้อมูลความจริงที่ช่วยให้มีความหวังคือ มีโรงเรียนที่ดำเนินการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ คือโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และโรงเรียนในเครือข่ายที่มีหลายร้อยโรงเรียน โดยใช้หลักการและวิธีการ “จิตศึกษา” มีผลให้นักเรียนเกิดการพัฒนาภายใน ค่อยๆ พัฒนา maturity of the mind ใส่ตน เกิดความเข้าใจตนเอง เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น เข้าใจความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง เด็กนักเรียนจึงไม่รังแกกัน โดย รร. ลปม. ยึดหลักสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” นักเรียนทุกคนรู้ว่าตนเองต้องการระบบนิเวศที่เอื้อความรู้สึกปลอดภัยของตนเอง และเพื่อนๆ ก็ต้องการเช่นเดียวกัน การรังแกกันจึงไม่เกิด หรือเกิดน้อยมาก และเมื่อเกิดขึ้น ครูก็สังเกตเห็นและขจัดได้โดยเร็ว ไม่ลุกลามบานปลาย อย่างที่พูดคุยกันในข่าว
เพราะ รร. ลปม. มุ่งพัฒนา V (ค่านิยม) & A (เจตคติ) ให้แก่นักเรียน ผ่านการจัดระบบนิเวศในโรงเรียน ผ่านการจัดเวลาเรียน ที่มีเรื่องจิตศึกษาบูรณาการอยู่ทุกวัน วันละหลายครั้ง รวมทั้งผ่านการพูดคุยกับพ่อแม่ให้พ่อแม่สร้างระบบนิเวศที่บ้านด้วย
แต่นโยบายการศึกษาไทยของกระทรวงศึกษาธิการไปไม่ถึง ไม่ได้คำนึงถึง อย่างที่คุยกันในข่าว
หลักการที่สำคัญเพื่อสร้างพื้นฐานความเป็นมนุษย์จิตใจสูง จิตคิดบวก (positive thinking, positive psychology) อยู่ในบันทึกเรื่อง เรียนรู้การศึกษาเชิงบวกจากฟินแลนด์ นี่คือการวางรากฐานการศึกษา ที่จะสร้างเสริมจิตใจเด็ก ให้ไม่หาความสุขความพึงพอใจในชีวิต (ค่านิยม) โดยการรังแกเพื่อน
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มี.ค. ๖๖