สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ใครนะเป็นผู้เขียนกลุ่มคำเหล่านี้ ช่างตรงกับใจเสียจริง ทั้งที่ตอนเป็นเด็ก คิดว่า สวรรค์เบ้อเร่อจะมาอยู่ในอกเราได้อย่างไร นรกก็เช่นกัน
เมื่อวันขึ้นปีใหม่ ที่โรงเรียนที่ครูอ้อยสอนอยู่นั้น มีการจัดงานประเพณีขึ้นปีใหม่ กิจกรรมในวันนี้ คือ การใส่บาตรที่รอบสนามของโรงเรียน
ที่ว่ารอบสนามก็คือ ปีนี้จัดโต๊ะวางไว้รอบสนาม และผู้ปกครองรวมทั้งผู้ที่จะมาร่วมทำบุญ ยืนรอพระที่โต๊ะเหล่านั้น
ครูอ้อยไม่ได้ใส่บาตรที่โรงเรียน เนื่องจากว่า วันนั้นได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ปฏิคม ต้อนรับแขกที่หน้าโรงเรียน ครูอ้อยต้องยืนแนะนำผู้ปกครองให้ไปยืนที่โต๊ะเหล่านั้น
เมื่อเสร็จภารกิจการเป็นปฏิคมแล้ว ครูทุกคนก็ทำหน้าที่ของตนในเวลาที่นักเรียนเคารพธงชาติ
กิจกรรมต่อไปคือ การฟังพระแสดงธรรมเทศนา
ช่วงนี้ ครูอ้อยเป็นครูพิเศษ ไม่ได้ควบคุมนักเรียน จึงถูกเชื้อเชิญมานั่งฟังพระ ด้วย
ครูอ้อยไม่ค่อยชอบนั่งพับเพียบเรียบร้อย เนื่องจาก ข้อเท้าข้างซ้ายไม่ดี ได้รับอุบัติเหตุเมื่อหลายเดือนก่อน ครูอ้อยกลัวจะนั่งด้วยความทรมาน
แต่พอนั่งจริงๆแล้ว กลับนั่งได้สบาย ไม่เจ็บข้อเท้าอย่างที่คิดเลย แสดงให้เห็นว่า ครูอ้อยหายเจ็บข้อเท้าแล้ว..ดีใจจัง
ดีใจ....ที่ผลบุญครั้งนี้ ที่ทำให้หายจากการเจ็บข้อเท้า
ในขณะที่นั่งฟังอยู่นั้น...ครูอ้อยครุ่นคิดตามคำแสดงธรรมะของพระอาจารย์
พอเพียง.....พอเพียง.....และพอเพียง
ต่อไปนี้ครูอ้อย...จะเคร่งครัดกับการรักษาความดี....ด้วยความพอเพียง
ขอให้ความดี อยู่กับครูอ้อย ตลอดไปครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะครูอ้อยที่น่ารัก...
ขอให้สุขภาพดี ไม่เจ็บไม่จนนะคะ ....มีความสุขมาก ๆ ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ตาหยู
ครูอ้อยก็หวังไว้เช่นนั้นค่ะ ความดีอยู่คู่กับเราตลอดไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ น้องเล็ก
ขอบคุณค่ะ