ข้าวเบอะหรือต่าพอเพาะ
ข้าวเบอะหรือต่าพอเพาะ เป็นอาหารปกาเกอะญอที่มีชื่อเสียง เป็นข้าวที่ต้มสุกเละ ใส่น้ำพริกแกง เนื้อสัตว์และผัก น้ำพริกแกงประกอบด้วยกะปิ กระเทียม เกลือ พริกกะเหรี่ยงแห้ง มะแขว่นแห้ง กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของข้าวเบอะเกิดจากการต้มใบพอวอและมะแขว่น
ข้าวเบ๊อะหรือต่าพอเพาะ นั้นนอกจากเป็นอาหารพื้นถิ่นแล้วข้าวเบ๊อะยังเป็นอาหารที่แสดงถึงความรักความผูกพันของชาวปกาเกอะญอที่มีต่อกัน ดังจะเห็นได้จากตำนานความเป็นมาของข้าวเบ๊อะ ที่เล่าถึงชีวิตในอดีตที่ลำบากของปกาเกอะญอว่า การประกอบอาชีพนั้นจะปลูกข้าวไร่ ปลูกพืชผักต่างๆ ลงไปในไร่ของตนเองด้วย เมื่อผลผลิตออกดอกออกผลก็จะมีสัตว์ต่างๆ เช่น นก หนู หมูป่าเข้ามาขโมยผลผลิตของชาวบ้าน ในบางปีก็เกิดโรคระบาดพืชผลเสียหายเกือบหมด เพื่อให้มีข้าวพอกินและได้กินอิ่มกันทุกคนทุกมื้อ ชาวบ้านจึงมีความคิดว่าต้องเก็บรวบรวมพืชผักผลไม้ที่หาได้ใส่รวมกันลงไปในหม้อ พร้อมด้วยข้าวสารเล็กน้อย ต้มจนเดือดใส่เครื่องปรุงชนิดต่างๆ เมื่อได้ข้าวเบ๊อะมาแล้วก็แจกจ่ายให้ทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านทุกคนได้กินอิ่มกันทั่วถึง
ข้าวเบ๊อะหรือต่าพอเพาะ จึงไม่ใช่เพียงอาหารแต่เป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาความอดอยากให้แต่ชาวปกาเกอะญอในช่วงเวลานั้น อาหารง่ายๆแต่ได้ช่วยเหลือชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สะท้อนถึงชีวิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความรักและความสามัคคีของชาวปกาเกอะญอแสดงออกมาผ่านอาหารแห่งชาติพันธุ์ ปัจจุบันข้าวเบ๊อะยังเป็นอาหารหลักที่นิยมของชาวปกาเกอะญอ เป็นอาหารต้อนรับแขกบ้านแขกเรือนและยังเป็นอาหารที่สำคัญในพิธีกรรมต่างๆ
ส่วนผสม
1. มะแขว่น
2. พริกแห้ง
3. หวายฝาด
4. ผักกาดแห้ง
5. ข้าวไร่ (ข้าวเจ้า)
6. กระเทียม
7. ตะไคร้
8. ขมิ้น
9. ใบและรากหอมชู
10. ข่า
11. เกลือ
วิธีปรุง
1. มะแขว่น ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม พริกแห้ง ใบและรากหอมชูและเกลือโขลกเข้าด้วยกันเตรียมไว้เป็นเครื่องเทศ
2. หั่น และซอยหวายที่ปอกเปลือกเป็นชิ้นบางๆ หรือหั่นเป็นท่อน แช่น้ำล้างยางและรสฝาด
3. แช่ผักกาดแห้งในน้ำสะอาด เผื่อผักกาดนิ่มแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ข่าหั่นเป็นแว่นๆ ตะไคร้ทุบและหั่นเป็นท่อน
4. ใส่ข้าว หวาย ข่าตะไคร้ เครื่องเทศที่โขลกละเอียดใส่หม้อ เติมน้ำสะอาดให้ท่วมส่วนผสมทั้งหมด นำไปตั้งเตา ต้มจนเม็ดข้าวแตก และเปื่อย ส่วนผสมทุกอย่างสุกนิ่ม ระหว่างต้มต้องคอยคนเพื่อไม่ให้ไหม้