เป็นที่ถกเถียงกันไม่น้อยในสังคมวิชาการของไทยว่า 'การเผยแพร่บทความการวิจัย หรือบทความวิชาการ หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ๆ หลายแห่งนั้นผิดจรรยาบรรณ์ หรือเป็น plagiairsm หรือไม่' ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมสนใจและศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว แต่่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้อันเนื่องมาจากปัญหา ‘คำสำคัญ หรือ keywords' ซึ่งเขียนไปในบทเขียนที่ีแล้วครับ แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจและสรุปว่า ‘ตีพิมพ์บทความหรือผลงานวิชาการเดียวกันในหลายวารสาร หรือหลายแหล่งเผยแพร่ผลงานนั้นเป็นการกระทำที่ผิดจรรณยาบรรณทางวิชาการหรือวิชาชีพหรือไม่นั้น ผมขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าจรรยาบรรณทางวิชาการกันก่อน’ ดังนี้
คำว่าจรรยาบรรณทางวิชาการเป็นข้อกำหนดหรือแนวปฏบัติที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่พลเมืองสังคมวิชาการพึงยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติในการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการ ซึ่งมีข้อกำหนดไว้ในหลายเรื่อง เช่น แนวปฏิบัติในการอ้างอิงผลงาน แนวปฏิบัติในการทดลองในมนุษย์ และแนวปฏิบัติในการเผยแพร่ผลงาน เป็นต้น สำหรับสาระหลักในบทเขียนนี้คือ ‘แนวปฏิบัติในการเผยแพร่ผลงาน’ ครับ และเรื่องที่เป็นปัญหาก็คือ ‘เจ้าของผลงานจะเผยแพร่ผลงานเรื่องเดียวกันหลายแบบและหลายแห่งได้หรือไม่’ นั่นเอง
ประเด็นแรกที่พึงพิจารณาคือว่า ‘การตีพิมพ์บทความหรือรายงานผลงานวิชาการเรื่องเดิมซ้ำผิดหรือไม่’ คำตอบคือ ‘ผิดแน่นอน ถ้า (1) อ้างและนับเป็นผลงานชิ้นใหม่ (2) ไม่แจ้งว่าเป็นผลงานที่เคยตีพิมพ์แล้ว และได้รับอนุญาตจากแหล่งตีพิมพ์เดิมแล้ว หรือ (3) เป็นการเขียนงานต่อยอดจากที่ทำมากก่อนและที่ตีพิมพ์แล้วโดยอ้างอิงเรื่องเดิม และเขียนให้เห็นถึงข้อมูลใหม่ที่เห็นความสำคัญและจำเป็นต้องเขียนเพิ่มและตีพิมพ์ใหม่’
ถ้าแจ้งแหล่งใหม่ที่จะเผยแพร่ผลงานให้ทราบว่าจะเป็นผลงานที่เคยตีพิมพ์แล้ว หรือที่จะมีส่วนที่เขียนเพิ่มเติมแล้ว และแหล่งเผยแพร่ใหม่ยังรับให้ตีพิมพ์ก็ไม่ผิดจรรณยาบรรณทางวิชาการครับ หรือพูดแบบฟันธงก็คือ ‘การตีพิมพ์ซ้ำไม่ผิดจรรยาบรรณทางวิชาการด้วยตัวมันเอง แต่การปกปิดข้อมูลเพื่อทำให้แหล่งเผยแพร่ใหม่ และผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานอีกชิ้นนั้นเป็นความผิดจรรยาบรรณทางวิชาการ’ (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2558; American Psychological Associatio, 2013; Deep Foundations Institute, 2022) ครับ
แต่ด้วยกระบวนการในการกลั่นกรองบทความและการพิจารณาตอบรับที่จะตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการทั้งหลาย ไม่ว่าจะโดยแหล่งเผยแพร่ใดนั้นมีค่าใช้จ่าย และใช้ทรัพยากรบุคคลในการดำเนินการไม่น้อย ดังนั้นแหล่งเผยแพร่ หรือวารสารทั้งหลายจึงมักจะมีข้อกำหนดว่า ‘ผลงานที่ส่งให้พิจารณาตีพิมพ์นั้นไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ฺมาก่อน หรือให้แจ้งว่าเคยตีพิมพ์มาก่อน หรือมีการปรับปรุงเพิ่มเติมาใหม่อย่างไร หรือไม่’ ทั้งนี้แหล่งตีพิมพ์จะได้พิจารณาในเบื้องต้นว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ หรือจะปฏิเสธการพิจารณา และถ้าได้รับพิจารณาให้ตีพิมพ์แล้ว แหล่งตีพิมพ์ใหม่ก็ต้องแจ้งว่าผลงานนั้นเคยตีพิมพ์มาก่อนเมื่อใด และโดยแหล่งตีพิมพ์ใดไว้ด้วยครับ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้อ่านครับ
รายการอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2558). คู่มือมาตรฐานเผยแพร่ผลวิจัยและผลงานวิชาการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
American Psychological Associatio. (2013). Publication Manual of the American Psychological Association, 6th Ed. Washington, D.C. : American Psychological Association.
Deep Foundations Institute. (2022) Printy ISSN: 1937-5247, Online ISSN: 1937-5255, Retrieved from https://dfi-journal.org/publication-ethics/
I am mulling over this “… ‘การตีพิมพ์บทความหรือรายงานผลงานวิชาการเรื่องเดิมซ้ำผิดหรือไม่’ คำตอบคือ ‘ผิดแน่นอน ถ้า (1) อ้างและนับเป็นผลงานชิ้นใหม่ (2) ไม่แจ้งว่าเป็นผลงานที่เคยตีพิมพ์แล้ว และได้รับอนุญาตจากแหล่งตีพิมพ์เดิมแล้ว หรือ (3) เป็นการเขียนงานต่อยอดจากที่ทำมากก่อนและที่ตีพิมพ์แล้วโดยอ้างอิงเรื่องเดิม และเขียนให้เห็นถึงข้อมูลใหม่ที่เห็นความสำคัญและจำเป็นต้องเขียนเพิ่มและตีพิมพ์ใหม่’…” because I am blogging about preschool education. I have many posts each is on a different perspective but all are about the same subject.
–Several questions: Is blogging a ‘publishing’? Does ‘academic’ mean ‘well known journals’ or the subject itself is of academic interest? How far do authors have to ‘ascertain’ that his work is ‘original’/derivative of/extension of/…previous work (in the reference list)? Does academic authoring (language and style and template) mean certain regimes of presenting ‘stories’ ([based on] facts/observations/postulates/theories/reasonings/opinions/guesses/verified fakes/deep-fakes/…)?
–relevancy of the subject (applications in current conditions/possible use in some conditions/pure science of no use now/’strange but true’/… In another word what possible benefits come from publishing..? Apart from self-glorification?
–Should I post this comment?