work-life balance and พยาบาลกับการสร้างเสริมสุขภาพ

  1. การถอดบทเรียนจากอาจารย์พิเศษ

1.1.work-life balance

Naive Practice

  • Recall ความรู้ที่มีอยู่ คือ work-life balance คือการที่คนสามารถแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างสมดุล มีความสำคัญเพราะส่งผลต่อ well-being ของคน ถ้าพักมากไปก็จะไม่ได้ทำงาน แต่หากทำงานมากไปก็จะเกิดอาการล้าจนเกิดภาวะ burn out ตามมาได้ ซึ่งหากเกิดภาวะนี้ขึ้นมาแล้วคนเราจะรู้สึกทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ดี ไม่มีคุณภาพ ซึ่งวิธีที่สามารถส่งเสริม work-life balance มีดังนี้ 1.) ลำดับความสำคัญของงาน 2.) แบ่งเวลาให้ตัวเองมีโอกาสได้ผ่อนคลาย ทำในสิ่งที่ชอบบ้าง 3.)ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อน
  • Recap ความรู้ใหม่ที่ได้รับ ได้แก่
  1. The signals of an unhealthy work-life balance เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเราเริ่มทำงานแบบไร้ความสมดุล คือรู้สึกว่าตนเองมีอะไรให้ทำมากมายตลอดเวลา ขี้หงุดหงิด ไร้เหตุผล แยกตัวเองจากสังคม รู้สึกไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้ เบื่องาน นอนไม่ค่อยหลับ

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://adecco.co.th/th/knowledge-center/detail/5-signs-you-have-no-work-life-balance

  1. Perfectionist เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิด  Work ไร้ balance เพราะเสพติดความสมบูรณ์แบบจึงให้เวลากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไปจนเสียสมดุล

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.the101.world/work-life-balance-seminar/

 https://www.alljitblog.com/?p=5254

Purposeful Practice 

  • Spotlight เราชอบ การกระตุ้นให้เรามองเห็น pain point เกี่ยวกับ work-life balance ในสังคมไทยแล้วนำมาประยุกต์เข้ากับความคิดด้านธุรกิจ
  • Explain ผู้รู้ให้ความคิดเรื่อง การจัดสมดุลชีวิตและการลำดับความสำคัญ อย่างตามประสบการณ์ของอาจารย์พิเศษเขาเคยทำงานอย่างหนักแล้วได้มาค้นพบทีหลังว่าตนเองไม่ได้มีเวลาให้ครอบครัวเลยและชีวิตเขาก็ไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น เขาจึงเปลี่ยนมุมมองใหม่และใช้ชีวิตกลางๆไม่โหมงานมากไปและให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
  • Appreciation เราขอบคุณความจริงเรื่อง signals of unhealthy work-life balance  ที่แสดงให้เราเห็นว่าสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการจัดสมดุลชีวิตไม่ดีนั้นไม่ได้มีแค่ภาวะหมดไฟเท่านั้นแต่ยังมีอาการอื่นๆที่เราคาดไม่ถึงด้วย เช่น รู้สึกหงุดหงิด มีเรื่องโต้เถียงกับเพื่อนร่วมงาน นอนหลับยาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า work-life balance เป็นปัญหาในสังคมไทยแค่ไหนและทำให้เราตระหนักว่าการรับมือต่อปัญหานี้ในไทยยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

Deliberate Practice 

Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือ ทำอย่างไรประเทศไทยจึงลงจาก top 5 เมือง work-life balance แย่ที่สุดในโลก

Express สาเหตุที่ยังไม่เข้าใจ – เนื่องจากจากสถิติที่อาจารย์พิเศษนำมาเสนอนั้นประเทศไทยถือว่าติดอยู่ในอันดับที่สูงมาก ซึ่งการที่คนไทยมี work-life balance ที่ไม่ดีจะนำไปสู่การทำงานที่ไม่ประสิทธิภาพได้จึงอยากทราบว่าทำอย่างไรคนไทยจึงมี work-life balance ที่ดีขึ้น

Specify ทำการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจจะค้นพบว่า การสร้าง work-life balance มีหลายวิธีไม่ว่าจะการวางเป้าหมายในแต่ละวัน เคารพเวลาพักผ่อนของตนเองเมื่อถึงเวลาพักผ่อนควรหยุดคิดถึงเรื่องงานและใช้เวลากับคนรอบตัวให้มากขึ้น

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่  https://th.hrnote.asia/personnel-management/190725-work-life-balance/

ซึ่งการที่ประเทศไทยจะลงจาก top 5 ได้ เราจะต้องจัดโครงการหรือลงชุมชนไปให้ความรู้ ปรับ life-style ของคนวัยทำงานให้เกิดสมดุลชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนปัญหาอื่นๆที่ทำให้คนไทยขาดสมดุลชีวิต คือ วันหยุดขั้นต่ำน้อย ค่าครองชีพสูง ความปลอดภัยและคุณภาพอากาศซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่ากำลังที่เราจะไปปรับแก้ได้ เราทำได้เพียงจัดการตัวเอง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเหล่านั้นและเรียกร้องให้มีการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้น

Consequence สะท้อนความรู้ความเข้าใจแบบ How to Upskill 21 วัน ด้วยการทำความเข้าใจเนื้อหาที่นำมาอ้างอิงแล้วนำมาปฏิบัติจัดสมดุลชีวิตระหว่างการเล่นกับการเรียน เรียนอย่างไรให้ไม่เครียดและได้ทำในสิ่งที่ชอบ และในอนาคตหากมีโอกาสเราอาจจะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาทำโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนวัยทำงานให้ดีขึ้น

1.2.พยาบาลกับการสร้างเสริมสุขภาพ

Naive Practice

  • Recall ความรู้ที่มีอยู่ คือ รู้จักวิชาชีพพยาบาล รู้ว่าเป็นอาชีพที่เหนื่อยและมีความเสี่ยงสูงเพราะต้องทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยมากแถมการปฏิบัติหน้าที่หากไม่รอบคอบก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆเพิ่มได้ นอกจากมียังมีความรู้เรื่องการสานสร้างเครือข่ายพอจะรู้บ้างแล้วว่า การจัดทำโครงการที่ดีและประสบความสำเร็จต้องอาศัยการทำงานประสานกันของหลายวิชาชีพ (interprofessional collaboration)
  • Recap ความรู้ใหม่ที่ได้รับ คือ การทำงานแบบ 3 ส. คือ 1.)สานสร้างเครือข่าย 2.)ใส่ใจเข้าใจผู้รับบริการ 3.)สอดคล้องกับนโยบาย ได้ทราบว่าพระสงฆ์ก็มีปัญหาสุขภาพจากการที่ไม่สามารถเลือกกินได้ มีความเครียดจากการสอบพระธรรมและการสำรวมกิริยาทำให้ออกกำลังกายได้แค่เบาๆ ได้ทำความรู้จักกับกลยุทธ์สร้างเสริมสุขภาพตามกฎบัตรออตตาวา

Purposeful Practice

  • Spotlight เราชอบจิตวิญญาณความเป็นครูของอาจารย์พิเศษ
  • Explain ผู้รู้ให้ความคิดเรื่องประสบการณ์ในการทำโครงการและลงชุมชนที่หลากหลายซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำโครงการของเรา
  • Appreciation เราขอบคุณความจริงเรื่อง ประสบการณ์ที่มีค่าของอาจารย์พิเศษทำให้เราได้รู้ความจริงในหลายๆเรื่อง อย่างเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์เพลงฉันก็เพิ่งได้ทราบว่าแม้เราจะไม่ได้นำมาใช้เชิงพาณิชย์เราก็ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ การแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ

Deliberate Practice

  • Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือ เราสามารถจัดการความเครียดให้พระสงฆ์ที่มีการสอบได้อย่างไร
  • Express สาเหตุที่ยังไม่เข้าใจ เพราะฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับธรรมวินัยของพระสงฆ์และก็เพิ่งทราบว่าพวกเขามีความเครียดที่สูงมากทั้งๆ ที่วัดเป็นสถานที่ที่เปรียบเสมือนที่พักพิงจิตใจของคนในชุมชน ฉันคิดว่าความเครียดในการสอบของเขาก็คงเหมือนกับการสอบของเราแต่ก็ยังสงสัยว่าพวกเขาจะจัดการความเครียดด้วยวิธีใดได้บ้าง
  • Specify เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง – หาข้อมูลเกี่ยวกับข้อห้ามของพระสงฆ์และศึกษาหาวิธีจัดการความเครียดที่เข้ากับ  life-style  ของพวกเขา
  • Consequence สะท้อนความรู้ความเข้าใจแบบ How to Upskill 21 วัน ด้วยการหาข้อมูลและทำความเข้าใจเพื่อตระหนักถึงปัญหาที่คนอื่นมองข้ามและคิดหาวิธีแก้ไข

 

2.ความรู้เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันและเกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างไร

work-life balance เป็นการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดสมดุลให้กับชีวิต ไม่ทำงานมากไปแต่ก็ไม่ได้เล่นมากไปซึ่งสามารถนำมาเชื่อมกับเรื่องของ พยาบาลกับการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งในเรื่องของหัวข้อในการทำโครงการและแนวทางในการจัดทำโครงการ เพราะเรื่องของ Work ไร้ balance นั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และแนวคิด Work-life balance ก็สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้ด้วย โดยเราควรแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตกับการทำงานให้ดีไม่เช่นนั้นเราจะเกิด unhealthy work-life balance ที่ทำให้เราไม่มีความสุขกับการทำงาน เกิดภาวะ burn out และเป็นผลทำให้โครงการดำเนินได้ไม่ราบรื่น ไม่มีประสิทธิภาพและอาจจะไม่สำเร็จ

สิ่งที่สำคัญจากการเรียนรู้คือ interprofessional collaboration การทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพ ทั้งที่อยู่ในสายเดียวกัน(สายสุขภาพ) และคนที่มีความถนัดด้านอื่นๆเช่น ด้านเทคโนโลยี เพราะถ้าเราจะสร้างเว็บไซต์คนที่สามารถให้ความช่วยเหลือเราได้เต็มที่ที่สุดคือคนที่มีความรู้ทางด้านนั้นนั่นเอง