ถอดบทเรียน work life balance
จากท่านวิทยากร Dr. Rapeerat Thanyawatpornkul
Naive practice การฝึกฝนตามหลักการซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ
- Recall: Work life balance แนวคิดเกี่ยวกับการปรับสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อลดผลกระทบจากการทำงานหนักเกินไป ซึ่งมีประโยชน์สำหรับคนยุคใหม่ ทั้งที่ทำงานประจำและอาชีพอิสระ แต่ในความคิดของตัวดิฉัน คือ ในปัจจุบันเราอาจจะสร้าง work life balance ในประเทศไทยได้ยากเนื่องจากในตอนนี้ เศรษฐกิจของประเทศและอัตราการแข่งขันที่สูงรวมถึงสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ทำให้ตัวเราต้องทำงานเพิ่มเพื่อเอาชีวิตรอด
- Recap: ในหมู่ประเทศที่มีอัตรา Work life balance สูงจะสังเกตเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างปัจจัยที่ทำให้ประชากรของเขาสามารถสร้าง work life balance ได้ นั่นคือ การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งสาธาณะ การเดินทาง รายได้ การพักผ่อน สวัสดิการและสังคมในที่ทำงาน และทำให้ได้ผลผลิต คือ ความคิดใหม่ (Idea) ที่ดีในการไปพัฒนาต่อยอดได้อีก
Purposeful practice การฝึกฝนทำกิจกรรมที่มีเป้าหมาย S.E.A.
- Spotlight : โดยส่วนตัวดิฉันชอบประสบการณ์ของวิทยากรผู้ให้ความรู้ เนื่องจากในระหว่างที่ได้รับฟังนั้นมันเห็นภาพได้ชัดเจนและเกิดมุมมองใหม่ๆขึ้นมาก มีการเปิดเว็ปไซด์ เพจในเฟซบุ๊คในการให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Work life balance และข้อมูลความรู้อื่นๆ
- Explain : ได้ให้ความคิดบวกเกี่ยวกับการใช้ Social media และการสร้าง Website ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมในแง่มุมที่เห็นได้ชัดเจน
- Appreciation : ขอบคุณวิทยากรที่ให้ความจริงเรื่องของอาการเมื่อเกิด Unhealthy Work life Balance เป็นการทำให้เรารู้สึกได้ถ้าเรามีสติและรู้ตัวว่าเรากำลังสร้าง Unhealthy Work life Balance อยู่หรือไม่
Deliberate Practice การฝึกฝนโดยพิจารณาตัวเราเอง D.E.S.C
-
Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือ
- How to Promote Work-Life Balance
- ช่วยพนักงานจัดการภาระงาน
- ให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของพนักงาน
- จัดหาทรัพยากรด้านสุขภาพจิต
- สนับสนุนพนักงานด้วยการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
- ส่งเสริมเวลาฟื้นฟู
- สร้างขอบเขตระหว่างเทคโนโลยีส่วนบุคคลและที่ทำงาน
- ปรับตามความต้องการของพนักงานเพื่อสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต
- How to Promote Work-Life Balance
- Express ทำไมเราไม่เข้าใจ - คือ เราอาจจะไม่ได้เข้าใจทุกข้อเนื่องจากเนื้อหาเน้นไปที่เจ้าของหรือผู้ประกอบการมากกว่า
-
Specify เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง
- เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Work life balance และทางแก้ไข
-
เทคนิค Work-Life Flow
-
Stopped Worrying About How Many Hours Per Day
- หยุดกังวลว่าวันนี้คุณใช้เวลาทำงานไปกี่ชั่วโมง แล้วไปโฟกัสว่าวันนี้งานที่คุณทำออกมาจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากพอหรือยัง ดังนั้นคุณต้องรู้จัก Flow การทำงานของตัวเองว่าช่วงไหนคุณจะทำสิ่งไหนแล้วได้ผลงานที่ออกมาดี บางคนประชุมตอนเย็นแล้วรู้สึกเหนื่อยหรือหมดพลัง ก็อาจต้องลองนัดหมายเป็นช่วงเช้าแทน
-
Find A Company Worth Hustling For
- เรื่องนี้สำคัญมาก การหาบริษัทที่ทำให้คุณอยากพัฒนาตนเองและตอบโจทย์เป้าหมายของชีวิตทำให้คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้กำลังแค่ซัพพอร์ตบริษัท แต่บริษัทก็กำลังซัพพอร์ตคุณเช่นกัน
-
Create A Morning Ritual
- ก่อนที่จะต้องเจอกับความวุ่นวายของวัน ลองเซตชั่วโมงแรกของวันไปกับการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ เล่นกับน้องหมา สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้คุณพร้อมสำหรับวันใหม่ได้ดีขึ้น
-
Be Selfish
- ให้เวลาตัวเองในตอนที่คุณต้องการ ถ้าง่วงก็งีบบ้าง อยากกลับบ้านเร็วบ้างก็ได้ วันไหนไม่ไหวก็พักหน่อย แน่นอนว่าเราอยู่ในโลกยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่ถ้าคุณไม่รู้จักให้เวลาตัวเอง โลกของคุณก็จะโคจรรอบเป้าหมายของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณ
-
Be Understanding
- เข้าใจเถอะว่าไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนได้ 100% เตือนตัวเองไว้เสมอว่าถ้าเมื่อไรที่มีอะไรไม่เป็นไปตามแผนก็ไม่เป็นไร มันโอเค
-
Ditch The World And Relax
- บางครั้งเราแค่ต้องการวันสำหรับตัวเอง มันก็ดีเหมือนกันถ้ามีวันที่ไม่ต้องมี Commitment ไม่มีอะไรผูกมัด พักผ่อนเลย
- คลิกเพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce164/
-
Stopped Worrying About How Many Hours Per Day
- Consequence สะท้อนความรู้ความเข้าใจแบบ How to Upskill 21 วัน ด้วยการค้นคว้าเอกสารอ้างอิง สอบถามผู้รู้เพิ่มเติม และลองทำ Work life flow ดู
ถอดบทเรียน พยาบาลและการสร้างเสริมสุขภาพ
จากวิทยากร รศ.ดร.รักชนก คชไกร
Naive practice การฝึกฝนตามหลักการซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ
- Recall: อาชีพพยาบาลสามารถปรับประยุกต์หน้าที่ได้ในหลายๆโอกาสตามแต่ละบริบทสถานที่ที่ทำงาน ซึ่งมักทำหน้าที่ดูแลผู้รับบริการช่วงวัยต่างๆ ไม่ได้จำเป็นต้องทำหน้าที่เพียงหน้าที่เดียว อาจรวมไปถึงการสร้างสรรค์กิจกรรม พาคนในชุมชนสร้างเสริมสุขภาพ
- Recap: การรับรู้ถึงอีกบทบาทหนึ่งของอาชีพพยาบาล นั่นคือ ผู้สร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างเสริมสุขภาพตามกฎบัตรออตตาวาที่มี 5 ข้อและการถอดบทเรียน 3 ส ที่ช่วยให้ระบบยั่งยืน
Proposeful practice การฝึกฝนทำกิจกรรมที่มีเป้าหมาย S.E.A.
- Spotlight : โดยส่วนตัวดิฉันชอบประสบการณ์ของวิทยากรผู้ให้ความรู้ เนื่องจากในระหว่างที่ได้รับฟังนั้นมันเห็นภาพได้ชัดเจนและเกิดมุมมองใหม่ๆขึ้นมาก รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อลงมือทำในชุมชนจริงๆและวิธีการแก้ปัญหาอีกด้วย
- Explain : วิทยากรได้ให้ความคิดบวกเรื่องของการใส่ใจ เข้าใจผู้รับบริการเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
- Appreciation : ขอบคุณวิทยากรที่ให้ความจริงเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อทางศาสนาที่ทำให้ได้เห็นว่าเหรียญก้มีสองด้าน เช่น เราอาจจะเคยคิดว่าพระสงฆ์นั้นไม่ได้มีความเครียดเพราะต้องเดินทางสายกลาง สวดมนตร์ นั่งสมาธิก็ทำอยู่เป็นกิจวัตร แต่จริงๆแล้วพระสงฆ์บางรูปอาจจะต้องเจอกับความกดดันมากจากระบบต่างๆทำให้เกิดความเครียดสูง
Deliberate Practice การฝึกฝนโดยพิจารณาตัวเราเอง D.E.S.C
- Describe ประเด็นที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคือ ทำไมการทำหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพถึงยังขาดความยั่งยืนในบางพื้นที่
- Express ทำไมเราไม่เข้าใจ - ยังคงสงสัยหลังจากถอดบทเรียนว่าที่กล่าวมาข้างต้นจะยั่งยืนอยู่ได้ในระยะเวลาเท่าใด
- Specify เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง - หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
- Consequence: การค้นคว้าเอกสารอ้างอิง สอบถามผู้รู้เพิ่มเติม
การเชื่อมโยง 2 บทเรียน
จากการถอดบทเรียนเรื่อง work life balance และ พยาบาลและการสร้างเสริมสุขภาพ จะสามารถนำมาเชื่อมโยงกันได้ว่า การที่คนในชุมชนมี poor work life balance จะนำไปสู่สุขภาวะของชุมชนที่มีประสิทธิภาพน้อย เนื่องจากการไม่มีเวลาดูแลตนเอง การทำงานหนักโดยไม่ได้พักผ่อนเพียงพอนานๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ เช่น อาการปวดหัวที่อาจมีสาเหตุมาจากความเครียดและไมเกรน อาการปวดตาจากการจ้องจอนานเกินไป อาการปวดหลัง ปวดคอ-บ่าไหล่ และอาจเกิดความเครียด หดหู่ หมดแรงบันดาลใจในการทำงาน และอาจเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งเราอาจนำแนวคิดจากกลยุทธ์การสร้างเสริมสุขภาพตามกฎบัตรออตตาวา ในข้อที่กล่าวว่าการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลที่จำเป็นเพื่อการมีสุขภาพดี มาใช้ในเรื่องของการแก้ปัญหาที่เกิดจาก poor work life balance โดยอาจเป็นการให้ความรู้ผ่านช่องทางของชุมชนที่มีความใกล้ชิดกันและเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามผลระยะยาว หรือเป็นการทำความรู้จักรายบุคคลเพื่อทราบถึงปัญหาแท้จริง
ขอขอบคุณ อ้างอิงจาก
- The standard l Stand up for the people. หมดยุค Work-Life Balance วิธีเต้นรำไปกับชีวิตและงานแบบ Work-Life Flow. THE SECRET SAUCE [Internet]. 2019. เข้าถึงได้จาก: https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce164/
- Adecco Thailand. 5 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลัง work ไร้ balance. คำแนะนำด้านอาชีพ [Internet]. 2021. เข้าถึงได้จาก: https://adecco.co.th/th/knowledge-center/detail/5-signs-you-have-no-work-life-balance
จัดทำโดย นางสาวบุญรดา นาคพยนต์ รหัส 6423022