สามหนุ่มน้อยกลับมาอยู่เมืองไทยได้ปีกว่าแล้ว พูดไทยได้คล่องแคล่ว ภาษาอังกฤษก็เริ่มจะเป็นสำเนียงไทยกันเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะคุยกันเอง เพราะพวกเขาเริ่มเรียนรู้แล้วว่าพูดภาษาอังกฤษอย่างไร คนไทยจึงจะฟังรู้เรื่อง คะแนนสอบภาษาไทยที่โรงเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ดีมาก สมใจคุณแม่ เพราะอยากให้ลูกเก่งภาษาไทยให้มากที่สุด (แบบสบายๆ ไม่เคี่ยวเข็ญ)

น้องฟุงอ่านการ์ตูนภาษาไทยได้ค่อนข้างเร็ว หนังสืออ่านภาษาไทยก็พอใช้ได้ พี่เหน่นเริ่มอ่านนิยายไทย (ของวัยรุ่น) เล่มโตๆที่คุณพ่อนำมาจากห้องสมุดที่ร.พ.หาดใหญ่มาบริการสม่ำเสมอ พี่วั้นนั้นไม่ต้องพูดถึง อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า บ้านเราไม่บังคับให้อ่านหนังสือเรียนค่ะ เห็นใจว่าที่โรงเรียนก็หนักเกินพอแล้ว ลูกอยากอ่านอะไรก็อ่านเถอะ

สำหรับพี่วั้น ทั้งการพูดการเขียนการอ่านภาษาไทยไม่มีปัญหา นอกจากพูดเร็วมาก พวกเราเองยังฟังไม่ค่อยจะทัน ส่วนพี่เหน่นมีเรื่องตลกเสมอ เพราะยังจับศัพท์คำไทยมาปนกัน วันนี้เราทบทวนให้ได้หัวเราะกัน คุณแม่เลยได้โอกาสเอามาบันทึกไว้ เพราะยังมีอีกมาก แต่ขำแล้วก็ลืม น่าเสียดาย

พี่เหน่นจะมีลูกผสมคำแปลกๆ เช่น มาม่าส้มตำ ข้าวเหนียวต้มยำ (พูดนละหน แต่ผสมกันผิดทุกที) ไก่งามเพราะขัน (สุภาษิต ที่พี่เหน่นลากเอามาให้ใกล้คำที่รู้จัก) น้ำตกกรุงชิง ก็เป็น กุนเชียง ส่วนน้องฟุงยิ่งแล้วใหญ่ ผสมกันมั่วมาก เพราะรู้ศัพท์พื้นๆน้อยกว่า ตอนแรกๆยังเรียกหมาแมว เป็นตัวผู้ชาย ตัวผู้หญิง พอบอกว่า ต้องเรียกตัวเมีย น้องฟุงก็ต่อว่า ตัวผัว ไปโน่น อธิบายกันเมื่อยแก้มเลย วันนี้เขาตะโกนถามว่า พิธีอะไรนะแม่ที่เขามีการใช้แมวน่ะ คุณแม่อยู่ในครัวตะโกนตอบกลับมาว่า อ๋อ แห่นางแมวขอฝนน่ะลูก น้องฟุงร้องถามว่า อะไรนะแม่ ห่อนางแมวทำอะไรนะ....คุณแม่ได้คิดว่า น้องฟุงไม่รู้จักคำว่า แห่..แน่นอนเลย

แสดงว่าภาษาไทยนี่ร่ำรวยคำจริงๆ เวลา 1 ปียังไม่เพียงพอสำหรับเด็กไทยที่หายไปจากเมืองไทย 6 ปีที่จะเข้าใจได้ถ้วนทั่ว ยังได้มีเรื่องให้ขำ เพราะความไม่รู้อีกมากค่ะ