(5)

วิธีฝึกการทำงานและฝึกนิสัยเด็ก

แบบที่ 1 ทำโดยหน้าที่


ดิฉันจัดทีมปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ไม่มีเว้น ถึงจะอยู่มหาวิทยาลัย ก็ไม่อนุญาตให้มีนักศึกษาหลีกหนีงานเล็กๆที่ต้องทำด้วยน้ำใจ   

ก่อนถึงชั่วโมงเรียน ทีมต้องมาขนข้าวของบรรดามีไปที่ห้องเรียน อย่างไม่มีอะไร ดิฉันก็แปะโน้ตบอกไว้ว่า วันนี้ไม่มีอะไรจ้ะ ไม่ต้องขน พูดง่ายๆว่าจะไม่มีวันใดที่เธอจะไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่เป็นอันขาด


แบบที่ 2 ทำโดยสถานการณ์


อันนี้เป็นแบบบังเอิญ (แล้วเธอหลบไม่ทัน)เช่นเห็นครูเดินถือถุงพุงป่องน่องทู่(ขอโทษค่ะกลอนพาไป) ถ้าเธอเห็นตำตาแล้วยังเดินเฉย และดิฉันศึกษาเธอจนแน่ใจแล้วว่าเธอมีนิสัยเช่นนั้นจริงๆ ดิฉันก็จะพูดว่า

"อาจันฮ้า หนูช่วยถือมั้ยฮ้า...!"


ถ้าเธอหัวเราะอายๆแล้วเดินมาช่วยถือ ดิฉันก็จะบอกว่า "ไม่เป็นไรจ้า ครูถือได้"


ถ้าเธอปล่อยมือ ดิฉันก็จะพูดต่อว่า "อาจันฮ้า ..ให้หนูช่วยเถอะฮ่า..!" ..และถ้าเธอทำท่าจะช่วยต่อ คราวนี้ดิฉันก็จะยอมให้เธอช่วยแต่โดยดี(เพราะที่จริงก็หนักชะมัด)

 

และบอกเธอว่า "ถ้าจะช่วยครูถือ คุณก็ช่วยเลย นิสัยครูชอบทำอะไรเอง ถ้าคุณเต็มใจจะช่วย ..ก็ขยับตัวให้ไวอีกนิดนึงนะ .....น่ารักมากลูก...."
แล้วดิฉันก็จะยิ้มให้เธอ 1 ที ด้วยความรัก
 

บางครั้ง สีหน้า สายตา ท่าทาง การสัมผัสด้วยความอ่อนโยน ด้วยความรัก ก็สื่อความหมายได้อย่างนุ่มนวล กระทบใจผู้รับสารมากกว่าการพูดปาวๆๆๆเสียอีก

(ปล.ที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่าง และในสถานการณ์จริงมีปริบทมากมายที่ดิฉันไม่สามารถเล่าได้หมด เลือกมาเฉพาะประเด็นสำคัญนะคะ)

 


ผลที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เด็กที่เห็นดิฉันถือของจำนวนหนึ่งก็จะวิ่งกรูเกรียวมาแต่ไกล ทั้งที่แต่เดิมเธอจะไม่กระตือรือร้นอะไร 
 

ส่วนอีกจำนวนหนึ่ง (ซึ่งไม่อาจคะเนปริมาณได้) ก็ไม่ได้เดือดร้อนใจที่เห็นครูเดินถือของพะรุงพะรังแต่อย่างใด ตามทฤษฎีที่ว่า ลางเนื้อชอบลางยา


แบบที่ 3 ครูทำ
 

ตามนั้นเลยค่ะ ครูต้องทำ ถ้าครูทำอะไรก็ตามอย่างมีจิตสำนึก วงเล็บ อย่างแท้จริง เด็กก็จะเห็นจริง แล้วก็อยากทำตาม เพราะศรัทธาในสิ่งที่ครูทำ

เช่นไม่อยากให้เด็กมาสาย ครูก็ต้องมาตรงเวลา (ดิฉันเคยมานั่งหาวหวอดๆรอสอนแต่เช้าเพราะไปลั่นวาจาไว้ว่า ครูจะไม่ผิดเวลา เทอมนั้นมีสอนเช้าเลยได้นั่งหาวหวอดๆทั้งเทอม)


ผลที่เกิดขึ้น เด็กจำนวนหนึ่งมานั่งรอก่อนไก่โห่ ดิฉันเลยมีเพื่อนร่วมนั่งหาวหวอดๆตลอดเทอม เวลาเช็คสาย ไม่มีใครอ้าปากหาวเอ๊ยอ้าปากเถียงแม้แต่คนเดียว

ถ้าต้องการฝึกเด็กให้มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ครูก็ต้องปฏิบัติตนให้มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เด็กเห็นกับตาว่านี่คือสิ่งดี พึงทำ เป็นต้น

 

และ ปล.อีกครั้ง ขอเสริมว่า ไม่มีวิธีการสำเร็จรูปค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือตัวตนของครู ที่จะต้องเป็นมนุษย์ ที่ยืนสอนหรือนั่งสอนเด็กอย่างมีจิตสำนึกตระหนักจริงๆ เด็กๆจะเห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าเป็นความถี่ซ้ำๆ จนเกิดความมั่นใจ และจะเริ่มทำสิ่งใดๆอย่างมีจิตสำนึกตระหนักไปเอง