วันที่ผมไปเป็นวิทยากร "ยอน" ให้คนพิการรวมตัวกันเพื่อให้เป็นไปตาม แผนการสร้างและพัฒนา "ชมรมเพิ่มพูนพลังคนพิการจังหวัดพัทลุง" ที่ได้เคยบันทึกไว้แล้วนั้น

     เมื่อวันพุธที่ 9 พ.ย.2548 ก็ถึงคิวพื้นที่แถบชายทะเล ตำบลจองถนน และตำบลหานโพธิ์ จุดศูนย์รวม ณ สถานีอนามัยบ้านสะทัง อ.เขาชัยสน น่าประทับใจมากครับ ที่ผมได้รับทราบในหลายเรื่องถึงความเป็นอยู่ของคนพิการที่มีการดูแลเชิงสังคมดีมาก ทำให้จิตใจเข้มแข็ง สู้ชีวิต ลองมาดูทั้ง 2 กรณีนี้เป็นตัวอย่างนะครับ

     กรณีแรก คุณตา ที่ตาบอดทั้ง 2 ข้างมองไม่เห็นเลย (เป็นตอนหลัง) ตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่ม ๆ อาชีพรับขึ้นมะพร้าวจ้าง ทั้ง ๆ ที่ตาบอด แกมีความสามารถในการคลำโคนต้นมะพร้าว เพื่อบอกว่ามีมะพร้าวสุกขนาดที่ต้องการหรือไม่ เช่น สุกเขียวใช้ทำขนมบางอย่าง สุกซาวม้าว สุกแห้ง มีอีกเยอะครับ ผมยังหาความหมายได้ไม่หมดในบางคำ ขณะนี้อายุ 80 กว่าแล้ว ขึ้นมะพร้าวไม่ไหวแล้ว แต่ยังดูแข็งแรงอยู่ คนที่เล่าให้ผมฟังคือลูกสะใภ้ (รูปที่ 1) ผมฝากบอกไปว่า จะไปเยี่ยม และจะขอเคล็ดลับคุณภาพชีวิตที่ดีของแกครับ เพราะหากเป็นผม ทั้งยังหนุ่มยังแน่น ไม่มีทางที่จะขี้นมะพร้าวได้หรอกครับ เอาแค่ต้นมะม่วง ก็สอยเอาดีกว่า สอยไม่ได้ก็อย่ากิน (ฮา...) 

              

รูปที่ 1                                                      รูปที่ 2

     กรณีที่สอง เป็นเด็กหนุ่ม อายุ 20 กว่า ๆ โดนรถชนเมื่อไม่นานมานี่เอง ทุกวันนี้พิการ ไปไหนไม่ได้ (หลังหัก) สมองยังดีครับ ภรรยา (รูปที่ 2) บอกว่าเป็นเจ้าของความคิดสร้างเล้าไก่ เป็ด หมู และโรงผสมปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรต่อเนื่องเกือบครบวงจร เป็นคนเจรจาการขายผลิตผลเอง (ทางโทรศัพท์) และทำบัญชี แต่นายธนาคาร (เก็บ) ยังเป็นภรรยาครับ อันนี้ภรรยาเล่าไปพลางยิ้ม ๆ ไปพลาง ทุกวันนี้ก็เลี้ยงครอบครัวตัวเองได้ และส่งน้องเรียน โดยให้ทำงานไปด้วยเรียน ไปด้วย (ทดแทนกัน) ผมกะว่าจะไปเยี่ยมเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

     ทั้ง 2 กรณีครับ ผมจะไปเยี่ยมและขอให้เล่าเรื่อง "คิดอย่างไรจึงลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง" เอาตอนมุมหักของความคิดเป็นประเด็นร้อน แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ เพื่อปลุกคนอื่น ๆ ให้ลุกขึ้นมาสู้ ในสถานการณ์ของสังคมที่เรียกว่า "เหงาใจเหลือเกิน" อย่างทุกวันนี้