เขียนบทนำการวิจัยให้ตรงเป้า (Write research introduction objectively)


ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้เป็นประธานสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอกบ่อย และมักจะพบปัญหาในการทำและเขียนวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในสามสี่เรื่องที่จะนำมาแลกดเปลี่ยนเรียนรู้ในบทเขียน 4-5  บทที่จะเขียนต่อจากบทนี้ไป โดยหวังว่าจะช่วยให้นักศึกษาและผู้สนใจพอสมควรครับ 

เรื่องแรกที่จะนำมาแลกเปลี่ยนในวันนี้คือ “การเขียนบทที่ 1” หรือรู้นำนามของ “ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา” ซึ่งก็เหมือนชื่อบทชี้นำคือ เวลาเขียนต้องเขียนให้เห็น “ความเป็นมาและความสำคัญจำเป็นว่าทำไมจึงควรมีการวิจัยเรื่องนี้” โดยมีโครงสร้างความคิดและสาระในการเขียนอย่างน้อย 3 ส่วนคือ (1) เรื่องที่นักศึกษาสนใจจะทำเป็นวิทยานิพนธ์นั้นเป็นมาอย่างไร (2) สภาพและปัญหาของเรื่องจัยนั้นเป็นอย่างไร และ (3) เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไรจึงมีการวิจัย ครับ 

หลังจากได้โครงสร้างความคิดหลักดังกล่าวแล้ว ผู้วิจ้ยก็ออกแบบต่อไปว่าในแต่ละเรื่องจะนำเสนออะไรบ้าง อย่างไรจึงจะทำให้อาจารย์ที่ปรีกษาและคนที่จะอ่านงานวิจัยเราเป็นความเป็นมาของเรื่อง สภาพและปัญหาที่เป็นอยู่ และความสำคัญจำเป็นที่ต้องทำวิจัยเรื่องนี้ ซึ่งผมมักจะบอกลูกศิษย์ผมว่า เราต้องคิด เขียน และมีข้อมูลสนุนความคิดของเรามากพอและกระจ่างชัดจนอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้อ่านเห็นด้วยกับเราว่าเรื่องนี้เป็นไปอย่างที่ผู้วิจัยเขียนไว้ ถ้ายิ่งทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้อ่านเป็นความสำคัญว่า “ถ้าไม่วิจัยเรื่องนี้แล้วโลกจะเสียโอกาสไปขนาดไหน” หรือถ้าทำให้ผู้อ่านซาบซึ้งจนนำตาไหลได้ สุดยอดเลยครับ 

ในการเขียนความเป็นมานั้นมักจะมีคำถามว่า “เราควรจะท้าวความเรื่องนั้นไปไกลแค่ไหน อย่างไร” ถ้าเป็นใจผมไม่อยากท้าวความไปไกลนัก จะทำให้เนื้อหากลบความเป็นมาของเรื่องที่เราจะวิจัย แต่ถ้าเป็นนักศึกษา ก็แล้วแต่คุณจเะหารือกับอาจารย์ที่ปรึกษาของท่านจนได้ข้อสรุปว่าจะท้าวความไปมากน้อยเพียงใด  ก็เอาตามนั้น 

ตัวอย่างมีนักศึกษาคนหนึ่งกำลังจะวิจัยเรื่อง “การบริหารงานวิชาการในยุคโควิด-19” (ผมตัดรายละเอียดของชื่อเรื่องออกเพื่อปกป้องงานวิชาการของลูกศิษย์ครับ)

ถ้าท้าวความใกล้วก็เริ่มต้นจากการให้ความเป็นและความสำคัญของการบริหารงานวิชาการในระบบการบริหารการศึกษาไทย  แล้ววิกฤติโควิด-19เกิดขึ้นเมื่อไหร่  และส่งผลทำให้การบริหารงานวิชาต้องปรับอะไร อย่างไร  ประมาณนี้่ครับ  แต่ถ้าท้าวความไกลขึ้นมาหน่อยอาจจะปูพื้นการบริหารการศึกษาทั่วไปก่อน แล้วค่อยวกเข้ามาเรื่องการบริหารงานวิชาการ  ยิ่งถ้าจะท้าวความให้ไกลกว่านั้นก็อาจะกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของการจัดและบริหารการศึกษา แล้วค่อยต่อการปูพื้นเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา การบริหารงานวาิชาการ แล้ค่อยเริ่มต้นเข้าเรื่อง “แบบท้าวความสั้น” ครับ 

สำหรับสภาพและปัญหาที่เป็นที่มาของการวิจัยเรื่องนี้นั้นผู้เขียนควรออกแบบว่าเราจะนำเสนอสภาพและปัญหาอะไรบ้างอย่างไร เพื่อให้เห็นว่าในปัจจุบันนี้ (เท่าที่ผู้วิจัยมีประสบการณ์และมีข้อมูลที่หาได้) สภาพและปัญหาเรื่องนีอะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะวิจัยอย่างไร 

ส่วนความสำคัญว่าทำไมควรทำวิจัยเรื่องนี้นั้นจะเป็นผลที่ส่งมาจากความเป็นมา สภาพ และปัญหาที่นำเสนอไปข้างต้น หาปูพื้นไว้ดี และสรุปประเด็นปัญหาได้ชัด การที่จะชี้ให้เห็นความสำคัญและจำเป็นที่ควรวิจัยเรื่องที่เรากำลังเสนอนั้น ไม่ยากครับ 

หลักสำคัญในการเขียนบทที่ 1 หรือความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (การวิจัย) นี้เป็นบทที่แสดงให้เห็นเข้าเข้าใจในเรื่องที่ผู้วิจัยจะวิจัยครับ ดังนั้นผู้วิจัยต้องเขียนตามความคิดและการผูกประเด็นการวิจัยของผู้วิจัยเป็นหลัก และนำข้อมูล หรือความเห็นของคนอื่นมาสนับสนุนความคิดของผู้วิจัย เช่น ในการเขียนบทนำเรื่อง “การบริหารงานวิชาการในยุคโควิด-19” นั้นผู้วิจัยอาจจะเริ่มต้น (ตามเข้าใจหรือข้อเสนอที่ผู้วิจัยอยากจะบอกกับผู้อ่าน) ว่า

           การบริหารงานวิชาการเป็นภารกิจสำคัญในการรจัดและบริหารการศึกษา เพราะงานวิชาการโดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนนั้นเป็นหน้าที่หลักและเป็นจุดหมายในการตั้งสถานศึกษา ​[ ถ้ามีความเห็น หรือข้อมูลสนับสนุนเรื่องนี้ก็นำมาเสนอสนับสนุนความคิดของผู้วิจัยได้ เช่น สมมติว่านโยบายของกระทรวงศึกษาสนับสนุนแนวคิดเรา และเราก็อาจจะเขียนต่อด้งนี้] กระทรวงศึกษาธิการ (อ้างอิง)กำหนดให้เรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของสถานศึกษาดังสาระของนโยบายความว่า “……”

            โดยปกติแล้วการบริหารงานวิชาการเป็นงานที่ความเป็นนามธรรมสูงและมีความยุ่งยากในการดำเนินการอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเกิตวิกฤติโควิด-19ในปลายปี 2563 หรือ ค.ศ.​2019 นั้นทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่สามารถดำเนินการได้เหมือนภาวะปกติ ยิ่งที่ให้เกิดความยุ่งยากและความซับซ้อนยิ่งขึ้นในการบริหารงานวิชาการ  โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงศึกษาธิกการได้มีนโยบายในการปิดสถานศึกษาเป็นระยะ ๆ หรือไม่ก็ให้มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และก่อให้เกิดปัหาหลายประการ ….. [มีข้อมูล หรือความเห็นของนักวิชาการเรื่องนี้ที่สนับสนุนความคิดเห็นเราก็นำมาขยายความต่อได้] 

              สภาพและปัญหาการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาพบว่า [นำเสนอข้อมูล ความเห็น หรืองานวิจัยที่สะท้อนสภาพ และปัญหามารายงาน]….

หลัก ๆ แนวการเขียนบทนำนั้นต้อง “ใช้ความคิดและสาระที่เป็นความเข้าใจ และกรอบความคิดของปัญหาเรื่องที่เราจะวิจัย” เป็นตัวนำ แล้วมีข้อมูล ความเห็น หรืองานวิจัยอื่นมาสนับสนุนเราครับ ไม่ใช่การเขียนแบบนำความเห็นคนนั้นคนมีมาต่อ ๆ กัน โดยไม่มีหลักคิดของผู้วิจัย ซึ่งผมเจอะบ่อยครับ [ผมจะพูดถึงเรื่องนี้่ตนตอนต่อ ๆ ไป ครับ]

วันนี้ให้ความเห็นเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ 

สมาน อัศวภูมิ

2 กรกฏาคม 2565

 

หมายเลขบันทึก: 703395เขียนเมื่อ 2 กรกฎาคม 2022 22:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม 2022 19:19 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี