เช้าวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ผมเดินออกกำลังพร้อมกับฟังวิทยุจุฬา ๑๐๑.๕ ไปด้วย มีข่าวท่านรองเลขาธิการ กพฐ. รต. ธนุ วงษ์จินดา ให้ข่าวว่า สพฐ. ดำเนินการคัดกรองเบื้องต้น ในเด็กนักเรียน ๖.๕ ล้านคนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. พบเด็ก ๓.๖ แสนคน มีความยากลำบากในการเรียน (LD – Learning Disability) นำสู่การเขียนบันทึกนี้ เพื่อเสนอมุมมองใหม่เรื่อง LD
น่าตกใจนะครับ เด็กนักเรียนไทยกว่าร้อยละ ๕ ถูกตราว่าเป็นเด็ก แอลดี และอาจเลยเถิดไปตราว่าเป็นเด็กโง่
หนังสือ Uncommon Sense Teaching : Practical Insights in Brain Science to Help Students Learn ให้มุมมองใหม่ต่อเด็กที่มีปัญหาการเรียน โดยอธิบายด้วยความแตกต่างของ ความจำใช้งาน (working memory) ว่าเป็นธรรมชาติ ที่จะต้องมีเด็กที่ความจำใช้งานต่ำอยู่จำนวนหนึ่ง ดังรูป
กราฟบน ที่เป็นเส้นทึบ เป็นระดับความจำใช้งานของเด็กปกติ ส่วนกราฟเส้นประ เป็นของเด็กกลุ่มที่ความจำใช้งานต่ำ ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ และเด็กเหล่านี้ไม่ใช่เด็กโง่ มีหลักฐานว่าหลายคนที่เรียนไม่เก่งตอนเป็นเด็ก โตขึ้นกลายเป็นอัจฉริยะ ทำประโยชน์แก่โลกอย่างมากมาย ประเด็นสำคัญคือ ครูต้องสอนเป็น
กล่าวใหม่ว่า การจัดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง น่าจะช่วยลดจำนวนเด็ก แอลดี ลงไปได้เกือบหมด
ท่านที่สนใจ เข้าไปชมและฟังรายละเอียดได้ที่ (๑)
วิจารณ์ พานิช
๑๐ พ.ค. ๖๕