เรารู้จักกันมาเกือบ ๑๐ ปี ในวันที่ใกล้เกษียณอายุราชการ จึงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ชีวิตและงานซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างทำงาน เพราะมีงานให้ทำอย่างมั่นคง
วิถีแห่งงาน ในความเหมือน ก็ยังมีความแตกต่างกันแฝงอยู่อย่างมากมาย ผมเป็นผอ.รร. บริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนเธอเป็นผอ.ฝ่ายบุคคล ในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่
ผมรู้สึกเบาสบายไร้กังวล เพราะทำงานบริหารสถานศึกษาที่มีต้นทุนต่ำ ไม่ต้องแสวงหา ลาภ ยศ และคำสรรเสริญ ไม่ต้องทำงานเพื่อเอาใจใคร แม้แต่เจ้านาย
แต่ที่ต้องหนักและเหนื่อย ทั้งกายและใจ ในโค้งสุดท้ายใกล้เกษียณ ก็เพราะภารกิจการเยียวยานักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก..หลังสถานการณ์โควิด.. ผ่านพ้นไป
ผมยอมรับว่าสร้างงานขึ้นมาเอง จึงทำให้ลำบากกาย ไม่สุขสบายเหมือนผู้บริหารโดยทั่วไป แต่ผมสุขใจที่มีโอกาสคืนกำไรให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และผู้อุปถัมภ์ค้ำชูโรงเรียนมาโดยตลอด
รับรองได้ว่า ผมจะไม่ขาดทุน ที่สำคัญที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างคือกำไรชีวิตของผมทั้งสิ้น
วันนี้...ผมได้เห็นมุมมองของเธอที่มีต่อผม...ทำให้เห็นความแตกต่างของชีวิต แต่ท้ายที่สุด..จุดจบของชีวิตการทำงาน หลังเกษียณ..ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน....เธอบอกว่า....
“ลูกชายเป็นห่วงแม่มากที่แม่จะเกษียณ เป็นห่วงว่าแม่จะอยู่เฉยๆ...จริงๆได้หรือ? เป็นห่วงแม่มากจริงๆ แม่ทำงานตั้งแต่อายุไม่เต็ม 20 ดี...ทำมาตลอดชีวิต ไม่มีช่วงเวลาไหนที่หยุดพักเลย มีแต่จะหนักขึ้นหนักขึ้น ทำงานส่งตัวเองจบ มีภาระหนักอึ้ง อนาคตลูก 2 คน บ้าน รถ เปรียบเหมือนคนที่วิ่งมาราทอน....วิ่งมา 40 ปี .....”
“อยู่อยู่ วันนึง คือวันที่ 31 ธันวาคม 2566 หยุดวิ่ง กึก .......โดยที่ไม่ได้ slow down ก่อนเลย......แม่จะลงแดงมั๊ย?.....กลัวแม่จะเหงา......รอถึงวันนั้นแล้วค่อยว่ากัน.....เพราะวันนี้เลือกไม่ได้ ไม่มีสิทธิเลือก.....เลือกได้แค่ "ทำ"....กับ...."ไม่ทำ" ถ้าทำแล้วก้อต้องทำอย่างเต็มที่.....ไม่ใช่ปล่อยเกียร์ว่าง.....”
“ทั้งหมดที่บอก จะบอกผอ.ว่า.....เดี๋ยวผอ.เกษียณแล้ว...ผอ.คงจะมาแอบดูแปลง ต้นไม้ ดอกไม้ทุกสิ่งอย่าง....ที่เคยทำไว้...เป็นระเบียบเรียบร้อยดีงาม...เปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยแล้ว....ก้อต้องทำใจ....ปล่อยเค้าไปเหมือนกันนะ.....”
“นึกแล้วก้อเห็นภาพ ผอ.รู้จักต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอก.....ทักทายกันทุกวัน แทบจะตั้งชื่อได้ทุกต้น....หมายถึงชื่อเล่น...ตามฉายาที่เราจะตั้งเช่น นางลูกดก....นางดอกใหญ่”
“ ผอ.มีโอกาส เริ่มร่ำลากับต้นไม้ ทุกต้นได้แระ.....มีเวลา....จะได้ไม่รู้สึกว่า จากกันโดยกระทันหัน...อืมมรู้สึกแบบนั้นนะ แต่ของเรา.....”
“ ผ่อนไม่ได้เลย.....มีแต่เร่งความเร็วขึ้น เร่งความเร็วขึ้น มีคำสั่งให้ทบทวนงบประมาณกลางปี ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 นี้ (คำสั่งออกเมื่อคืนตอน 3 ทุ่มครึ่ง)
“ ชีวิตการทำงานที่ slow life ไม่เคยมี.....เปรียบเทียบแล้วถ้าเป็นชีวิตนักกีฬา ก้อได้พักแป๊บตอนไม่ได้แข่ง แต่ก้อต้องซ้อมไว้เสมอ ให้พร้อมเสมอที่จะลงแข่ง หรือแข่งย่อย ปีนึงลงแข่ง 24 ครั้ง เดือนละ 2 ครั้ง แข่งเล็ก 20 ครั้ง แข่งใหญ่โอลิมปิก 4 ครั้ง...ต่อปีนะ....กำไรชีวิต”
ผมไม่ได้รู้สึกสงสารเธอแต่ประการใด เพราะเข้าใจระบบการทำงานของภาคเอกชน ตลอดจนเชื่อว่า..เธอจะเอาตัวรอดอย่างมีคุณภาพ..สง่างามทั้งคนและงาน...อย่างแน่นอน
ผมยังไม่ได้บอกเธอ...ถึงการทำงาน ในช่วง ๑๖ เดือนสุดท้ายของผม แต่เธอจะค่อยๆรู้ไปเอง ว่าผมไม่ใช่คนยึดติดและสามารถปล่อยวางได้เร็ว ผมไม่น่าจะต้องทำใจ เพราะผมต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด...เสมอ
การได้ทำงาน การได้มีงานทำ..เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้ทำเพื่อฆ่าเวลา แต่มั่นใจและพูดได้อย่างเต็มปากว่า....งาน..ก็เป็นแรงบันดาลใจ.. ให้ก้าวไปสู่เงินบำนาญ”
คนที่ไม่มีมรดก ไม่มีสมบัติพัสถาน...บำนาญ คือของขวัญชิ้นใหญ่ คือกำไรชีวิตแท้ๆ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๗ มิถุนายน ๒๕๖๕




