หัวข้อย่อยที่ ๒ : Challenges and Opportunities: Overcoming challenges and harnessing opportunities for Biodiversity, Climate and Health มีองค์การอนามัยโลก และทีมไทยเป็นแกนนำ
ผู้แทนองค์การอนามัยโลกบอกว่าตัวการใหญ่ ๒ อย่างคือ การใช้แผ่นดิน (land use) กับการก่อมลภาวะ (pollution) ที่ก่อผลร้ายต่อภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขภาพ เขาเชื่อมสู่ระบบอาหารโลก และสู่ระบบ OneHealth (สุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อม) ที่ดำเนินการอย่างจริงจัง
มีการเสนอให้เน้นที่ (๑) หาตัวขับเคลื่อนแกนกลาง ที่ขับเคลื่อนได้ทั้งปัจจัยด้าน สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ (๒) หาทางสร้าง transformative change และ (๓) หาวิธีดำเนินการอย่างบูรณาการ
ความท้าทายสำคัญคือ ประชากรที่จะถูกกระทบมากที่สุด เป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสส่งเสียงน้อยที่สุด และ IPCC 2021 เตือนว่า หากดำรงสภาพความเป็นอยู่อย่างเดิม ภายใน ๒๐ ปี อุณหภูมิโลกร้อนจะแตะ ๑.๕ องศาเหนืออุณหภูมิในยุคก่อนอุตสาหกรรม (เวลานี้ ๑.๑ องศา) และจะแตะ ๒.๕ องศาในปี ค.ศ. 3000
ความเสื่อมโทรมของสุขภาวะ(ความหลากหลายทางชีวภาพ) ของดาวเคราะห์โลก จะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของมนุษย์ในหลากหลายด้านอย่างซับซ้อน
โอกาสหลีกเลี่ยงหายนะนี้คือ เพิ่มการใช้พลังงานสีเขียว ลดการใช้พลังงานฟอสซิล เป็นปัจจัยที่ นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร บอกผมว่ามีพลังสูงสุด ไม่ใช่เรื่องการปลูกป่า คือต้องอย่าหลงเน้นปลูกป่าเพียงเรื่องเดียว ละเลยเรื่องเปลี่ยนฐานพลังงานโลก
ผมตีความเอง ว่าความท้าทายอีกปัจจัยหนึ่ง ในเรื่องการจัดการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศคือ หลงทำเรื่องที่มีความสำคัญหรือผลกระทบน้อย ด้วยอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ ดังตัวอย่าง ปธน. ทรัมป์ ขึ้นมาเป็น ปธน. สหรัฐอเมริกาด้วยนโยบาย America First และประกาศไม่ร่วมขบวนกับสหประชาชาติในมาตรการลดโลกร้อน เพื่อเอาใจอุตสาหกรรมอเมริกัน
วิจารณ์ พานิช
๒๒ พ.ค. ๖๕