หลายคนวางแผนไปเที่ยวก่อนหรือหลังเกษียณ หลายคนไม่คิดจะทำอะไร...อยู่ไปวันๆ และทำชีวิตให้อยู่รอด ปลอดภัยจากภยันอันตรายทั้งปวง
ความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ทุกคนไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่ทุกคนล้วนต้องการความสุขด้วยกันทั้งสิ้น ความสุขของใครก็ของคนนั้น มิอาจเลียนแบบกันได้
ผมก็แค่แปลกใจตัวเอง ที่เริ่มหาความสุขในแบบที่แปลกๆ คิดถึงแต่เรื่องราวใกล้ตัว ในแบบที่เรียบง่าย ความอยากได้อยากมีอยากเที่ยวเตร่ลดน้อยลง
ถึงแม้จะอายุย่าง ๖๐ แต่ก็ยังคงแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งที่เคยฝันหวานไว้มากมาย แต่สุดท้าย...ก็ตัดใจได้ ไม่อยากฝันอะไรอีกแล้ว
อย่างเช่นสถานที่ที่ต้องไปให้ได้ ภายในประเทศก็คงเหลือเพียง โครงการพระราชดำริห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ ต่างประเทศขอแค่หลวงพระบางก็พอ
นอกนั้น เลิกล้มหมด...ไม่รู้สึกว่าจะต้องคิดอยากให้มันยุ่งยากใจ เพราะชีวิตปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ มีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ล้วนทำให้เกิดความสุขได้ทั้งสิ้น
เมื่อก่อนเคยทุกข์ เพราะบ่อยครั้งที่เดือดเนื้อร้อนใจ ว่าเมื่อไหร่จะเกษียณเสียที จะได้สบายและมีความสุขกับเขาบ้าง ชีวิตครูนี้ทำไมมันช่างลำบากเหลือเกิน
ต่อมา..ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ถึงวันรับบำนาญแน่นอน ด้วยการเสแสร้งแกล้งสุข ทำงานด้วยความสุขทุกวันแบบไม่มีวันหยุด สมองสั่งการแบบคิดงานไปเรื่อย เพลิดเพลินจนเกินสุข วันนี้จึงเริ่มจะมีความสุขโดยที่ไม่ต้องเสแสร้ง
รู้สึกสนุกกับการแก้ปัญหาการไม่รู้หนังสือของนักเรียน เมื่อต้องการให้นักเรียนอ่านคล่อง ก็ต้องลงทุนลงแรงลงไปช่วยครูสอนซ่อมเสริม พอเห็นเด็กหลายคนมีพัฒนาการด้านการอ่าน “ความสุข” มันก็เกิดขึ้นทันทีทันใด
ทุกวันนี้ ว่างไม่ได้เลย ว่างเป็นต้องเข้าห้องสอน เหมือนว่าจะเก็บแต้มความสุขไปเรื่อยๆ เพื่อบันทึกไว้เป็นความทรงจำดีๆ ที่ได้ใช้ชีวิตแบบสุดคุ้ม
แบบทรีอินวัน ที่เชื่อมั่นว่าไม่ได้อวยตัวเอง แต่มันจำเป็น ที่ต้องเป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นทั้งผอ.รร. ครู และภารโรง ในสายตาบางคนอาจสงสารแกมสมเพช แต่ผมรู้สึกภูมิใจในตนเองและรู้สึกมีความสุขกับทุกสิ่งที่ทำในโรงเรียน
เมื่อเก็บเกี่ยวความสุขสะสมไว้ จึงกลายเป็นเรื่องเล่าเร้าพลัง แล้วสักวันจะไม่ต้องมานั่งเสียดาย ว่าทำไม...มีโอกาสแล้วถึงไม่ลงมือทำ
อย่างเช่น...ต้นเฟื่องฟ้า...ต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่ม จึงจะดูเรียบร้อยสวยงาม อาคารเรียนและสิ่งแวดล้อม ต้องพร้อมอยู่เสมอ แม้จะไม่มีใครมาตรวจเยี่ยมก็ตาม
แปลงผัก..ก็ต้องดูแลด้วยการรดน้ำหมักชีวภาพ ต้นกล้าไม้มะค่าโมงและเหลืองปรีดิยาธร ที่ขึ้นในนา ก็ต้องขุดขึ้นมาใส่ถุง เพื่อเก็บไว้แบ่งปันผู้คนที่สนใจ
ต้นชมจันทร์..ที่เป็นผักอุดมด้วยสารอาหาร กำลังทอดยอดเพื่อเลื้อยพันกิ่งไม้ รูปทรงไปได้สวย เห็นแล้วอิ่มเอมใจ ที่ปลูกได้สำเร็จไปอีกหนึ่งเมล็ดพันธุ์
งานเล็กๆน้อยๆที่โคกหนองนา ยังไม่เต็มที่เต็มเวลา เพราะยังไม่เกษียณ แต่ก็ช่วยส่งเสริมความสงบสุขให้แก่ชีวิตประจำวันไม่ใช่น้อย แค่เดินเล่นก็ชื่นเย็นในหัวใจแล้ว
ดังนั้น...จึงเป็นที่มาของความคิดที่ว่า อย่าได้คาดหวัง ที่จะหาความสุขไกลตัว อยู่กับปัจจุบัน ทำเรื่องใกล้ตัวง่ายๆที่ใจอยากทำ ทำแล้วมีความสุขจงทำทันที ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และความสุขก็มีอยู่รอบตัวเรา...สุดแต่ใจจะไขว่คว้า.....
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๖ มิถุนายน ๒๕๖๕











