รีวิว Doctor strange​ : In​ The​ Multiverse​ of​ Madness​ (2022) ไม่สปอยล์


รีวิว Doctor strange​ : In​ The​ Multiverse​ of​ Madness​ (2022) ไม่สปอยล์

​เป็นหนังภาคต้องของจักรวาลมาร์เวลที่อยู่ภาตใต้การดูแลของเคลวิน​ ไฟกี​ โดยหนังเรื่องนี้ได้ แซม ไรมี่ย์ ผู้กำกับระดับเซียนผู้ปลุกปั้น Spider-Man เวอร์ชั่นที่โทบี้ แม็กไกวร์ ให้กลายเป็นตำนาน​ และยังเป็นเจ้าพ่อหนังสยองขวัญอีกด้วย​ หนังยังคงได้​ เบเนดิค คัมเออร์แบท​ มารับบทหมอแปลก​ และได้​ อลิซเบซ  โอลเซน​ ในบทสกาเล็ตวิช  มาร่วมด้วย

#ดูคลิปรีวิวได้ที่นี่

ในส่วนของเรื่องย่อผมขอยึดเอาตามตัวอย่างนะครับ คือเกิดปรากฏการณ์ ที่ มัลติเวิร์สเกิดรอยแยก ทำให้มิติต่างๆเกิดการเชื่อมต่อกัน นำไปสู่การเกิดปัญหาที่ ด๊อกเตอร์สเตรนจ์จะต้องทำการแก้ไข ซึ่งอย่างแรกที่ผมจะบอกคือ ตัวอย่างหลอกคนดูนะครับ เนื้อหาภายในเรื่องเป็นอีกแบบหนึ่ง ทำให้การติดตามเนื้อหาและเรื่องราวของหนัง สนุกขึ้นไปอีกระดับทีเดียว

นอกจากนี้ยังแสดงถึงวุ่นวายที่หมอแปลกไปวุ่นวายกับเรื่องของมิติมากเกินไป จนหมอแปลกต้องพบเจอกับ ด๊อกเตอร์สเตรนจ์สตีเฟ่น สเตรนจ์ จากโลกคู่ขนานอื่น ๆ Defender Strange จอมเวทย์ผู้พิทักษ์ , Zombie Strange จอมเวทย์ผีดิบ , และ จอมเวทย์ผู้ร้ายกาจ Sinister Strange ซึ่งมีออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และความวุ่นวายอีรุงตุงนังนี้จึงทำให้หมอแปลกต้องไปขอความช่วยเหลือจากสกาเล็ตวิชให้มาชาวยเหลือ

อย่างแรกที่ จะต้องรู้ก่อนไปดูหนังเรื่องนี้นะครับ ในปัจจุบันหนังภายใต้สังกัด Marvel มีความเชื่อมโยงกันหมดทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ ดังนั้น คุณจะต้องดูหนัง Marvel  หลัง End Gameมาแล้วอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ Spiderman No Way Home ซีรีส์ What If และ VandaVision

และเมื่อคุณดูหนังเรื่องนี้จบ ก็ควรต้องย้อนกลับไปดูหนัง Marvel แทบทุกเรื่องเลยครับ เพราะจากนี้ไปทุกอย่างจะมีความเชื่อมโยงกันหมด​ทั้งอดีต​ ปัจจุบัน​ อนาคต จนเดาไม่ออกเลยว่าในอนาคตจักรวาลของ Marvel มันจะไปถึงไหนกันแน่

ขอพูดถึงจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก่อนนะครับ สำหรับผม Doctor strange​ : In​ The​ Multiverse​ of​ Madness ถือเป็นแนวทางที่แปลกใหม่อีกอย่างหนึ่งของ Marvel ด้วยชื่อผู้กำกับคือแซมไรมี่ ซึ่งเขาสร้างชื่อมาจากการสร้างหนังสยองขวัญ และมีลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองในหนัง ดังนั้นหนังจะถูกเล่าในรูปแบบหนังยองขวัญ​ มีฉากที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับอย่างชัดเจน​ โดยเฉพาะฉากที่เป็นฉากหวาดเสียว​ หรือสยองขวัญ ที่ทำให้นึกถึงหนังในอดีตของแซม​ไรมี​ ทั้ง​  Evil dead, Drag me​ to​ hell หรือ​ a simple plan

จุดต่อมาที่ผมยังคงชอบต่อเนื่องมาจากภาคแรกคือ​ การขายกราฟฟิกที่มีความครีเอทมากขึ้นกว่าเดิม ตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฉากต่อสู้โดยใช่เวท​มนต์​ เราจะได้ให้เวทแปลก ๆ เพิ่มมากขึ้น​ และ​ฉากของการทะลุมัลติเวิร์สที่ควรต้องดูซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียด​ ซึ่งมันเกิดขึ้นเร็วมาก รายละเอียดก็เยอะมาก มันอาจเชื่อมโยงไปถึงหนังและซีรีส์เรื่องอื่นที่เคยฉาย กำลังฉาย​ หรือฉายในอนาคต

ในจุดด้อยของหนัง สิ่งที่ผมรู้สึกอย่างหนึ่งหลังจากดู Avenger End Game จบ คือเรามีความรู้สึกว่าหนังซุปเปอร์ฮีโร่จากจักรวาล Marvel มันจะต้องมีความอลังการมากขึ้น หรือตอบสนอง ความรู้สึกของคนดูที่ต้องเพิ่มขึ้นและมากกว่าเดิม

แต่ผมขอสารภาพตรง ๆ หลังจากเห็นความพีค ใน End Game แล้ว และเห็นเซอร์ไพรส์ใน Spiderman No Way Homevแล้ว ผมกลับมีความรู้สึกว่า Doctor strange ยังคงไปไม่ถึงจุดพีคแบบนั้นหรือเซอร์ไพรส์แบบนั้น

ถามว่ามีความว้าว​ไหมหรือเซอร์ไพรส์ไหมในหนัง​ ก็ต้องบอกว่ามี  แต่ผมสารภาพว่าค่อนข้างเฉยมาก ๆ​ นี่ขนาดหลบสปอยแบบขั้นสุดแล้ว​ ซึ่งสาเหตุที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะ​ตัวอย่างหนังของค่ายที่ปล่อยออกมาเองนั้นแหละที่ทำให้ผมเฉย ๆ กับสิ่งที่เขาจะเซอร์ไพรซ์​

เรียกได้ว่าตัวอย่างหนัง คือการสปอยส์เนื้อหาสำคัญของเรื่องจนทำให้ความเซอร์ไพรส์นั้นมันหมดลงไปนั่นเอง

นอกจากนี้ตัวละครสำคัญที่ โผล่เข้ามาในเรื่องนั้น ก็มีความน่าสนใจ และถือว่าเป็นการเปิดเรื่องราวหนัง Marvel ใหม่ ๆ อีกมากมาย อย่าง อเมริกา ชาเวส ตัวละครที่เปิดประตูมิติ Star Portal ได้ และ กลุ่ม Illuminati (อิลลูมินาติ) ภาคีผู้รู้แจ้งด้วย ซึ่งบทบาทของตัวละครใหม่นี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องไปดูหนังเองนะครับ

แต่ยังไงก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่สุดของ Doctor strange ภาคนี้คือการขยายจักรวาลและ จะกลายเป็นหนังที่เป็นจุดเชื่อมโยงไปยังหนังของ Marvel ในอนาคตที่มีความสำคัญมาก สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันจะทำให้สเกลหรือขอบข่ายของหนังมาเวลในอนาคตมีขนาดใหญ่ขึ้น​ เรียกว่าหมอแปลกจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของหนังในอนาคตนั่นเอง

โดยสรุป Dr.Strange​ : In​ The​ Multiverse​ of​ Madness​ เป็นหนังที่มีจุดขายที่ความแปลกใหม่ที่เน้นไปที่ความสยองขวัญ​ ฉากกราฟฟิกที่สดใหม่​ในการต่อสู้​ และการใช้เวทมนต์​ ส่วนจุดพีคของหนัง  และเซอร์ไพรซ์ต่างๆ​ ยังเทียบกับหนังก่อนหน้าไม่ได้​ แต่เป็นหนังที่มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางและจุดเชื่อมจักรวาลในอนาคต​ เรื่องนี้ต้องดูครับ!!!

เรื่องนี้ผมให้​ 8/10 ครับ
@Sampan Yingyut

ปล.หนังมีแอนด์เครดิต​ 2 ตัว​ ตัวแรกเซอร์ไพซ์มาก​ เรียกว่ามากกว่าเซอร์ไพรซ์ในหนังซะอีก​ แทบกรี๊ดสลบคาโรงได้เลย​ ส่วนเครดิตที่​ 2​ นั้น​ เอิ่มมมมม... ลุกไปเยี่ยวเถอะครับ​ 555

#SuperReviewChannel
#DoctorStrange2​
#In​The​Multiverse​OfMadness#จอมเวทย์มหากาฬในมัลติเวิร์สมหาภัย

หมายเลขบันทึก: 702539เขียนเมื่อ 5 พฤษภาคม 2022 06:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 พฤษภาคม 2022 06:42 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี