ในการประชุมแบบ รีทรีต ของ สภามหาวิทยาลัยร่วมกับฝ่ายบริการของ มช. ที่ภูเก็ต เรื่อง Digital Transformation วันที่ ๒๓ - ๒๔ เมษายน ๒๕๖๕    ผมติดใจคำพูดเล่าวิธีการทำ digital transformation ของธนาคารแห่งประเทศไทย    ของท่านอดีตผู้ว่าการ ธปท. ดร. วิรไท สันติประภพ   

ท่านเล่าวิธีการที่สะท้อนการเปลี่ยน mindset ของหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับระบบของประเทศ    ซึ่งในที่นี้คือระบบการเงิน     

หลังจาก ธปท. ส่งสัญญาณไปยังธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายเรื่องนโยบายใช้ digital technology ในการ transform ระบบการเงินของประเทศแล้ว    ท่านก็ขอไปเยี่ยมแต่ละธนาคาร เพื่อขอความรู้ว่าแต่ละธนาคารดำเนินการอย่างไรในเรื่อง การ transform ธุรกิจโดยใช้พลังเทคโนโลยีดิจิทัล   

เกิดความโกลาหลขึ้นในธนาคารพาณิชย์    เพราะผู้ว่าฯ แบ๊งค์ชาติไม่เคยไปพบผู้บริหารธนาคาร   เคยแต่เรียกผู้บริหารธนาคารมาพบที่แบ๊งค์ชาติ    โดยที่สาระของการเรียกก็มักเป็นการซักไซ้ไล่เรียงว่าทำถูกกฎระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่   

แต่คราวนี้ผู้ว่าแบ๊งค์ชาติพาผู้บิหาร ธปท. ไปขอเรียนรู้จากแบ๊งค์พาณิชย์ว่าทำต่างจากที่เคยทำแบบเดิมๆ อย่างไร   หากพบวิธีการที่แยบยลก็ขอส่งเจ้าหน้าที่แบ๊งค์ชาติไปขอฝังตัวเรียนรู้สัก ๓ - ๔ วัน หรือ ๓ - ๔  เดือนได้ไหม    เพื่อนำหลักการและวิธีการไปปรับใช้ที่ ธปท. บ้าง

สะท้อนการเปลี่ยน mindset ของ regulator    จากทำตัวเป็นผู้อยู่เหนือกว่า หรือมีความสัมพันธ์แนวดิ่งกับ operator   มาเป็นความสัมพันธ์ในระนาบเดียวกัน     

และสำคัญยิ่งกว่านั้น    เปลี่ยนมาเป็นพวกเดียวกัน หรือเป็นภาคีกัน (partnership)   ในการแสวงหา new paradigm ของระบบการเงินของประเทศ     เป็นภาคีของการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติ   เป็นภาคีของการสร้างสรรค์ระบบการเงินใหม่ของประเทศ   

เอามาเล่าไว้ เผื่อจะมีผู้ใหญ่ในระบบ Higher Education Regulator หรือวงการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาอ่านเข้า จะได้เอาไปคิดต่อ   เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหม่ในระบบอุดมศึกษา และระบบการศึกษา ระหว่างองค์กร regulator  กับองค์กร operator 

เป้าหมายยิ่งใหญ่ คือการ transform ระบบอุดมศึกษา    และระบบการศึกษา ของประเทศไทย     โดยใช้พลังของ digital transformation 

วิจารณ์ พานิช

๒๕ เม.ย. ๖๕