๙๕๘. ๗ วิธี...ทำแล้วมีความสุข


๗ วิธี...ทำแล้วมีความสุข

จากการที่ได้เติบโตมา…จวบจนจะเข้าสู่วัยชรา ย่างเข้าวัย ๖๐ ในปีนี้…ทำให้ทราบว่า การปฏิบัติตามรายทางที่ผ่านมาของผู้เขียน มีคำว่า “ธรรมะ” ปนอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันในทุก ๆ เรื่อง…สิ่งที่ทราบได้ คือ ในตอนช่วงต้นของวัยเรียน นั่นคือ การร่ำเรียนเพื่อให้ได้รับความรู้ในการใช้ชีวิตมาเป็นพื้นฐานของการทำงาน เพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีพของตนให้ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน…เริ่มมีใจที่ต้องการจะเรียนรู้ทางธรรม ซึ่งเป็นทางของความเป็นจริง เพราะตนเองมีจิตที่ชอบความจริง แยกแยะสิ่งดี-ไม่ดี ออก โดยฝึกจิตที่มีความเป็นกลางอยู่เสมอ ๆ มีความคิดมีเหตุมีผล มองโลกสองด้านเสมอ ไม่เคยคิดเบียดเบียนผู้อื่น ฯลฯ อีกหลาย ๆ เรื่อง ยังนึกสงสัยตนเองอยู่ว่า ทำไมเป็นคนแบบนี้…แต่เมื่อพิจารณาดู อาจด้วยเหตุแห่งการกระทำที่ได้สั่งสมมา ไม่ว่าจะกี่ภพ กี่ชาติ สิ่งเหล่านี้ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของตนเองก็เป็นได้ นี่คือ ความเชื่อของตนเองเป็นแบบนั้น จึงหมั่นที่จะกระทำแต่ความดีต่อตนเองและผู้อื่นเสมอมา

สุดท้ายทำให้ทราบว่า มีสิ่งที่ได้กระทำอยู่เสมอ ๆ แล้วมีความสุขนั้น มีด้วยกันดังนี้

๑. ไม่ยุ่งกับชีวิตคนอื่น และพึ่งพาตนเองให้ได้ ให้เป็น

๒. ไม่ดูเรื่องร้าย ไม่ฟังเรื่องร้าย

๓. ไม่อิจฉาคนอื่น

๔. ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

๕. ปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต อยู่กับปัจจุบันขณะ

๖. นั่งสมาธิ เจริญสติ และภาวนาตนเองอยู่เสมอ เรียกว่า ทุกลมหายใจ

๗. ไม่ยึดมั่น ถือมั่นกับสิ่งใด เพราะการยึดมั่น ถือมั่น คือ ต้นเหตุแห่งทุกข์

สิ่งต่าง ๆ ข้างต้น ผู้เขียนนำมาปฏิบัติกับชีวิตตนเองตลอดเวลา จึงทำให้ทราบว่า ทำให้จิตเริ่มปิติอยู่เสมอกับการนำหลักธรรมต่าง ๆ มาปฏิบัติต่อตนเอง เพราะกายกับจิตนั้นมีความสัมพันธ์กัน ทำให้ทราบว่า…ตนเองไม่เสียแรงที่เกิดมาบนโลกใบนี้ในภพนี้ ถึงแม้จะไม่ลึกซึ้ง แต่ก็สามารถนำหลักธรรมะเข้ามาปฏิบัติทำให้จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน…มีหลักธรรมในจิตใจ…หากมีเรื่องทุกข์เข้ามากระทบจิตใจ ก็ไม่นำมาคิดให้จิตเศร้าหมอง กลับมองสิ่งทุกข์นั้นมีสุขอยู่ในเรื่องของทุกข์…ขอบคุณความรู้ต่าง ๆ บนโลกใบนี้ ที่ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ในความรู้ทางโลก + ความรู้ทางธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวันได้อย่างมีสุข…บางคนบอกว่า “ทำยาก” ก็ไม่เห็นยาก หากตั้งใจทำให้จริงจัง…เพราะใจเรารู้ว่าสิ่งใดดี-ไม่ดี แยกออก เพียงแต่ตัวเองไม่เปิดใจทำมากกว่า…ไม่ใส่ใจ สนใจทำอย่างจริงจังมากกว่า

***************************

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๒๒ เมษายน ๒๕๖๕

หมายเลขบันทึก: 702379เขียนเมื่อ 22 เมษายน 2022 09:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 เมษายน 2022 14:49 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (2)

ค่ะพี่แก้ว แต่หากฝึกให้อยู่กับปัจจุบันบ่อย ๆ ด้วยวิธีการรู้สึกตนเอง ไม่คิดเรื่องอื่นที่ผ่านมา กับเรื่องที่ยังไม่อาจเป็นจริง การนึกถึงหลักของความจริงมีส่วนช่วยได้มากค่ะ ต้องคอยดึงสติกลับมาอยู่กับตัวเองบ่อย ๆ ค่ะพี่

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี