๕๐ ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รำลึกความทรงจำ ในยุคแห่งการก่อร่างสร้างตัว เพิ่มเติม
วิจารณ์ พานิช
................
รศ. นพ. วิวัฒนา ถนอมเกียรติ ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือ ๕๐ ปี ส่งจดหมายมาขอใช้บทความที่ผมเขียนให้หนังสือที่ระลึกวาระครบ ๔๐ ปี สำหรับลงซ้ำในหนังสือที่ระลึก ๕๐ ปี อีกครั้งหนึ่ง โดยแจ้งว่าจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมก่อนก็ได้
เมื่ออ่านข้อเขียนที่เขียนอย่างฉุกละหุกเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ผมก็เห็นว่าควรเพิ่มเติมอีกสองสามประเด็น เพื่อให้ครบถ้วนหลักการที่คิดกันไว้ใน ยุคแห่งการก่อร่างสร้างตัว โดยขอย้ำว่า หลักการทั้งที่เขียนไปแล้วในหนังสือที่ระลึก ๔๐ ปี ที่ผมยินดีให้คัดลอกมาลงโดยไม่แก้ไข และที่จะเขียนเพิ่มเติมในที่นี้ ไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียว แต่เกิดจากการปรึกษาหารือกันอย่างกว้างขวาง ทั้งภายในคณะแพทยศาสตร์ และภายนอกคณะ รวมทั้งเรียนรู้จากวงการภายนอก แนวทางที่เราทำไม่ใช่ความรู้ใหม่ แต่การนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงของการบริหารคณะแพทยศาสตร์ในประเทศไทยเป็นนวัตกรรมด้านการบริหาร
ในหนังสือที่ระลึก ๔๐ ปี ผมได้เล่าว่า ในช่วงที่ผมทำหน้าที่คณบดี ได้มุ่งวางรากฐานเชิงระบบ เน้นที่ระบบการจัดการ (ซึ่งมี ๖ ประเด็นย่อยคือ คุณภาพ ประสิทธิภาพ การพัฒนาบุคลากร ระบบข้อมูล ความโปร่งใส และวัฒนธรรมองค์กร) และระบบการศึกษา บัดนี้ขอเพิ่มการวางรากฐานอีก ๓ ประเด็น คือระบบเกื้อกูลผู้ป่วยยากไร้ ระบบความซื่อสัตย์สุจริต และระบบการเรียนรู้ขององค์กร
รูปธรรมของระบบเกื้อกูลผู้ป่วยยากไร้ คือมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กับอาคารเย็นศิระ ความภูมิใจเกี่ยวกับมูลนิธิฯ ตอนเริ่มก่อตั้ง ในสายตาของผม มี ๓ ประการคือ (๑) เป็นกลไกให้คหบดีในหาดใหญ่ ได้เข้ามาร่วมคิดวางรากฐานของโรงพยาบาล ที่ในสมัยนี้เรียกว่าสร้าง community engagement (๒) เรามีมติตั้งแต่ต้นว่า จะไม่ใช้เงินของมูลนิธิเพื่อสวัสดิการของคนในคณะแพทยศาสตร์เลย จะใช้เกื้อกูลผู้ป่วยและสังคมภายนอกเท่านั้น ผู้เสนอหลักการนี้คือ ศ. นพ. ธาดา ยิบอินซอย และ (๓) เราจัดระบบเอาเงิน commission ในการซื้อยาเข้ามูลนิธิ ถือเป็นเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ ที่มูลนิธิมีใบเสร็จรับเงินให้ เป็นการนำเอาเงินลับๆ ออกสู่ที่แจ้ง เป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่คณะแพทยศาสตร์ และแก่สังคมไทย
ระบบความซื่อสัตย์สุจริตเน้นที่การกระทำหรือพฤติกรรม โดยผมประกาศนโยบาย zero tolerance ต่อการทุจริต ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม การจัดการเงิน commission ยา เป็นรูปธรรมของการไม่ยอมรับผลประโยชน์เข้าตัวทางอ้อม เมื่อประกาศนโยบายไม่รอมชอมกับความไม่ซื่อสัตย์ คงจะมีคนคิดว่าเป็นการพูดไปอย่างนั้นเอง แต่ก็มีคนรักคณะแพทยศาสตร์และมาแจ้งพฤติกรรมทุจริตโจ่งแจ้งในบางหน่วยงาน เมื่อผมเรียกมาทำความเข้าใจและให้เวลาปรับตัวสองเดือน หลังจากนั้นจึงตั้งคณะกรรมการสืบสวน ตามด้วยคณะกรรมการสอบสวน และถูกไล่ออกจากราชการไป ๒ คน การวางรากฐานระบบความซื่อสัตย์สุจริต ก็เริ่มชัดเจน
การวางรากฐานประเด็นที่ ๓ คือ ระบบการเรียนรู้ขององค์กร (organization learning) นำสู่การเรียนรู้และปรับตัวต่อเนื่องขององค์กร โดยมีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการเรียนรู้จากการพัฒนางานเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก
เวลาเกือบ ๒๐ ปีที่ผมทำงานรับใช้คณะแพทยศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เอื้อการเรียนรู้และเติบโตทางปัญญาแก่ผมเป็นเอนกอนันต์ เป็นพระคุณหาที่สุดมิได้
วิจารณ์ พานิช
๕ มีนาคม ๒๕๖๕