ติดต่อ

  ติดต่อ

ทบทวนงานวันสิ้นปี...เริ่มสิ่งดีๆ ในปีหน้า

  ในปีที่ผ่านมาดิฉั๊น..จับงานสองส่วนที่ดิฉั๊นสัมผัสมาเป็นเรื่องเดียวกันได้...ดิฉั๊นก็บอกใจตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งเดียวคือ...งานสร้างคุณค่าคนในองค์กร...พัฒนาคนในองค์กรโดยพัฒนาออกมาจากข้างใน.....  

วันนี้เป็นวันทำงานส่งท้ายปีเก่าที่สำนักงานดิฉั๊นมีคนบางตา...หลายสำนักงานมีการทำบุญ..กินเลี้ยงปีใหม่...จับของขวัญส่งท้ายปีเก่ากัน...วันนี้งานที่ต้องประสานงานจึงบางตาไปบ้างกลายเป็นวันสบายๆ ที่นั่งสะสางงานที่ไม่อยากให้ค้างข้ามปี.....จึงนั่งทบทวน"ความประทับใจในการทำงาน KMในรอบปี"เอาอย่างบันทึก ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด
วิเคราะห์ตัวเองว่า...ดิฉันมีความมันในอารมณ์ในการทำงานเพิ่มขึ้น..ที่สามารถผสมผสานงานพัฒนาบุคลากรเดิมที่ทำเป็นหลักอยู่เข้ากับงานใหม่ได้อย่างกลมกลืน...ย้อนไป 2 ปีก่อนหน้า ดิฉั๊นทำงานพัฒนาบุคลากร...ในแต่ละวันทำหน้าที่ประสานงาน สร้างหลักสูตร..นัดหมายหลายคนมาเจอกันเพื่อTrain นับความสำเร็จเป็นโครงการๆไปหน้างานของดิฉั๊นจึงมีเพียงการประสานงาน นัดหมาย ดูแลให้วิทยากรมาเจอกันกับบุคลากรรับการ Train  มีบางครั้งที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ยากกว่านั้นขึ้นมาอีกหน่อยคือการประเมินติดตามผลและความยากขึ้นมาอีกคือการเจรจาทาบทาม ต่อรอง ให้วิทยากรจากส่วนกลาง(ที่เป็นระดับประเทศ)ยอมมาเป็นวิทยากรให้ในมหาวิทยาลัยภูมิภาคแบบเราในขณะที่เสียเวลาในการเดินทางและมีความเสี่ยงในการเดินทางมากกว่าการบรรยายในกรุงเทพ 
     เมื่อมาผสานงานการจัดการความรู้เข้าด้วยกันกับงานพัฒนาบุคลากรเดิม...ในระยะแรกดิฉั๊นไม่ได้คิดว่ามันจะไปด้วยกันได้...คิดเสมอว่าเป็นงานใหม่ที่ต้องมารับทำแบบหนีไปทางไหนไม่ได้ งานส่งเสริมสนับสนุนให้ในมหาวิทยาลัยใช้กระบวนการให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเยอะๆ.....พูดคุย....เพื่อให้มีการยอมรับความสามรถ...ชื่นชม...การยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น....เก็บความสำเร็จเล็กๆ...ชื่นชมมองเห็นคุณค่าของกันในทุกๆพื้นที่ของมหาวิทยาลัย......ทำไปทำมาอยู่พักใหญ่ดิฉั๊นกลับคิดว่ามันคืองานพัฒนาบุคลากรเดิมที่ดิฉั๊นรับผิดชอบอยู่...(พันธกิจหลักของงานคือจัดพัฒนาให้บุคลากรของเรามีความรู้ความสามารถในการทำงานตลอดอายุการทำงาน)...ซึ่งเดิมคือเชิญผู้อื่น(คนนอก)มาสอนพวกเรานั่งฟัง..บางครั้งก็เป็นการฟังคนนอกที่ไม่รู้จักบริบทของเราซะด้วยซ้ำ 
                หลังจากมาจับงานการจัดการความรู้ Concept คือการมองเห็นคุณค่าของทุกคนในองค์กร...เน้นพัฒนาคนมาจากภายใน.ยกย่องยินดีกับผู้อื่น...สนับสนุนให้คนโผล่พ้นกำแพงของการกดทับศักยภาพของตนยอมรับเปิดใจเรียนรู้ประสบการณ์จากคนรอบตัว...แลกเปลี่ยนกัน...ช่วยเหลือกัน...นำความรู้จากประสบการณ์ผู้อื่นมาใช้มาต่อยอด...นั่นคือการพยายามดึงคุณค่าและใช้ศักยภาพของทุกคนที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่....เท่ากับเรียกได้ว่าวิ่งกลับมาที่รากเง้าของการพัฒนาบุคลากรเลยทีเดียว...พัฒนาออกมาจากใจ..แต่ละคน...ทุกคน...หลายคน...กลายเป็นพัฒนารวมหมู่..เป็นเช่นนั้นแล้วงาน training เดิมของดิฉั๊นก็ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เพียงทำให้วัฒนธรรม km ที่มีส่วนผสมของ การเรียนรู้.....การยอมรับคุณค่าของกัน....การมีใจแบ่งปันความรู้..คนของ ม.อ. เกิดมาจากภายในตนเองยิ่งเกิดจากใจได้มากเท่าไร เนียนเข้าในตัวเองมากเท่าไรงาTrainingเดิม ก็ไม่ต้องทำอะไรมากมาย...เพราะเธอพร้อมที่จะเรียนรู้...พร้อมจะสอนกันเองอยู่แล้ว...อีกทั้งงานจ้างคนมาพัฒนาจิต...สร้างจิตสำนึกบริการ...พัฒนาการทำงานเป็นทีม...ยิ่งไม่ต้องทำเลยเพราะจิตสำนึกพัฒนางาน...เกิดขึ้นทุกขณะจิต...
           ดิฉันพยายามจะสรุปว่าในปีที่ผ่านมาดิฉั๊น..จับงานสองส่วนที่ดิฉั๊นสัมผัสมาเป็นเรื่องเดียวกันได้...ดิฉั๊นก็บอกใจตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งเดียวคือ...งานสร้างคุณค่าคนในองค์กร...พัฒนาคนในองค์กรโดยพัฒนาออกมาจากข้างใน.....เท่านี้ดิฉั๊นก็หลุดจากคำว่าเค้าให้ดิฉั๊นรับงานเพิ่ม...งานหลายหน้า...เพราะดิฉั๊นกำลังทำสิ่งเดียวกัน...คือ...งานสร้างคุณค่าคนในองค์กร...พัฒนาคนในองค์กรโดยพัฒนาออกมาจากข้างใน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70107, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก

ความเห็น (12)

  • สวัสดีปีใหม่ครับพี่เมตตา
  • การพัฒนาข้างใน จากหัวใจของคนทำงานนี้สำคัญมากครับ ชื่นชมการทำงานของพี่จริง ๆ ครับ
  • พักผ่อน ดูแลสุขภาพบ้างน๊ะค๊ะ
  • สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ
  • Cheers!!!
sompornp
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

คุณเมตตาคะ

  • ส่งกำลังใจมาให้เสมอ
  • ขอให้ภาระงานในปีต่อไป เป็นงานที่สร้างความสุข ตลอดปี และตลอดไปค่ะ

Concept คือการมองเห็นคุณค่าของทุกคนในองค์กร...เน้นพัฒนาคนมาจากภายใน.ยกย่องยินดีกับผู้อื่น...สนับสนุนให้คนโผล่พ้นกำแพงของการกดทับศักยภาพของตนยอมรับเปิดใจเรียนรู้ประสบการณ์จากคนรอบตัว...แลกเปลี่ยนกัน...ช่วยเหลือกัน...นำความรู้จากประสบการณ์ผู้อื่นมาใช้มาต่อยอด...

  •  ขอบพระคุณค่ะคุณเมตตา  สรุปรวบยอดมาจนชัดเลยอ่ะค่ะ ^__* หนิงต้องขออนุญาตนำไปใช้ด้วยนะคะ
  • สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ยินดีด้วยอย่างยิ่ง สำหรับ "การหลุด" กับการ training   จะเฝ้าชื่นชมผลอันเกิดจากการหลุดกรอบอันนี้ค่ะ

สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ และ กำลังใจที่ล้นเหลือต่อชาวพยา-ธิ

nidnoi
เขียนเมื่อ 

ถ้าจะให้ทบทวน   ก็จะบอกได้ว่า

สิ่งดีๆ สิ่งหนึ่งของปีที่กำลังจะผ่านไป  คือ  ได้รู้จักคุณเมตตา

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เป็นบันทึกที่มีคำคมๆมากมายเลยค่ะ จะขอเก็บไว้ยืมใช้บ้างนะคะ

ถือเป็นการทบทวนที่เยี่ยมยอดค่ะ เรียกได้ว่าคุณเมตตาคงเป็นผู้หนึ่งที่จะเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีความชัดเจนในตนเอง ขอแสดงความยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ สาวน้อยมากพลังแห่งม.อ.

ได้อ่านข้อคิดดี ๆ จากคุณเมตตา ในวันเริ่มต้นปีใหม่นี้ ถือเป็นสิ่งดี ๆ ที่ได้รับ สามารถนำไปต่อยอดในงานที่จะต้องรับผิดชอบใหม่ในศักราชหน้า ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ ฉบับนี้ค่ะ
  • ในฐานะที่เพิ่งเข้ามาในเวที ลปรร. ไม่ถึงเดือนและยังไม่สามารถหวนทบทวนกระบวนการของตนเองได้ เพราะระยะทางและเวลาในเวทียังน้อยไป
  • แต่เมื่อนั่งอ่านที่อาจารย์เขียนแล้วเกิดมิติทางความคิดขึ้นมาหลายประการ ซึ่งถือได้ว่า เป็นประโยชน์สำหรับตนเองและองค์กรมาก
  • เวทีแห่ง KM นี่แหละครับ คือ กลไกสำคัญที่จะทลาย "กำแพงที่กดทับศักยภาพ"  ของแต่ละบุคคลโดยตัวเขาเพื่อตัวเขาเอง รวมถึงองค์กรด้วยเช่นกัน
  • อีกทั้งยังเป็นกระบวนการสังเคราะห์ตัวตนของเราเอง เป็นการ "ย่อยอาหารอันเป็นพลังทางความคิด" ของเราอีกรอบ หลังจากที่ปล่อยให้อาหารทางปัญญากองเป็นตะกอนอยู่ในสมองของเรามานาน และยังนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์ทางปัญญาที่ดีในการเพาะปลุกในตัวเราเองอีกครั้ง รวมถึงแบ่งปันเมล็ดพันธุ์นั้นไปยังคนอื่นได้เช่นกัน

 

beyondKM
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 
KM อย่างที่คุณเมตตาทำ ....เป็น KM แบบ "Inside-Out" ....ซึ่งจะทำให้สามารถ "เข้าได้" กับทุกๆ เรื่องครับ ....เป็นการทำ KM แบบไม่ได้ใช้ "ความรู้" เป็นตัวตั้ง แต่เป็นการเอา "การปฏิบัติ (เอางาน)" เป็นตัวตั้ง ....ผมว่านี่แหละครับ คือ "หนทางแห่งปัญญา" ที่แท้จริง ...ทำไปๆ และก็ดูจิตดูใจของเราควบคู่ไปด้วย ...ใครจะพูดว่าเป็น KM หรือไม่ใช่ KM ...ก็ช่างเขาเถอะครับ!!  ....แล้วพบกันที่ ม.อ. สัปดาห์หน้าครับ
สวัสดีปีใหม่ทุกท่านค่ะ...ขอบคุณที่แวะเวียนมาเพิ่มเติมกันนะคะ...