วันนี้ถือเป็นวันราชการวันสุดท้ายของปี เป็นการส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ จากปีจอสู่ปีกุน นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของพวกเราทุกคน 
              ในปี 2549 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นมากมายในโรงพยาบาลบ้านตากของเรา เกิดนวัตกรรมในการดูแลและให้บริการประชาชน ได้รับคำยกย่องชื่นชมจากหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอกจังหวัด มีคณะศึกษาดูงานแวะมาเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกือบทุกสัปดาห์ มีนวัตกรรมที่เข้ารอบการประกวดผลงานประจำปีของกระทรวงสาธารณสุขหลายชิ้น มีกิจกรรมดีๆเช่นกิจกรรมดูแลผูสูงอายุ กิจกรรมดูแลเด็ก กิจกรรมเยี่ยมบ้าน กิจกรรมดูแลผู้พิการ กิจกรรมในกลุ่มเด็กนักเรียน เป็นต้น มีรางวัลหลายอย่างที่ให้แก่เจ้าหน้าที่และทีมงาน รวมทั้งแก่โรงพยาบาล มีทีมงานหลายท่านได้ออกไปให้ความรู้ร่วมแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานอื่นๆ นับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของพวกเราชาวโรงพยาบาลบ้านตาก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความร่วมแรงร่วมใจกันของพวกเราทุกคน สิ่งที่อาจทำให้รู้สึกไม่ดี คงมีบ้าง แต่มั่นใจว่าไม่ถึงกับกระทบพวกเราจนทำให้กิจกรรมดีๆที่เราทำนั้นด้อยค่าลงไปได้ การกระทบกระทั่งกันทางความคิด การมีความเห็นแตกต่างกัน อาจทำให้รู้สึกขัดหรืออึดอัดในบางครั้ง แต่ถ้ามองให้ดีความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นความสวยงามที่จะนำไปสุ่การพัฒนาที่ดียิ่งๆขึ้นไป "แตกต่างแต่ไม่แตกแยก และจะแตกหน่อไปสู่กิจกรรมที่มีคุณค่าแด่มวลหมู่ชนมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง"
กิจกรรมการจัดการความรู้เป็นกิจกรรมเด่นอย่างหนึ่งของเรา ที่เราทำจนเนียนไปกับงานประจำจนเกือบจะแยกไม่ออก ส่งผลให้เกิดการพัฒนางาน พัฒนาคนและวิธีทำงานหรือนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง จนเราเองต้องเอาออกมาทำแบบเป็นทางการบ้างเพื่อให้เห็นชัดขึ้นว่าที่เราทำกันนั้นเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดุแลตนเองให้มีสุขภาพแบบพอเพียง พฤติกรรมบริการที่ดี ชีวิตพอเพียง หรือกิจกรรม ฒ เฒ่าเล่าเรื่อง หรือผู้ปกครองเด็กพิการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหรืออื่นๆอีกมากมายที่พวกเราทำกันไป รวมทั้งกิจกรรมความสุขของคนทำงานในชื่อของQWL แต่เดิมผมคิดแต่เพียงว่าการจัดการความรุ้ก็เป็นเครื่องมือพัฒนาองค์การตัวหนึ่งเท่านั้น แต่พอทำไปๆกลับพบว่ามันมีพลานุภาพอย่างมหาศาล ถ้าเราทำได้มากและถูกต้อง
              เราบอกว่าเราจะต้องทำให้มีสุขภาพแบบองค์รวม คือต้องมีสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและเชาว์ปัญญา(จิตวิญญาณ) หลายคนอาจมองไม่ออกว่า สุขภาวะทางจิตวิญญาณ จะเป็นอย่างไร ผมได้ยกตัวอย่างง่ายๆว่า ถ้าเราเป็นชาวพุทธ เรามีความสุขอย่างมากเมื่อได้ไปทำบุญตักบาตร จิตใจจะสดชื่นเย็นสบาย ถ้าเรามีสุขภาวะทางจิตวิญญาณ เมื่อเราเป็นแพทย์ พยาบาล หากเราขึ้นมาทำงานได้ดูแลคนไข้แล้ว เราก็ควรจะเกิดความสุขแบบที่เราไปวัดนั้นได้ 
               อาจารย์หมอประเวศ ได้เขียนเรื่องระบบสุขภาพชุมชนที่พึงประสงค์ว่าต้องใช้หัวใจหรือตัวตั้งสำคัญคือการเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เมื่อใครก็ตามได้รับการเคารพคุณค่าความเป็นคนของเขา เขาจะรุ้สึกดี ปิติ ภูมิใจ สุขใจ ในความเป็นตัวตนของตนเอง ซึ่งผมคิดว่านี่คือสุขภาวะทางจิตวิญญาณเช่นกัน การที่จะเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้ก็ด้วยการเคารพความรุ้ในตัวคน(ความรู้ฝังลึก) โดยการฟังเขา ให้เขาเล่า บอก พูด สิ่งที่เขารุ้ในตัวออกมาให้เราได้รับรุ้ การที่เราฟังใครแสดงว่าเราเคารพคนนั้น ดังนั้นการที่ฟังเขาก็เป็นการรับฟังความรู้ในตัวเขานั่นเอง ดังนั้นการจัดการความรุ้ก็เป็นรูปธรรมสำคัญของการเคารพความรู้ในตัวคน เป็นการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์นั่นเอง ส่งผลให้เกิดการฝึกฟัง ฝึกให้ ใฝ่รู้และหมุ่สัมพันธ์ เกิดความสนใจและยึดมั่นในคุณค่าของคน มีความสุขทางจิตวิญญาณ และความรุ้ที่สกัดออกมานั้นก็เป็นความรุ้ที่ผ่านการปฏิบัติจริง เป็นความรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชน เหมาะแก่การนำมาปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน เหมาะกับบริบทเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์การสาธารณสุขอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดระบบสุขภาพแบบพอเพียงได้ อีกทั้งการเคารพความเป็นมนุษย์ก็จะช่วยก่อให้เกิดระบบบริการที่มีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ได้ด้วย นอกจากนี้เมื่อคนเคารพกัน ยอมรับกัน ฟังกัน เรียนรู้จากกันและกัน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน ในหมู่คณะ ส่งผลให้บรรยากาศในชุมชนหรือสังคมดี อบอวลไปด้วยความรัก ความเมตตาและห่วงหาอาทรกันทำให้สังคมเข้มแข็ง เกิดถูมิคุ้มกันทางสังคม เกิดสุขภาวะทางสังคมได้อีกทางหนึ่ง จึงเรียกได้ว่าการจัดการความรู้นำไปสุ่สุขภาพที่พอเพียง ตามพระราชดำรัสของในหลวงได้
                ในปี 2550 ที่จะมาถึงนี้ หวังว่าจะเห็นพวกเราได้พยายามที่จะเรียนรุ้จากกันและกันและเรียนรู้จากชุมชน เพื่อจะได้ความรู้ที่เหมาะกับชุมชนมาช่วยกันพัฒนาระบบสุขภาพของชุมชน มีความรัก ความสามัคคี เอื้ออาทรซึ่งกันและกันมากขึ้นไปอีก จะได้ช่วยกันสรางระบบบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ฝึกใจเราให้มีจิตอาสาที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่น ให้อภัยกัน คิดเชิงบวกเสียสละเพื่อจะนำไปสู่สุขภาวะของคนทั้งมวลได้
                ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือพร้อมทั้งพลังสติปัญญาอันดีงามโปรดช่วยดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญและเกิดสภาพ 3 อยู่ได้คืออยู่ดีกินดี อยู่เย็นเป็นสุข อยู่รอดปลอดภัย ครับ
เชื่อมั่นและศรัทธา
นพ.พิเชฐ บัญญัติ
นายแพทย์ 8 ด้านเวชกรรมป้องกัน รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก