ขณะที่ผมเขียนบันทึกนี้เป็นเวลา ๒๑.๒๕ น. เสียงเพลงเร่งเร้าปลุกอารมณ์ของข้าราชการ ลูกจ้างทั้งที่เป็นอาจารย์
เจ้าหน้าที่ แม่บ้าน คนงาน เด็กน้อย ฯลฯ ยังคงดำเนินไป ผู้สมัครใจเข้าร่วมกินเลี้ยงวันนี้กลับบ้านไปแล้วกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์
หลังจากที่หลายคนดีใจที่ได้รับของขวัญจากการจับสลาก บางคนรู้สึกเฉยๆ บางคนเสียดายและให้นึกสงสัยว่า ของขวัญ
มีเป็นร้อย ทำไมเราถึงไม่ได้ ผมปลีกตัวออกมาจากงาน หลังจากที่ยืนดูบรรดาแม่บ้าน คนงาน อาจารย์ เจ้าหน้าที่ เด็กน้อยเต้น
กันอย่างสนุกสนานด้านหน้าเวที พักใหญ่ บนเวทีจะมีนักร้องและนักเต้น บางคราวจะเห็นแม่บ้านขึ้นไปแซม ที่น่าสนใจคือ
การแต่งกายของนักร้อง ผมเห็นอยู่ ๒ ฉาก หลายคนสงสัยว่าเป็นของจริงหรือเปล่า จึงเดินเข้าไปดูและมาพูดกันว่าเป็นของจริง
ผมยืนดูอยู่นานก็ให้นึกถึงนักศึกษาของผม (ไม่ใช่ของผมสิ ไม่มีอะไรเป็นของใคร) เพื่อนของผมซึ่งกรึ่มๆ หน่อยๆ มาพูดให้ฟังว่า
นี่คือวิถีชีวิตของคน นี้คือเวลาสนุกสนานของเขา หลังจากจบแล้วก็จบกันไป ผมมานั่งนึกในใจว่า ทำไมคนอย่างผมถึงไม่กล้าที่จะ
ออกไปเต้นสนุกสนานกับเขาบ้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นใจวันนี้คือ คนในสถานศึกษาแห่งนี้ที่มีหน้าที่ต่างกันมาร่วมกินอาหารด้วยกัน
(แม้จะคนละโต๊ะ) บรรยากาศอย่างนี้เองที่ผมใฝ่ฝัน "คนเหมือนกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของกันและกันให้สมบูรณ์" ต้องการปัจจัยสี่เหมือนกัน
สามารถที่จะเอื้อเฟื้อได้ จงเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือได้จงช่วยเหลือ แต่ไม่ได้หมายความว่า รอคอยแต่จะให้ผู้อื่นคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา คนที่
รอคอยให้ผู้อื่นช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เป็นคนอ่อนแอ ไม่ควรที่จะได้รับความช่วยเหลือ ถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด เหลือแต่ตัวล่อนจ้อน แยกทุกส่วนออก
ก็คงมีเพียงธาตุพื้นฐานของชีวิตคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ........................

--------------------------

ยังเขียนไม่ทันเสร็จ เพื่อนขึ้นมาเรียก ว่าลงไปคุยกันหน่อยสิ ที่โต๊ะเดิม ผมบอกว่า สักครู่ เขียนบันทึกเสร็จจะลงไป และผมก็กลับมาถึงห้องอีกครั้งหนึ่งเมื่อสี่ทุ่มกว่า