• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

ตามหาร่องรอยฝันของ กศน. และหน่วยงานราชการเพื่อชุมชน

  งานที่ควรจะทำกับท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้น ก็มีหน่วยงานที่เข้ามาเสริมแทรก อีกหลายหน่วยงาน เช่น วิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยชุมชน ซึ่งมีภาระงานที่น่าจะเข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนในลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายกับ กศน.  

ผมได้ทราบข่าวอย่างไม่ค่อยเป็นทางการนัก จากเจ้าหน้าที่ของ กศน. และท่านผู้รู้อีกหลาย ๆ ท่านว่า วิบากกรรมของ กศน.ที่ทำมาในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมา กำลังจะเกิดผลในทางปฏิบัติแล้วว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบขนานใหญ่  

กล่าวคือ ทางผู้บริหารระดับสูงมีความเห็นว่า กศน.ควรจะถูกนำไปรวมไปกับ สพฐ. ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าเป็นเรื่องไม่น่าจะถูกต้องเท่าไหร่ แต่ทาง กศน. ก็ไม่สามารถที่จะคัดค้านได้โดยง่าย   

ทั้งนี้ เนื่องจากวิบากกรรมของ กศน.ที่สร้างไว้ในเรื่องของการทำงานที่ใกล้เคียงกับงานของการศึกษาพื้นฐานอื่นๆ โดยเฉพาะการสร้างระบบเรียนลัด เพื่อเป็นสะพานเชื่อมต่อ ระหว่างคนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา เข้าหาระบบการศึกษาปกติ ซึ่งเป็นระบบที่ถือว่า กศน.ทำได้ดีมากทีเดียว   

แต่เรื่องนี้ ไม่ควรจะเป็นเพียงภารกิจหลักเดียว ของ กศน. เพราะการศึกษานอกโรงเรียนนั้น มีเนื้อหาสาระอยู่ที่การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน ที่ กศน. ควรทำมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ทำไม่เข้าตากรรมการ เนื่องด้วยสาเหตุใดก็ตาม  

นี่คือ วิบากกรรมที่สำคัญที่สุดของ กศน.  

และในทางกลับกัน งานที่ควรจะทำกับท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้น ก็มีหน่วยงานที่เข้ามาเสริมแทรก อีกหลายหน่วยงาน เช่น วิทยาลัยการอาชีพ  และวิทยาลัยชุมชน ซึ่งมีภาระงานที่น่าจะเข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนในลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายกับ กศน  

แต่ก็เป็นวิบากกรรมของระบบราชการอีกนั่นแหล่ะ  

ตั้งชื่อไว้อย่างหนึ่ง พร้อมวัตถุประสงค์ ที่สวยหรู แต่การปฏิบัติก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง  

อันนี้เท่าที่ทราบนะครับ  

ทั้งสองวิทยาลัยนี้ แทบไม่ได้ทำงานกับชุมชนอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่จะเป็นการฝึกอบรม

หรือสอนในรูปแบบของ "โรงเรียน" คล้ายกับ ระบบวิทยาลัยอาชีวะ แต่กระจายตัวอยู่มากขึ้นเท่านั้นเอง   

ไม่ค่อยมีกิจกรรมกับชุมชนอย่างที่ตั้งเป้าไว้แต่เดิม 

และ กศน. ก็เป็นหน่วยงานที่มี ทุนทางสังคมสูงที่สุด อีกด้วย จากที่ กศน. มีศิษย์เก่า ทุกระดับ ทุกสาขา กระจายอยู่ทั่วไป ที่หน่วยงานอื่นๆ ไม่มี

ตรงนี้ กศน. กลับไม่ถือโอกาสแทรกตัวเข้าไปรับภาระ ตามภารกิจที่ควรจะเป็น

และแทบไม่มีกิจกรรมที่จะเข้าไปทำงานนี้ เพียงแต่ไปตั้งศูนย์ที่มีแต่ชื่อไว้ในสถานที่ต่างๆ ที่ทำให้เสียชือ แทนที่จะได้รับการชมเชย

 ปัจจุบัน ทุกฝ่ายแข่งกันสร้าง โรงเรียน เพื่อสอน แบบในชั้นเรียน มากกว่าที่จะพัฒนาความรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เป็นความต้องการ (want) และจำเป็น (need)มากในการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง มากกว่า  

นี่คือ ร่องรอยฝันของ กศน. ที่น่าเสียดายมากที่สุด ของที่สุด   

และก็ไม่ใช่รอยฝันของ กศน. เพียงอย่างเดียว ยังมีวิทยาลัยอาชีพ และวิทยาลัยชุมชน ผู้ร่วมรับผิดชอบชะตากรรมนี้ด้วย 

แต่ผมก็ไม่ทราบว่า ทั้งสองสถาบันนี้ในอนาคตจะเผชิญชะตากรรมถูกปรับเปลี่ยนอย่างเดียวกันกับ กศน.หรือไม่ หรือว่ามีผู้อุ้มชู จนรอดตัวไปแล้ว ไม่ต้องทำอะไรก็อยู่ได้ ก็ไม่ทราบนะครับ 

ตลอดมา ผมกำลังนั่งมองอยู่ห่างๆว่า

ทำไม..สิ่งที่ประชาชนต้องการ (need) ต้องมี และต้องใช้  แต่ฝ่ายราชการ กลับไม่ตอบสนอง  

หน่วยงานคล้าย ๆ กัน ตั้งขึ้นมาแล้ว ตั้งขึ้นมาอีก

ก็ยังไม่เกิดผล

 

ยุบแล้วยุบอีก ปรับแล้วปรับอีก จะเกิดผลหรือเปล่า

ผมก็ไม่แน่ใจ

 

จึงเป็นที่มาของคำถามนี้

ผมอยากจะถามคนที่กำลังทำ(และเคยทำ)งานที่ กศน. ว่า

เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร??????????????????????

 

ทำไม???????????????????

ที่ผ่านมา ไม่ทำงานแบบน้ำขึ้นให้รีบตัก  จังหวะที่มีโอกาส รีบทำงานซะ ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆ จนถึงวันหนึ่งจะมีผู้บริหารมาเปลี่ยนแปลงก็โวยวายขึ้นมาทีหนึ่ง ผมว่า กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ อย่างที่เห็นนี่แหละครับ 

วิบากกรรมต่างๆ มีที่มา และไม่อาจแก้ไขได้ในวันเดียว

ทุกอย่างมีที่ไปที่มา มองทุกอย่างอย่างเป็นธรรม แล้วแก้ไขตามภารกิจอย่างเป็นจริง  อนาคตที่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อาจจะดีขึ้นก็ได้ครับ

  

หรือว่าจะมองอย่างตัวใคร ตัวมัน ก็ไม่เป็นไรครับ

  

เหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้ก็ยังมี

  • งานของกรมส่งเสริมการเกษตร 
  • งานของกรมการพัฒนาชุมชน
  • งานของกรมพัฒนาที่ดิน 
  • งานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ฯ 
  • และอื่นๆ

อีกมากมาย

ที่มีเป้าหมายจะเข้ามาพัฒนาชนบท ผ่านระบบการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งเป็นงานที่ชุมชนใฝ่ฝันที่จะเห็นว่างานเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง   

แต่...ก็แทบจะไม่เห็นที่ใด..ที่เกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม กว้างไกล พอที่จะอ้างอิงได้ว่า งานนี้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้โดยทั่วไป  

ส่วนใหญ่ก็ยังทำกันอยู่ก็เป็นจุด ๆ เล็กๆ ไม่ค่อยครอบคลุม จริงจังมากนัก ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะทั่วถึงและจริงจังซะที 

ทุกหน่วยงานก็อ้างว่า..

งบประมาณไม่พอ  บุคลากรไม่พอ ทั้ง ๆ ที่ประสิทธิภาพการทำงานก็ยังไม่ค่อยสูงเท่าไหร่  

ในทางกลับกัน เราน่าจะมาพัฒนาประสิทธิภาพของงานให้ดีขึ้นเสียก่อน

และ พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า

"หน่วยงานผมมีคนอยู่ ๕ คนนี่แหละ ได้สร้างผลงานพัฒนาด้าน......ในระดับตรัวเรือนและชุมชน ครอบคลุมถึงห้าอำเภอ ในสามจังหวัดแล้ว คุณลองให้งบสนับสนุนมาอีก สัก ๕๐ คน ซิ ผมจะทำให้ได้ผลทั่วประเทศเลย"

มีหน่วยงานไหนกล้าเสนอตัวแบบนี้บ้างครับ

 การเสนอแบบนี้ จะทำให้การใช้ทรัพยากรต่างๆของประเทศชาติมีการใช้ประโยชน์สูงสุด

เพราะถ้า เพิ่มงบประมาณภายใต้ประสิทธิภาพต่ำนั้น ก็เหมือนการตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ  

และยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอัตราสูญเสียเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น  

ผมจึงหวังว่า เราน่าจะมาพิจารณาปรับตัวกันให้ถูกต้อง เพื่อวันนี้ และอนาคตวันหน้าของแต่ละหน่วยงานครับ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 69602
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 11
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

กศน.มีศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ตั้งไว้ในทุกตำบล บางส่วน(เท่าที่เห็น)เหมือนไม่ได้ใช้งาน ท่านอาจารย์คิดอย่างไรกับเรื่องนี้
นี่คือร่องรอยที่ผมเสียดายอย่างที่สุด ของที่สุด ว่าชุมชนต้องการมาก และก็จำเป็นมาก ผมเคยทำโครงการหนุนช่วยในแนวนี้แล้ว เมื่อ ๔ ปีมาแล้ว แต่ก็มีปัญหาทั้งภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย โดนปัดแข้งปัดขา กันท่า สารพัด จนของวดเงินไม่ทัน ถูกดอง จนชวดโมะ (ภาษาโคราช) ไปในที่สุด ไปกับคลื่นซึนามิ จนโครงการที่ ครม. อนุมัติแล้ว ๔๑๓ ล้าน ไม่ได้เงินทำงาน ผมเตรียมทุกอย่างไว้แบบท้าทาย อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะสนับสนุนศูนย์แบบนี้แหละ รวมให้เป็นหนึ่ง มีกิจกรรมนำร่องการเรียนรู้ จัดกลุ่มเรียนรู้ เพื่อการแก้ไขปัญหาของตนเองและชุมชน วันหนึ่ง ผมอาจมีโอกาสทำอีกก็ได้ ถ้าพลังงเรายังแข็งแกร่งพอ และมารผจญ อ่อนแรงลงไปบ้าง

อาจารย์แสวงที่เคารพ

         กศน. อยู่กับตัวเองและมองเห็นตัวเองไม่กี่ด้าน ต้องให้คนอื่นที่มอง กศน. และยอมรับในสิ่งที่คนอื่นมองแล้วแก้ไข  ไม่เช่นนั้น กศน. จะเป็นเอกเทศได้ยาก

         เคยไปช่วยสอนที่ กศน. แต่เป็นทุกข์มากกว่า  เพราะมีครูคนอื่นมาบอกข้อสอบนักเรียนเพื่อให้นักเรียนสอบผ่านเยอะ ๆเพื่อหวังให้นักเรียนรุ่นใหม่มาสมัครเข้ากลุ่มมาก ๆ เพื่อหวังค่าหัว  นั่งคุมสอบไปนั่งเศร้าไป รวมทั้งยอมให้ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่นักเรียนมาสอบแทน เห็นแล้งชอกช้ำระกำใจ สุดท้ายไม่ขอร่วมหัวจมท้ายอีก

         ขอบคุณค่ะ

มีคนเลวขนาดนั้น ก็สมควรตายเจ็ดชั่วโคตรครับ เพื่อใม่ให้เหลือสายพันธุ์เลว ผมว่าครูนง เมืองคอนไม่ตอบคำถามของคุณไม่ได้แล้วครับ ที่ผมเขียนมานี่แค่ทางเทคนิค ยังไม่อยากให้อภัย ถ้าไม่แก้ตัว ผมถือว่า "คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว"ครับ

ท่าน ผอ.พงศักดิ์ ครับ

        ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนทีท่าน ผอ.กล่าวถึงสุดยอดมากเลยครับ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใครๆในชุมชนก็สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็อย่างที่ท่าน ผอ.สะท้อนนั่นแหละครับ คุณอำนวยทั้งหลายคงต้องเอาเป็นธุระทำกระบวนการให้ชุมชนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันให้ไดให้ชัดเจนให้เห็นผล ต้องร่วมกันทำกระบวนการคุณภาพต่อไปนะครับ

ผมสงสารครูนงมากเลยครับ ที่รับบทแก้ต่างแทนสิ่งที่ครูไม่ได้ทำ ผมก็โดนแบบเดียวกันครับ เวลาใครด่าอาจารย์มหาวิทยาลัย

อาจารย์พันดา ครับ

น่าเห็นใจคนทำงานมีจิตสาธารณะอย่างอาจารย์มากเลยนะครับ
ผมก็ตัวเล็กตัวน้อยก็ได้แต่เห็นใจครับ ไม่ทราบว่าจะช่วยเยียวยาให้อาจารย์ได้อย่างไร ก็ได้แต่คิดว่าถ้า กศน.ที่อาจารย์สัมผัสมามีส่วนดีและมีประโยชน์ต่อบ้านเมืองบ้างอาจารย์ก็เก็บไปเป็นความรู้สึกอีกความรุ้สึกหนึ่งที่ดีไปด้วยก็แล้วกันนะครับ

ขอบคุณอาจารย์นะครับที่มีจิตสาธารณะ 

ดร.แสวง ครับ

            โอย ! ผมมันแตนตัวเล็กกระจิดริดครับอาจารย์ บินไปได้แค่วาสองวา พิษสงก็น้อยนิด ให้แตนตัวใหญ่เขาว่ากันดีกว่า ผมไม่ได้แก้ตัวนะครับอาจารย์

            ขอบคุณนะครับ 

เล็กพรืกขี้หนู แบบ "หนูนิล" ก็ไม่ว่านะครับ ต่อยนิดเจ็บนานครับ

ดิฉันเรียนจบปริญญาตรีสาขาการพัฒนาชุมชน สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งครูประจำกลุ่ม ของ กศน.เมื่อ ปี 2540 ทำงานอย่างภาคภูมิใจตลอดมาว่าเรียนมาตรงสาขา เรียนมาแล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับชุมชนมากที่สุด ได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตมากมายจาก กศน. ถึงตอนนี้จะได้รับโอกาสความมั่นคงในชีวิตได้เป็นข้าราชการสมใจ และยังทำงานให้ กศน.อย่างเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่เหมือนผึ้งงานที่ทำงานจนวันตาย  และจะไม่เสียใจเลยถ้างาน กศน.โอนเข้า สพฐ.แล้ว แนวคิดการพัฒนาชุมชนจากฐานรากยังคงดำเนินการไปได้ต่อ แต่จะเสียใจมากถ้าต่อไปนี้การพัฒนาชุมชนจะอยู่แต่ในห้องเรียน และการต่อสู่ในวงราชการ

จะให้อยู่ที่ไหน สังกัดอะไรก้อแล้วต่อผู้มีบุญวาสนาเป็นเจ้าเป็นนายจะสั่งการ แต่ขอความกรุณาคิดถึงพื้นฐานของสังคมไทยที่มั่นคงอยู่ได้เพราะชุมชนเรียนรู้จากวิถีชีวิต

อาจารย์โสภา

นี่แหละสิ่งทีผมอยากได้ยินจาคน กศน. ครับ

ขยายความมาบ่อยๆ เราจะได้มีพลังครับ