ออกจากวัดวิชุนและวัดอาฮาม ก็หมดแรงกัน จึงตกลงปลงใจจะไปหาก๋วยเตี๋ยวเป็ดกัน เห็นแนะนำไว้ใน guide book ว่า อร่อย ก่อนที่จะปั่นจักรยานไปดูเที่ยวรถที่ บขส. ระยะทางดูแล้วก็ประมาณ 3 กิโลเมตร ไหวค่ะ (จะได้ตัดสินใจกับโปรแกรมการเดินทางว่า วันกลับเวียงจันทน์จะกลับรถ VIP หรือ รถประจำทาง หรือค้างที่วังเวียงอีกคืน)

จากระยะที่กะประมาณ หากไม่มีอะไรตกถึงท้องก็ต้องเปลี่ยนคำพูดว่าไม่ไหวแน่ ขณะปั่นจักรยานก็ชำเลืองดูร้านอาหาร แต่แถบนั้นไม่ยักมีร้านอาหารมากหน้าหลายตาเลย แล้วเราเองก็ยังขยาดดับรสชาติอาหารที่แปลกลิ้นกับรสผงนัว เลยต้องมองอาหารที่คุ้นเคยมาก่อน ปั่นมาถึงหัวมุมถนนแห่งหนึ่ง จำไม่ได้ค่ะว่าถนนอะไร เห็นจักรยานและมองเตอร์ไซค์จอดอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นบ้านคนที่มุงหลังคาออกมาด้่านหน้าเป็นร้านอาหาร มองไม่ถนัดว่าขายอะไร เรากับแอ้ปั่นเลยไปเล็กน้อย เห็นควรด้วยกันว่าน่าจะอร่อย และเวลานี้นาฬิการ่างกายบอกว่าเลยเวลาเที่ยงมานานแล้ว เห็นสมควรไปจับจองที่นั่งโดยเร็ว

เข้าไปในร้านพบว่าที่ร้านขายข้าวเปียกไก่ หรือก๋วยจั๋บญวน ไม่แน่ใจว่าคนลาวเรียกว่าอะไร อร่อยมาก ชามเบ้อเร่อ ราคา 20 บาท สั่งกันคนละถ้วย พร้อมน้ำส้มคั้น ราคาแก้วละ 15 บาท ชื่นใจดี ในขณะที่รออาหารก็มองดูชาวบ้านว่าเค้าสั่งอะไร เรา 2 คนได้รับคนสนใจจากชาวบ้านร้านค้านั้นมากพอกับไมตรีจิตที่ได้สนทนาปราศรัย พอเราถามเค้าว่าที่เห็นเหมือนส้มตำที่ใส่ถาดใหญ่เสริฟนั่นเค้าเรียกว่าอะไร ขอสักจานเถอะ....

ความก็เฉลย ว่ามันคือ ตำเส้น ซึ่งเครื่องปรุงทุกอย่างเหมือนเครื่องส้มตำลาว แต่ไม่ใช้เส้นมะละกอสับ ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวลวกที่ผู้สั่งสามารถเลือกได้เหมือนสั่งก๋วยเตี๋ยว มีผักกาดขาวหรือผักบุ้ง หรือถั่วงอกลวกผสมมาด้วย วิธีการปรุง เค้าจะนำเส้นและผักที่ลวดแล้วมาตำผสมกับเครื่องส้มตำ เวลาเสริฟจะมีเลือดไก่หั่นเป็นชิ้นและถั่วลิสงคั่วโรยหน้ามาพร้อม อร่อยจัง (น่าจะเผ็ดมากกว่านี้ สาวอีสานจะยกโป้แถมก้อยเลยที่เดียว)

จากการใช้ชีวิตที่ฝั่งลาว 3 วัน เราก็ทราบแล้วคนลาวเหนือกินอาหารรสชาติไม่จัดเลย ค่อนข้างจืดไปหน่อย อ้าวถึงเมืองไทยเมื่อไหร่จะขอส้มตำแซ่บๆ 3 จาน