แนวคิดพื้นฐานในการวัดและประเมินผล ที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่เราไม่เข้าใจ และไม่รู้จักการวัดและประเมินผลอย่างแท้จริง
การประเมินเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การอยู่ การกิน การแต่งกาย ล้วนแล้วแต่มีการประเมินเข้าไปร่วมด้วยเสียทุกเรื่อง
เช่น การแต่งกายที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับอากาศ สภาพแวดล้อม
อาหารการกินก็ต้องประเมินเรื่องรสชาติ ราคา คุณค่า ให้เหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการ
แทบจะทุกเริ่อง แทบจะทุกกิจกรรมในแต่ละวัน ที่เราผูกพันกับการประเมินมาโดยตลอด
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีการสอนก็ต้องมีการสอบควบคู่กันไปเสมอ
เพียงแต่การวัดและการประเมินผลอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคและสมัย
ถ้าเราสอนโดยไม่มีการประเมินผลการสอน เราก็จะไม่มีทางทราบเลยว่า การสอนนั้นบรรลุเป้าหมายได้ในระดับใด
การวัดและประเมินผลการเรียน เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการจัดการเรียนการสอน ซึ่งผลจากการวัดและประเมินผล สามารถนำไปใช้สำหรับแก้ไขปรับปรุงการเรียนการสอน และตัดสินประเมินผลการเรียนของผู้เรียนได้
นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหาร การแนะแนว การศึกษาวิจัย เพื่อจะช่วยให้กิจกรรมทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง
การวัดและประเมินผลที่ดี จึงจำเป็นต้องวัดได้ครอบคลุมในสิ่งที่ต้องการวัด และมั่นใจได้ว่าสามารถวัดสิ่งนั้นได้แน่นอน
ครูอ้อยเคยอ่านพบวิธีการวัดและประเมินผล ตั้งแต่วิธีการสังเกต การสอบปากเปล่า การสอบด้วยแบบสอบ แบบความเรียง แบบถูกผิด แบบจับคู่ แบบเลือกตอบ และการสอบภาคปฏิบัติ
ต่อมาในปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลการประเมินตรงกับสภาพจริงมากทีสุด
การทดสอบจึงสัมพันธ์กับการจัดการเรียนการสอน โดยไม่แยกออกเป็นเอกเทศจากกัน
กล่าวคือ...การทดสอบ ก็คือ การเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่มีจุดประสงค์ไปในทิศทางเดียวกันกับการเรียนการสอน ตั้งแต่ระยะก่อนเรียน ระยะระหว่างเรียน และระยะหลังเรียน
แล้วครูอ้อยจะเขียนบันทึกต่อไปอีก....