เทศกาลปีใหม่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นับเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีตวามสุข สนุกสนานรื่นเริง หลายท่านทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น แต่ยังมีอีกหลายท่านปล่อยชีวิตล่องลอยไปตามยถากรรมไม่มีอะไรเป็นสาระและแก่นสาร เช้าฮาเย็นเฮกันไปวันๆ
            ในหลายๆปีที่ผ่านมาเทศกาลดังกล่าว มีการเฉลิมฉลอง กินเลี้ยงรื่นเริง และตักบาตรทำบุญกันเป็นประเพณี แต่ดูเหมือนว่าการงานรื่นเริงจะเป็นกิจกรรมหลัก สิ่งที่สูญเสียไปใ นอกจากเวลาแล้วเงินทองที่หลายครอบครัวเก็บหอมรอมริบไว้ทั้ง ปีก็นำมาใช้เกือบหมดในช่วงนี้เองหากใช้ไปอย่างคุ้มค่าของเงินก็น่ายินดีแต่หากใช้ไปในทางตรงกันข้ามก็เป็นที่น่าเสียดาย

                       

             มีเรื่องที่เล่ากันฟังเป็นเชิงตลกขบขันว่า หลังจากช่วงปีใหม่แล้ว เจ้าเงินหรือธนบัตรที่เราใช้กันนั้น มีโอกาสมาพบปะกันอีกครั้งหลังจากที่ต้องแยกย้ายกันไปตอนช่วงเทศกาล โดยธนบัตรใบละ ๒๐ (ทิดเขียว)และใบละ๕๐(ทิดเงิน) ได้ไต่ถามธนบัตรใบละ ๑๐๐ (ทิดแดง) ว่าเจ้านายพาไปเที่ยวไหนมาบ้าง ได้รับคำตอบมากมายจากทิดแดงว่า ไปเที่ยวคลับ เที่ยวบาร์ สปาและอาบ อบ นวด ที่ไม่หวือหวานักก็ไปกับนักร้องตามคาเฟ่ ครั้นทิดแดงถามกลับว่าแล้วทิดเขียวกับทิดเงินล่ะไปไหนมาบ้าง ทิดเขียวกับทดเงินมีสีหน้าสลดลงพร้อมพูดว่า คนต้อยต่ำอย่างเราสองคนจะมีโอกาสไปเที่ยวที่ไหน ส่วนใหญ่นายเขาก็พาเข้าวัดเข้าวานั่นแหละ

                                                           
            

            พอสรุปได้ว่า คนเราส่วนมากเวลาเที่ยวเตร่มักจะใจป้ำ ค่าอาหารค่าสุรา พวงมาลัยนักร้องถึงไหนถึงกัน แต่หากทำบุญแค่ธนบัตรใบละ ๒๐ หรือ ๕๐ ก็พอ ผู้เขียนก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ช่วงปีใหม่นี้ได้มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่วัดองค์ปฐม อ.แกลง จ.ระยอง โดยมี หลวงพ่อสพฤกษ์ ปภัสสโร เป็นประธาน ในงานนี้มีการทอดผ้าป่าเพื่อเป็นมงคลกับชีวิตในวาระขึ้นปีใหม่ คราวนี้แหละคงได้มีโอกาสพา เจ้าทิดแดงกับพรรคพวก คือทิดม่วงและทิดแสด เข้าวัดทำบุญกับเขาบ้าง ปล่อยให้หลงระเริงกันมาเสียนาน ขอเชิญทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกันค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ
                                                      
                                                         โดย  คนบ้านเดียวกัน