GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทึกนกแอ่นกินรัง หน้าที่ 18

จะฉลองปีใหม่กลางอากาศ ?

บันทึกนกแอ่นกินรังหน้าที่ 18

 

เรื่องราวของลูกนกที่ตั้งแต่ออกมาจากไข่ ดูเหมือนมันไม่สนใจวันคืนที่ผันผ่าน ขอเพียงมีแม่(กะพ่อ)มาโอบไหล่ และให้อาหาร อยู่กันไปอย่างนี้ เป็นความสุขของสัตว์ตัวน้อยสี่ชีวิตแล้ว ขาดใครไป จิตใจคงเหงาเศร้าเปลี่ยว ว่างัน

ลูกนกโตพอที่ขนขึ้นกันแล้ว  ก็ไม่ร้อนรนที่จะออกจากรัง ทุกขณะอยู่ด้วยสติ แม้จะดูเหมือนว่าวันแล้ววันเล่า มันไม่ทำงานทำการอะไร นอกจากกิน-นอน-อึ  แล้วก็อึ-กิน-นอน แล้วก็กิน-นอน-อึ (ลูกนกจะประท้วงถ้าเขียนสลับว่า "กินอึ-นอน")  

ที่เขียนว่า "อยู่ด้วยสติ" อาจเวอร์ไป แต่เราหมายถึง การอยู่ด้วยสติที่มองเห็นอนาคต อนาคตที่ว่ามันต้องบินตลอดเวลาหลังจากถีบตัวออกจากรังไปแล้ว 

ก็ถ้าปีกไม่แข็งแรง มันอาจล่วง บินไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง

ดังนั้น  สัณชาตญานบอกให้ลูกนกต้องขยับปีก ฝึกไว้นั่นแหละ มันจึงต้องฝึกทุกวัน โดยการขยับปีกบินอยู่กับที่ถี่ๆ วันละหลายรอบ

ตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อยจนถึงตัวที่พร้อมจะออกวันนี้พรุ่งนี้ ขณะมันขยับปีก เราเห็นว่ามันมองไปรอบๆ รังด้วย มันยืดตัวขึ้น แรงปีกที่ตีกระพือเป็นเหตุให้รังสั่นไหว 

ตัวที่อายุเกิน 20 (วันน่ะ ไม่ใช่ 20 ปี) ยิ่งคึกคัก ตากลมโตนั้นมองไปรอบๆ รัง อย่างสดใส มันเห็นเพื่อนๆ วัยเดียวกันกับมันและรุ่นพี่รุ่นน้องขยับปีกอยู่มุมนั้นมุมนี้ *

แม่กับพ่อของมันไม่ต้องส่งเข้าโรงเรียนฝึกบินอะไรเลย และมันก็ไม่ต้องสอนให้ทำการบ้านด้วย (ลอกตัวข้างบ้านนั่นแหละลูก....อุ้ยล้อเล่น ....นี่มันนิสัยไม่ดีของนักเรียนบางคนน่ะ อย่างเอาตามอย่าง) 

บางทีลูกนกสามรังติดกันพร้อมใจกันฝึกบินเป็นชุด เป็นเหตุให้หงายเก๋งร่วงลงมาทั้งสามรังเลยก็มี

การฝึกบินประกอบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับบ้านรังจ้อยที่ไม่ค่อยแน่นหนาอะไร เป็นเหตุให้ลูกนกตกลงมา มากที่สุด

ถ้าเราอยู่เห็นเหตุการณ์ เป็นพยานขณะนั้น เราจะเอารังขึ้นไปติดที่เดิม ห้ามคลาดเคลื่อนแม้แต่เซ็นติเมตรเดียว พร้อมลูกนกที่เพิ่งเจอรถไฟเหาะดิ่งเหวลงมา  ยังไม่หายตื่นเต้นดี  เหล่านั้น 

เราทำตัวเป็นพระเจ้า ขัดขวางการตายของลูกนก ซะเรื่อย

แต่ธรรมชาติบอกไม่ควรทำ  ธรรมชาติจะคัดเลือกให้รังที่แน่นหนา กับลูกนกที่ไม่มีอุบัติเหตุเท่านั้นที่รอดและสืบเผ่าพันธุ์ต่อไป มันเป็น "งาน" ของพระเจ้า(natural)

เราสามารถกู้ชีพลูกนกได้ถ้ารู้ว่ามันตกมาจากที่ใด แต่ถ้าเราไม่รู้ที่มาที่ไป เราจะไม่ทำ(เอารังขึ้นไปติดและกู้ชีพลูกนก) เพราะแม่ของมันจะยอมรับเฉพาะลูกนกของมันเท่านั้น

มันไม่ยอมรับลูกนกของรังใด** ดังเช่น แม้จะอมอาหารมาจนเหลือเฟือแล้ว ลูกนกของมันไม่กินแล้ว มันก็ไม่ป้อนให้ลูกนกรังอื่น นี่คือเอกลักษณ์ของสัตว์แทบทุกชนิดที่ไม่ใช่พวกสัตว์สังคม

นกเพนกวิน และสัตว์อื่นๆ ที่คู่พ่อแม่เลี้ยงลูกเพียงสองก็เช่นกัน ไม่ยอมรับเลี้ยงลูกให้ใคร  ถ้าไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของมันเอง***

ดังนั้นพ่อแม่ต้องสร้างรังให้แน่นหนา ลงเสาเข็มน้ำลายให้มากหน่อย เพราะลูกของมันตัวอ้วนขึ้นทุกวัน ยังต้องใช้รังเป็นลานฝึกบินด้วย 

ถ้ารังใดอยู่รอด จนลูกนกบินออกจากรังไปได้แล้ว ลูกนกก็สามารถฉลองปีใหม่กลางอากาศได้ เรียกว่าจบอย่าง happy ending  แต่ถ้ารังใดตกก่อน ไม่ใช่มีแต่ลูกนกเท่านั้นที่หดหู่ คนเฝ้าดูมันอยู่ก็ห่อเหี่ยวใจไปด้วย โดยเฉพาะตอนนี้เราไม่มีโอกาสทำตัวเป็นพระเจ้าอีกต่อไป

ปีใหม่ปีนี้ หวังว่าลูกนกทุกตัวจะโชคดี  ได้ฉลองกลางอากาศอย่างรื่นรมย์ (รวมถึงพ่อและแม่ของมันกับเจ้าของบ้านรังนกด้วย อิอิ)

เกร็ดเล็กเกล็ดน้อยเกี่ยวกับลูกนกยังมีอีกเยอะ 

ตอนนี้ขอถลาปีกบินร่อนฉลองปีใหม่บ้าง แล้วกลับมาเจอกันปีหน้านะคะ  สุขสันต์ปีใหม่ 2550

 ครูเล็ก

โปรดพิจารณาสามตลบกับประโยคเหล่านี้( * และ ** และ *** )

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): นกแอ่นกินรัง
หมายเลขบันทึก: 69535
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ถึงครูเล็ก

     ผมสราวุธครับ  อยากให้อาจารย์เขียนขบทความออกมาให้เร็วขึ้นหน่อยครับ เพราะว่า มี Webboad ของต่างประเทศ เขาช่วยกันป้อนข้อมูลออกมาอย่างมากมาย  ทำให้กลุ่มที่สนใจในการเพาะเลี้ยงหรือผุ้ที่เพาะเลี้ยงอยู่แล้วมีการพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิ์ภาพ

      ยังมีคนไทยอีกมากที่ยังมีปัญหาเรื่องของภาษาอยู่อีกมาก องค์ความรุ้ที่มีอยู่ก็จะถูกบ้างผิดบ้าง ใช้ได้เมื่อหลาย 10 ปีก่อนก็เก็บอมกันไว้ แถมอาจจะตายไปกับตัวผู้รู้ก็มี  ความรุ้ในเชิงการเพาะเลี้ยงในบ้านเรายังไม่มีเป็นของตัวเอง ต้องเพิ่ง Consultant จากมาเลย์บ้าง จาก Indo บ้างเสียเงินไปกันคนละมากๆ  เงินไหลออกไปปีละหลายล้านบาท

      ส่วนคนไทยที่มีความรู้เก่าก็ไม่มีการพัฒนา เพราะมีความมั่นใจว่าที่ตนเองรู้มากและเพียงพอไม่จำเป็นต้อง update แต่หารู้ไม่ว่าต่างประเทศมีการพัฒนาไปไกลกว่ามากแล้ว   แม้กระทั่งเสียงก็ยังพัฒนาไปถึงขั้นที่เรียกนกได้ผลมากกว่า 90%  แล้วครับ  อุปกรณ์อย่างอื่นๆก็มี Technology ใหม่ๆเข้ามารองรับเพิ่มขึ้นและเป็นเฉพาะเรื่องของบ้านนกโดยตรงก็มากขึ้นเร็วขึ้น

     ส่วนคนที่สนใจอยากจะสร้างบ้านนกก็ไปอาศัย Consult ที่เป็นคนไทยด้วยกัน บางคนโชคดีเจอคนจริงก็มีนกมาทำรัง  บางคนโชคร้ายเจอ Consult ที่ไม่มีความรับผิดชอบ จ่ายเงินค่า consult แล้วเรียกนกได้น้อย consult พวกนี้ก็จะหาเรื่องให้ซื้ออุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเป็นเงินหลักหมื่น บ้างที่ถึงแสน หากไม่มีเงินจ่ายหรือ หากว่าจนปัญญาที่จะเรียกนกเข้าให้ได้ก็จะพาลโกรธโทษโน้น โทษนี้หาเรื่องไม่มาดูแลให้ต่อไป

       Consult พวกนี้มีมากครับ ผมรู้จักหลายคน รวมทั้ง consult ที่ดีก็มีบ้าง ไม่เคยเรียกร้องเงินจากเจ้าของบ้านนก เนื่องจากรู้ว่าเจ้าของบ้านเสียเงินไปกับ พวกหลอกหลวงไปมากแล้ว จึงไม่เรียกร้องเลยก็มี หรือ แล้วแต่เจ้าของบ้านนกจะให้ 

       อาจารย์คิดว่าเราควรทำอะไรบ้างอย่างหรือไม่ครับกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในทุกวันนี้  ผมอยากให้อาจารย์ช่วยเขียนถึง Technic ต่างๆที่เรียกนกได้จริง  หรือ Technic การเจาะช่องบินเข้าออก ควรมีขนาดเท่าไหร่ มีการออกแบบช่องบินเข้าออกอย่างไรบ้าง

      หากว่ามีคนสนับสนุนผมพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากผมทนเห็นสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไม่ค่อยได้ครับ   ผมเองพอมีความรู้อยู่แต่ขาดแหล่งที่จะทำการทดลองในเชิงลึก  จึงไม่สามารถเจาะเข้าไปหาความจริงที่ซ่อนเล้นอยู่ได้

       ติดต่อกับผมได้ที่  [email protected]

                                        คนเคยโง่

       

 

ผมเห็นด้วย กับคุณ สราวุธครับ คนที่อยากทำบ้านนกมีมากเหลือเกิน และหลายคน โดนผู้ที่อ้างว่ารู้จริง แต่พอถามลึกๆ ก็ตอบไม่ได้ เห็นคนที่ทำแล้วไม่ได้ผล ยิ่งน่าสงสาร เสียเงิน ไม่เท่าไร แต่ขายหน้าครับ   ถ้าเรามีองค์ความรู้ ในเชิงวิทยาศาสตร์ และนำเทคโนโลยี  มาประยุกต์ น่าจะมีการพัฒนาได้ ไม่แพ้ อินโด มาเลย์

คนไทยที่เก่งๆ มีอีกเยอะ และต้องใช้คนที่มีความรู้ หลายๆด้าน เพื่อมาพัฒนาหรือวิจัย ด้านนี้โดยเฉพาะ

เพราะเคยคุยกับพวกมาเลย์ หรืออินโด เขาก็บอกว่า เรื่องเทคเนิค ในการทำบ้านนกเขามีมาก แต่ถ้าใช้คนไทยเก่งๆ มาทำเรื่องระบบ หรือ เทคโนโลยี ซึ่งเขาเห็นว่าเมืองไทยมีคนเก่งๆที่สามารถ พัฒนา อุปกรณ์ บางอย่างที่มีประโยชน์ และได้ประสิทธิภาพ ในการทำบ้านนก ซึ่งเขาเล็งเห็นอะไรหลายๆ อย่าง แต่เราไม่เห็น ก็น่าเสียดายนะครับ ทั้งๆที่ คุณภาพรังนกบ้านเรา ค่อนข้างดีกว่า บ้านเขาเสียด้วย แต่ขาด ความรู้ ที่จะเอาไปใช้ประโยชน์

แหล่งรวม Clip http://idea.netfast.org