หน้าที่ของคนที่เป็นครูไม่ใช่เพียงแค่สอนให้ศิษย์รู้วิชาเท่านั้น หากแต่ยังต้องเตรียมการณ์ให้กับลูกศิษย์ด้วยว่าสังคมในอนาคตที่ลูกศิษย์ของตนต้องเผชิญนั้นเป็นเช่นไร ด้วยเหตุนี้ครูจึงต้องเป็นผู้ที่สนใจใฝ่รู้ในเรื่องต่างๆ ตลอดจนสนใจความเป็นไปของโลกด้วย

การได้รับฟังความคิดจากท่านผู้รู้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราสร้างภาพเกี่ยวกับอนาคตได้ดีขึ้น เป็นการ “คว้า” ความรู้จากภายนอกเข้ามาช่วยทบทวนและตรวจสอบวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ทางโรงเรียนใช้อยู่ในปัจจุบัน

อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองที่สนใจในแนวทางของโรงเรียนอยู่แล้ว ให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะมีแนวคิดและงานวิจัยทางการแพทย์มาสนับสนุนว่าสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมอง

นพ.อุดม เพชรสังหาร ได้นำเสนอคุณลักษณะของคนที่สังคมอนาคตต้องการ ไว้ว่า
- เป็นคนที่แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มีความรู้รอบด้าน
- คิดเป็น คิดอะไรใหม่ๆได้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดโดยใช้เหตุผลรอบด้าน คิดเชื่อมโยง และคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้
- จัดการความคิดเป็น จัดระบบความคิดเป็น และใช้ประโยชน์จากความคิดได้
- อยู่ร่วมกับคนอื่นได้

ข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ การศึกษาวิจัยเพื่อหาคุณลักษณะร่วมของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ตั้งแต่คนที่ ๑ – ๒๐๐ ที่ทางมูลนิธิโนเบลจัดทำขึ้นเมื่อปี ๒๐๐๑ นั้น ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

คนที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ คือคนที่
- กล้าคิดอะไรใหม่ๆโดยสิ้นเชิง
- กล้าตั้งคำถามกับ “ความรู้” หรือ “ทฤษฎี”ที่มีอยู่ก่อน
- สร้างความเข้าใจในสิ่งนั้นๆจากมุมมองของหลายๆศาสตร์

Nobel Foundation, 2001
Culture of Creativity

เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้วจึงหันกลับมาทบทวนหลักการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยเพลินพัฒนา ว่ากำลังเดินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับอนาคตอย่างไร หรือไม่

๑. จัดการศึกษาอยู่บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู โดยผสมผสานหลักการ แนวคิด และนวัตกรรมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
๒. ให้เด็กแต่ละคนเกิดการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ อย่างสมดุลรอบด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา
๓. สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือกระทำ ได้สัมผัส จับต้องของจริง เพื่อกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสรับรู้ ให้มีความเฉียบคมฉับไว
๔. ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อเป็นฐานในการเชื่อมโยงความรู้ โดยคำถึงถึงธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยเป็นหลัก
๕. ส่งเสริมกระบวนการคิดสร้างสรรค์
๖. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้
๗. สร้างโอกาสให้เด็กได้ค้นพบ และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง
หลักการทั้ง ๗ ข้อนี้ สอดรับกันได้ดีกับเป้าหมายการสร้างคนให้กับสังคมในอนาคต และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนามนุษย์ให้เติบโตเต็มตามศักยภาพ

ในการสร้างเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างประดิษฐ์คิดค้นอะไรด้วยตัวเองนั้น อาจารย์หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา กรรมการที่ปรึกษาของโรงเรียนได้แนะนำว่า ต้องอาศัยครูกระตุ้นความคิด ด้วยการตั้งคำถามในลักษณะที่เปิดกว้าง ชี้ชวนให้ตอบอย่างอิสระ ไม่มีคำว่าผิดหรือถูก ตามแบบอย่างที่นักการศึกษาชาวตะวันตกเรียกว่า Divergent Thinking ซึ่งตรงกันข้ามกับคำถามซึ่งต้องการการตอบคำถามอันเป็นข้อมูลเดียว หรือ Convergent Thinking ดัง ๒+๒ เป็น ๔

ดังนั้น ท่านจึงได้แนะนำให้ทางโรงเรียนเพลินพัฒนา จัดกระบวนการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการฝึกให้เด็กคิดเป็นมากขึ้น แทนที่จะให้ความสำคัญกับเนื้อหาอย่างที่เคยเป็นมา