ค่ำวันหนึ่งตอนปลายเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ผมหิ้วกระเป๋าเดินทางไปยังบ้านของอาบูรณ์ (คุณสมบูรณ์ เอกแสงศรี) ที่บ้านซอยพุทธโอสถ ตรงข้ามไปรษณีย์กลางบางรัก พร้อมจดหมายจากพ่อ ๑ ฉบับฝากให้ผมมาอยู่ด้วยเพื่อเรียนหนังสือต่อชั้น ม. ๖ (เทียบเท่ากับ ม. ๔ สมัยนี้) ด้วยเป้าหมายเพื่อหาทางเรียนหมอให้ได้ คนที่พาไปเป็นตำรวจยศสิบโท ที่พ่อฝากให้ช่วยพาผมเดินทางมาจากชุมพรทางรถไฟ
อาบูรณ์ร้องว่า “ตายแล้วพี่ดำริ ฝากลูกมาตอนนี้ อีกสองสามอาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้ว จะไปหาโรงเรียนที่ไหนให้เรียน” ซึ่งในที่สุดท่านและสามีของท่าน คือคุณอาหมอ อนันต์ เอกแสงศรี ก็พาผมไปเข้าเรียนที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ที่ลาดพร้าว ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าไกลมาก และให้ผมไปพักอยู่ชั้นบนของคลินิก แพทยาศรม ของท่าน ซึ่งอยู่บนถนนพระราม ๑ เยื้องสนามกีฬาแห่งชาติ ใกล้กับตลาดเจริญผล
เมื่อผมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ ท่านก็เป็นคนพาไปมอบตัว โดยนั่งรถสามล้อ (ถีบ) จากคลินิกไปยังโรงเรียน ผมนั่งตัวลีบ เพราะรถสามล้อมันแคบ และเมื่อผมจะหมั้นกับ นักศึกษาแพทย์อมรา เศวตวรรณ ก่อนผมเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ อาบูรณ์และคุณอาหมออนันต์ก็กรุณาเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอให้ แล้วพาไปเลี้ยงที่ภัตตาคารหรูหรา ในวันเดินทางไปสหรัฐอเมริกาต้นเดือนกันยายน ๒๕๑๐ ท่านทั้งสองก็ไปส่งที่ดอนเมือง และอวยชัยให้พร เป็นศิริมงคลให้ผมมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้ามาจนบัดนี้
พี่น้องผมรวม ๗ คน มาอาศัยอยู่ที่คลินิก แพทยาศรม ของอาบูรณ์รวม ๔ คน คือผม นพ. วิชัย นายวิชิต และนายวิเชียร หลังจากนั้นน้องสามคนไปอยู่กับผมที่บ้านบางขุนนนท์ ที่แม่ซื้อให้ ช่วยให้พวกเราพี่น้องได้เรียนจนจบปริญญาตรีทุกคน พระคุณของอาบูรณ์และคุณอาหมออนันต์จารึกในใจพวกเราในตระกูลพานิชมิรู้ลืม
ที่จริงตอนที่ผมไปอาศัยอยู่ที่คลินิก แพทยาศรม นั้น มีญาติคนอื่นๆ จากจังหวัดชุมพร มาอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ๓ คน คือ อาตุ๊ (ศ. นพ. สมพร บุษราทิจ - ถึงแก่กรรม) พี่วิชา (วิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต วิชา พยัคฆพันธุ์ - ถึงแก่กรรม) และพี่วิรัช (พล. ต. ต. วิรัช พยัคฆพันธุ์ - ถึงแก่กรรม) เมื่อถึงคราวน้องๆ ของผมมาอยู่ ก็มีญาติรุ่นหลังมาอยู่ด้วยหลายคน สะท้อนความมีใจโอบอ้อมอารีของท่านและคุณอาหมออนันต์
เด็กหนุ่มมาอยู่ด้วย ย่อมสร้างความปวดเศียรเรื่องความประพฤติแก่อาบูรณ์เป็นครั้งคราว ทำให้เราได้เห็นว่าท่านรักและหวังดีต่อพวกเราในฐานะหลาน และต้องรับภาระแก้ปัญหาเป็นครั้งคราว แต่ท่านก็ไม่เคยโกรธหลานผู้นั้น ยังคงให้ความรักความเมตตาตลอดมา จนหลานจากไปก่อนท่านนานหลายปี
อาบูรณ์เป็นคนมีบุญ เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี เป็นคนสวย มีสามีเป็นคนเก่งและดี มีลูกๆ ๔ คนที่เป็นคนดีมีความสามารถทุกคน โดยสองคนเป็นหมอ และที่สำคัญยิ่ง อายุยืนเกิน ๑๐๐ ปี ท่านมีบุญเมื่อเกิดมา และสร้างบุญกุศลจากความมีเมตตาโอบอ้อมอารีของท่าน ขอผลบุญนานาประการที่ท่านบำเพ็ญตลอดชีวิตอันยาวนานของท่าน จงดลบันดาลให้ท่านมีความสุขในสัมปรายภพเทอญ
ข้างบนคือคำไว้อาลัยคุณสมบูรณ์ เอกแสงศรี (เจริญพานิช) เนื่องในพิธีฌาปนกิจศพ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ วัดสระเกศ
วิจารณ์ พานิช
๕ ต.ค. ๖๔