๑๒๔. บทเรียนชีวิต ( ๖ ) การมีเพื่อนดี....


"ผู้ใหญ่หลายคนจะรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจมาก ถ้าไม่มีเพื่อนให้ไปมาหาสู่ ต้องคบค้าสมาคมกัน มันอาจจะคอยผลักดันช่วยหลือให้งานการสำเร็จลุล่วง ร่วมกันฟันฝ่าและแก้ปัญหาไปด้วยกันแบบเอื้ออาทร"

             ในช่วงวัยที่มีอายุ ๓๐ - ๔๐ ปี เป็นช่วงเวลาที่กำลังทำงานและพัฒนาตนเองอย่างหนัก ทำงานหามรุ่งหามค่ำ จำได้แม่นยำว่าทำงานจนป่วย ไม่เคยได้คิดถึงใคร โดยเฉพาะเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันมา

            ตั้งแต่สมัยที่เรียนประถม มัธยมและอุดมศึกษา ถ้าใช้คำว่าเพื่อนจะสนิทหรือไม่สนิท ย่อมจะมีเยอะอย่างแน่นอน แต่ก็เป็นเรื่องที่แปลก ผมจะไม่ค่อยจะได้ติดต่อใคร ไม่ได้คุยกับใครเป็นพิเศษ

            ความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่พร้อมจะพบพูดคุยกับใครอยู่ร่ำไป อยากทำงาน ต้องการอยู่คนเดียว ทำตัวเงียบๆเรียบง่าย แต่ไม่เหงา ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือเป็นปมด้อยแต่อย่างใด

           ในวงการศึกษาก็เหมือนกัน ที่ผมอยู่ในแวดวงผู้บริหารสถานศึกษามากว่า ๒๐ ปี ไม่มีเพื่อนผู้บริหารคนไหนอยู่ในหัวใจของผมเลย ผมไม่เคยคิดจะคบใคร เพราะเอาจริงๆ เขาอยากจะคบกับผมหรือเปล่า..

           ผมคิดเยอะ เพราะถ้าผมเห็นเหลี่ยมคมแล้วทั้งคำพูดและบุคลิก ไปด้วยกันไม่ได้ หรือไม่ใช่แนวของเรา ผมก็คิดว่าอย่าเสียเวลาเลยจะดีกว่า อยู่กับโรงเรียน ทำประโยชน์ให้กับการเรียนการสอนก็เพียงพอแล้ว

          หากจะมีอยู่ในใจ ที่อยากไปหาเพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุย ก็จะมีแต่ผู้บริหารรุ่นพี่ที่เกษียณไปแล้ว เพราะมีความคุ้นเคยมาแต่ดั้งเดิม เมื่อครั้งสอบเข้าสู่ตำแหน่งและเคยทำงานร่วมกันมา

          แต่มารุ่นหลังๆ ผมกลับเฉยๆ จะมีท่าทีใหญ่โตขนาดไหน ผมไม่เคยสุงสิง ไม่เคยขอความช่วยเหลือ ต่างคนต่างอยู่ ผู้บริหารทั้งหลายในสายตาผมจึงเป็นแค่คนรู้จัก ไม่มีการติดต่อหรือสนิทชิดเชื้อกับใครแต่ประการใด

         พออายุย่าง ๕๐ ปี..มีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้น คิดถึงเพื่อนสมัยเรียนอย่างจับจิตจับใจ อยากกลับไปหา เริ่มสร้างสัมพันธภาพใหม่ๆอีกครั้ง แต่ก็ล้มเหลว เพราะเพื่อนจัดเลี้ยงรุ่นก็ไม่ได้ไป บ้านเพื่อนมีงานก็ไปไม่ได้ ชีวิตผมมีพร้อมทุกอย่างแต่หาโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนไม่ได้เลยสักคน

         อย่ากระนั้นเลย..เลิกล้มและยุติบทบาทกลับเข้ามาสู่ที่ตั้ง ทำงานไปตามหน้าที่ เตรียมตัวเข้าสู่ลู่ของข้าราชการเกษียณในอีกไม่นานนัก ไม่ต้องจมปลักเที่ยวคิดถึงคนโน้นคนนี้

         ผมเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เกิด ตอนเด็กๆก็แทบจะไม่มีเพื่อน มีเวลาวิ่งเล่นนอกบ้านน้อยมาก จะว่าเป็นเด็กเก็บกดก็ไม่เชิง ผมไม่อยากโทษการอบรมเลี้ยงดู เพราะชีวิตผมก็มีความสุขดีพอสมควร

        ผู้ใหญ่หลายคนจะรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจมาก ถ้าไม่มีเพื่อนให้ไปมาหาสู่ ต้องคบค้าสมาคมกัน มันอาจจะคอยผลักดันช่วยหลือให้งานการสำเร็จลุล่วง ร่วมกันฟันฝ่าและแก้ปัญหาไปด้วยกันแบบเอื้ออาทร

        แต่สำหรับผมกลับสนุกกับความโดดเดี่ยว..พึ่งตนเองและแก้ปัญหาเอง มีร่องรอยหลักฐานเชิงประจักษ์ของงานให้เห็นมากมาย ที่เจ้านายไม่จำเป็นต้องมาเห็น และเพื่อนไม่จำเป็นต้องรับรู้ก็ได้ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ในแบบที่ไม่ใช่ผักชี ไม่มีหลอกลวงใคร หรือว่าผมโชคดี ที่มีเพื่อนไม่ต้องมากมาย ที่เข้าใจผมจริงๆ และคอยช่วยเหลือกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา

       วันก่อนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งถามว่า…คุยกับใครบ้าง..ก็ตอบไปตรงๆเลยว่า..ถ้าคุยทางไลน์ทุกวันก็มีนายคนเดียวนี่แหละ พอดีเพื่อนเงียบไปไม่ถามต่อ..ไม่เช่นนั้นจะบอกความในใจว่าคิดอย่างไร จึงอยู่ได้โดยที่ไม่คุยกับเพื่อนๆ

       คือคำว่า “เพื่อน” ถ้าไม่สนิทหรือห่างเหินกันไป..จะให้กลับไปคุย สำหรับผมมันยากและไม่จำเป็น เหมือนคนหยิ่งยโสโอหัง เป็นคนยึดติด อัตตาสูง มั่นใจเหมือนใส่หัวโขนไม่ยอมถอด จริงๆก็บอกไม่ถูก เป็นครูบ้านป่าธรรมดาสามัญมาก

        หากเพื่อนจะขอความช่วยเหลือใดๆ มั่นใจว่าได้หมด แต่ชนิดที่ชอบคุยข่ม ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ มองเราเป็นไก่รองบ่อนตลอดเวลา อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ผมก็จะบอกลาอยู่ในใจ…ขออยู่สมถะแบบนี้ไปจนตาย

       ทุกวันนี้..เพื่อนหญิงเพื่อนชายที่มีอยู่จริงๆ ที่คุยกันในไลน์ทุกวัน นับได้ไม่ถึง ๑๐ คน ทุกคนล้วนผ่านการคัดเลือกว่าจริงใจแท้แน่นอน ไม่เยอะแต่อบอุ่น คุยได้ทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ตักเตือนกันก็ไม่เคยโกรธ พอรู้สึกว่าใช่อะไรก็ดีไปหมด ตั้งปณิธานไว้เลยว่า..จะรักษาเพื่อนเหล่านี้ไว้ จะไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ระบายความทุกข์ความยากให้เพื่อนฟัง เพราะเราได้รับความจริงใจจากเพื่อนมากพอแล้ว

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๕  ตุลาคม  ๒๕๖๔

หมายเลขบันทึก: 692986เขียนเมื่อ 25 ตุลาคม 2021 21:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 ตุลาคม 2021 06:24 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี